วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม 2569

Login
Login

จ่อชง ครม.'เออรี่รีไทร์ข้าราชการ' 2 กลุ่ม ชดเชยสูงสุด 12 เท่าของเงินเดือน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ” ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อช่วง 22 ก.ค. - 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับสำนักงาน ก.พ., สำนักงาน ก.พ.ร., สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยสำนักงาน ก.พ. ได้นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุมใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้ 

 2 กลุ่มเข้าเกณฑ์เกษียณก่อนกำหนด 

1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 คือข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ

  • กลุ่มที่ 2 คือข้าราชดารอายุ 40–49 ปี และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)
  • 2.การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม 

3.เงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ

4.เงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท และ 

5.การกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation

โดยการพิจารณาที่ประชุมมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ดังนี้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม การกำหนดเงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการ และการจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation 

ชดเชยเงินเกษียณอายุก่อนกำหนดสูงสุด 12 เดือน 

โดยการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จะได้รับในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 12 เท่าของเงินเดือน 

เปิดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งราชการ

สำหรับการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ และสามารถบริหารจัดการตำแหน่งที่จะนำมายุบเลิกได้ตามความเหมาะสม

โดยไม่จำเป็นต้องยุบเลิกตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ดำรงอยู่โดยตรง และมอบหมายสำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายละเอียดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ และนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็วต่อไป