วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

InnoLight ผู้นำ Optical Transceiver ส่งข้อมูลด้วยแสง ขยายลงทุนไทย จ้างงาน 2 หมื่นคน

ภายหลังจากการเดินทางโรดโชว์และพบหารือกับบริษัทชั้นนำ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ของคณะรัฐบาลไทย นำโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หนึ่งในบริษัทที่สร้างความฮือฮาและถูกจับตามองอย่างมากบริษัทหนึ่งคือบริษัท InnoLight Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณด้วยแสงรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งกำลังสร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุน และการจ้างงานเพิ่มในประเทศไทย

  •  InnoLight หัวใจสำคัญ AI - Data Center ระดับโลก

บริษัท InnoLight Technology ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2551 โดย ดร. เซิ่ง หลิว (Dr. Sheng Liu) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซูโจว ประเทศจีน บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย พัฒนา และผลิต Optical Transceiver หรือโมดูลรับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง ซึ่งทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสงเพื่อส่งข้อมูลผ่านใยแก้วนำแสง

อุปกรณ์นี้เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ของระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของโลกและถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูงมากตามเทรนด์ของเศรษฐกิจ AI ที่ต้องการการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน InnoLight ครองตำแหน่ง อันดับ 1 ของโลกในด้านส่วนแบ่งการตลาด และเป็นผู้นำเทคโนโลยีความเร็วระดับ 400G, 800G ไปจนถึง 1.6T โดยมีลูกค้าระดับโลกที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายแห่งอย่าง Google, NVIDIA, META และ AWS ความสำเร็จของบริษัทสะท้อนผ่านรายได้ที่เติบโตแบบทวีคูณภายในปีเดียว โดยเพิ่มขึ้นจาก 4,000 ล้านดอลาร์ เป็น 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา

  • ปักหมุดใช้ไทยเป็นฐานผลิตนอกประเทศจีน

สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทยบริษัท InnoLight ได้จดทะเบียนในนาม บริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) จำกัด (TeraHop) ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท

โดยมีรายละเอียดการลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ มูลค่าการลงทุนปัจจุบัน บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แล้ว 3 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 35,815 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีฐานการผลิตอยู่ที่ จังหวัดสระบุรี และกำลังจะเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงปลายปี 2569 นี้ สำหรับแผนขยายการลงทุนในอนาคต บริษัทมีแผนจัดตั้ง โรงงานแห่งที่ 3 ในจังหวัดสระบุรี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยมีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการจากอุตสาหกรรม Cloud และ AI ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่าในปีนี้จะก้าวขึ้นเป็น ผู้ส่งออกอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยยอดส่งออกสูงถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • สร้างอาชีพ "ไฮเทค" ให้คนไทยหมื่นตำแหน่ง

ทั้งนี้ InnoLight ไม่เพียงแต่นำเม็ดเงินลงทุนเข้ามา แต่ยังสร้างโอกาสการจ้างงานมหาศาลและการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่แรงงานไทย

โดยในปัจจุบันบริษัทนี้มีตัวเลขการจ้างงานคนไทยแล้วกว่า 12,000 คน และมีแผนจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 20,000 คน ภายในเดือนธันวาคม 2569 นี้ ทั้งนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงในจำนวนพนักงานทั้งหมด มีวิศวกรมากกว่า 1,500 คน โดยเป็นวิศวกรด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 200 คน

ทั้งนี้บริษัทได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มจธ (มจธ,) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.), มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.). เพื่อพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางด้าน Optoelectronics และสนับสนุนทุนการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลกต่อไป

 

ทั้งนี้จากการหารือล่าสุดกะนายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณที่บริษัทให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ InnoLight พิจารณา เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อสร้างความร่วมมือในฐานะพันธมิตรระยะยาวและให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกรายนี้