กำหนดมาแล้ว หลักการ "เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ" มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด ล่าสุด เปิดทางอายุ 40 ปียื่นได้ พร้อมอัดฉีด เงินชดเชยขวัญถุงสูงสุดถึง 12 เท่าของเงินเดือน
ผ่าวิกฤตโครงสร้างรัฐครั้งใหญ่! บอร์ดบริหารกำลังคนภาครัฐเคาะผ่านหลักการ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด” (Early Retire) ข้าราชการพลเรือนสามัญ เปิดทางข้าราชการถอยทัพตั้งแต่อายุ 40 ปียื่นได้ พร้อมอัดฉีดเงินชดเชยขวัญถุงสูงสุดถึง 12 เท่าของเงินเดือน หวังรีดไขมันองค์กร มุ่งสู่ระบบราชการดิจิทัลเต็มรูปแบบ แต่มาพร้อม “เงื่อนไขเหล็ก” ดักทางห้ามรีเทิร์นรับเงินรัฐซ้ำซ้อน
การปฏิรูประบบราชการไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการรับฟังความคิดเห็น “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ” ร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงาน ก.พ., สำนักงาน ก.พ.ร., สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเพื่อเตรียมนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติใช้จริงในเร็วๆ นี้
เจาะลึก 2 กลุ่มเป้าหมาย ใครบ้างมีสิทธิ์รับเงินก้อนลาออกก่อนกำหนด?
เกณฑ์ใหม่นี้ปรับลดข้อจำกัดเดิมเพื่อให้ครอบคลุมข้าราชการที่ต้องการเปลี่ยนสายงานหรือพักผ่อนเร็วขึ้น โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน
- กลุ่มที่ 1 (ข้าราชการอาวุโส) อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือ มีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป (ไม่นับรวมเวลาราชการทวีคูณ)
- กลุ่มที่ 2 (ข้าราชการรุ่นกลาง) อายุระหว่าง 40–49 ปี และ ต้องมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป (ไม่นับรวมเวลาราชการทวีคูณ)
การเปิดโอกาสให้กลุ่มที่มีอายุเพียง 40 ปีขึ้นไปเข้าร่วมโครงการได้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้บุคลากรภาครัฐที่ต้องการแสวงหาโอกาสใหม่ในภาคเอกชนหรือธุรกิจส่วนตัว
อัดฉีดสูงสุด 12 เท่าของเงินเดือน ยุทธศาสตร์รีดไขมันสร้าง "รัฐกะทัดรัด"
ไฮไลต์สำคัญคือ อัตราเงินชดเชย (เงินก้อน) ซึ่งที่ประชุมเคาะให้ใช้เกณฑ์เท่าเทียมกันทั้ง 2 กลุ่ม โดยกำหนดเงินชดเชยพิเศษ สูงสุดไม่เกิน 12 เท่าของเงินเดือน เพื่อเป็นแรงจูงใจในการตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม เงินชดเชยนี้มาพร้อมกับเงื่อนไขการ “ยุบเลิกตำแหน่ง” ในอัตรา 1:1 คือ มีผู้เข้าร่วมมาตรการเท่าใด ต้องยุบตำแหน่งลงเท่านั้น แต่มีความยืดหยุ่นสูงโดยส่วนราชการไม่จำเป็นต้องยุบตำแหน่งของคนที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง แต่สามารถบริหารจัดการเลือกยุบตำแหน่งอื่นในหน่วยงานตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงาน
ผ่าแนวคิด Digital Transformation ดึง Outsource แทนที่ตำแหน่งที่ถูกยุบ
การยุบตำแหน่งข้าราชการไม่ได้หมายความว่างานจะหยุดชะงัก มาตรการนี้ปลดล็อกให้ส่วนราชการสามารถ จ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เข้ามาปฏิบัติงานแทนได้ โดยมุ่งเน้นการดึงผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อน Digital Transformation เปลี่ยนผ่านหน่วยงานรัฐไปสู่การทำงานด้วยระบบดิจิทัล ลดภาระงบประมาณผูกพันระยะยาวในรูปแบบเงินเดือนและบำนาญข้าราชการใหม่
เปิด "เงื่อนไขเหล็ก" ดักทางย้อนศร ห้ามกลับเข้ารับราชการทุกกรณี
เพื่อป้องกันปัญหาการวนรับเงินชดเชยแล้วกลับเข้ามาทำงานรัฐอีกครั้ง ที่ประชุมได้กำหนดข้อห้ามเด็ดขาด
- ห้ามกลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภทอย่างเด็ดขาด
- ตัดสิทธิ์การกลับเข้ามาเป็นบุคลากรประจำเพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างของกฎหมาย
ก้าวต่อไป! รอนำเสนอ คปร. และ ครม. อนุมัติใช้จริง
ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างการเร่งหารือรายละเอียดเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นทางการต่อไป
ข้าราชการพลเรือนสามัญที่สนใจจึงต้องติดตามรายละเอียดเกณฑ์ปีกย่อยอย่างใกล้ชิด เพราะมาตรการนี้อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านชีวิตและวางแผนทางการเงินระลอกใหม่





