สแกนวิกฤติ "หมอกควันข้ามแดน" จ่อถล่ม 13 จังหวัดภาคใต้ รับมือภัยซ้อน "เอลนีโญ" โหมไฟป่าปะทุ พบจุดความร้อนอินโดนีเซีย พุ่งสูงกว่า 1.2 หมื่นจุด
อาเซียนยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด "ระดับ 3" หลังพบจุดความร้อนในอินโดนีเซียพุ่งสูงกว่า 1.2 หมื่นจุด ฤทธิ์เอลนีโญโหมไฟป่าปะทุ ด้าน กรมควบคุมมลพิษ เจาะลึกสถานการณ์คุณภาพอากาศ 13 จังหวัดภาคใต้ แม้ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยรายวันยังไม่เกินมาตรฐาน แต่เจอปรากฏการณ์ "ฟ้ามัว-หมอกหนา" จากความชื้นทะลุ 90% ผสมอากาศนิ่ง เตือนประชาชนชายแดนใต้เฝ้าระวังมวลควันพิษจ่อทะลักเข้าไทย
อาเซียนกดปุ่มแดงเตือนภัยระดับ 3! ภัยเงียบ หมอกควันข้ามแดนจากอินโดฯ
วิกฤติสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคกำลังก่อตัวขึ้นอย่างน่ากลัว ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ออกมาเปิดเผยข้อมูลระดับบิ๊กดาต้า หลัง ศูนย์สื่อสารทางอากาศอาเซียน (ASMC) ยกระดับการเตือนภัยหมอกควันข้ามแดนขึ้นสู่ "ระดับ 3" (Level 3) ซึ่งเป็นระดับสูงสุด
สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัดอันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) ส่งผลให้พื้นที่ประเทศอินโดนีเซียเกิดไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspot) พุ่งสูงขึ้นมหาศาล โดยข้อมูลจากดาวเทียม GISTDA ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 บ่งชี้ว่า ประเทศไทยไม่พบจุดความร้อนเลยแม้แต่จุดเดียว
ขณะที่อินโดนีเซียพบจุดความร้อนสูงถึง 12,241 จุด ซึ่งทิศทางลมปีกใต้กำลังพัดพากลุ่มควันมหาศาลนี้มุ่งหน้าขึ้นเหนือ เข้าสู่พื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทยอย่างน่าเป็นห่วง
เจาะไข่แดง 13 จังหวัดภาคใต้ ทำไมท้องฟ้าถึงขมุกขมัว ทั้งที่ค่าฝุ่นยังไม่วิกฤติ?
ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศรายสถานี (ณ วันที่ 16 กันยายน 2569) พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในช่วง 24 ชั่วโมง ของ 13 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก (11.6 - 15.5 มคก./ลบ.ม.) โดยมีรายละเอียดดังนี้
- สถานีสนามกีฬากลาง จ.ชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร มีค่า 11.6 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีค่า 13.9 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีค่า 13.7 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสวนสาธารณะธารา ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ มีค่า 11.8 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีค่า 14.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง ต.เขาเจียก อ.เมือง จ.พัทลุง มีค่า 13.9 มคก./ลบ.ม.
- สถานีวิทยาลัยสารพัดช่างตรัง ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง มีค่า 13.7 มคก./ลบ.ม.
- สถานีเทศบาลนครหาดใหญ่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีค่า 14.4 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศาลากลาง จ.สตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล มีค่า 13.7 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์ป่าไม้จังหวัดปัตตานี ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี มีค่า 15.4 มคก./ลบ.ม.
- สถานีสนามโรงพิธีช้างเผือก ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา มีค่า 15.4 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองเบตง ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีค่า 15.2 มคก./ลบ.ม.
- สถานีศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส มีค่า 15.5 มคก./ลบ.ม.
ปริศนา "หมอกหลอกตา" เมื่อความชื้น 90% ผสมฝุ่นละออง
หลายคนสงสัยว่า ทำไมมองออกไปนอกบ้านแล้วเห็นเป็นหมอกควันหนาแน่น?
คำตอบคือ "ความชื้นสัมพัทธ์" ในภาคใต้พุ่งสูงเกิน 90% ประกอบกับมีฝนตกและสภาวะ "อากาศนิ่ง" (อัตราการระบายอากาศต่ำ) เมื่อไอน้ำในอากาศจับตัวเข้ากับฝุ่นละอองขนาดเล็ก จึงเกิดปรากฏการณ์ละอองหมอกแขวนลอย สะท้อนแสงทำให้ตาเปล่ามองเห็นท้องฟ้าขมุกขมัวชัดเจน ไม่ใช่เกิดจากฝุ่นพิษเพียงอย่างเดียว
มาตรการรับมือขั้นเด็ดขาด และช่องทางติดตามสถานการณ์ real-time
ศกพ. ได้เร่งประสานงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อกดดันและขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านในการลดจุดความร้อนโดยด่วนที่สุด สำหรับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแบบจำลองมวลอากาศชี้ว่าควันพิษมีโอกาสถูกลมพัดเข้ามาสมทบได้ทุกเมื่อ
ประชาชนสามารถติดตามค่าฝุ่นละอองแบบรายชั่วโมงของจริงได้ที่
อ้างอิง-ภาพ : NationPhoto , กรมควบคุมมลพิษ





