วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน เฝ้าระวัง “4 กลุ่มโรค - ภัยสุขภาพ” หน้าฝน

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน เฝ้าระวัง “4 กลุ่มโรค - ภัยสุขภาพ” หน้าฝน

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน เฝ้าระวัง “4 กลุ่มโรคติดต่อ - ภัยสุขภาพ” ที่พบบ่อยช่วงหน้าฝน พร้อมแนะวิธีป้องกันลดความเสี่ยงเจ็บป่วย-เสียชีวิต

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูฝน โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง สภาพอากาศชื้นแฉะ และอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวเอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยสุขภาพต่าง ๆ กรมควบคุมโรค จึงได้ออกประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองอย่างต่อเนื่อง

 

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า สำหรับโรคและภัยสุขภาพที่ควรเฝ้าระวังในช่วงฤดูฝน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1. โรคติดต่อทางเดินหายใจ ได้แก่

  • โรคไข้หวัดใหญ่
  • โรคปอดอักเสบ
  • โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี
  • โรคโควิด-19

ซึ่งมักแพร่กระจายได้ง่ายในช่วงอากาศชื้นและในสถานที่แออัด อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก บางรายเหนื่อยหอบ หรือหายใจลำบาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย หากมีอาการป่วยควรหยุดพักรักษาตัว และเข้ารับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์

2. โรคติดต่อจากการสัมผัส ได้แก่

  • โรคเลปโตสไปโรสิส (โรคฉี่หนู)
  • โรคเมลิออยโดสิส (โรคไข้ดิน)
  • โรคมือเท้าปาก

ซึ่งมักพบในช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง โดยโรคฉี่หนูและโรคเมลิออยโดสิสเกิดจากการติดเชื้อผ่านบาดแผลหรือการสัมผัสน้ำและดินที่ปนเปื้อนเชื้อ ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องลุยน้ำย่ำโคลนควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำด้วยเท้าเปล่าหรือเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูทหรืออุปกรณ์ป้องกัน และรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายหลังสัมผัสน้ำหรือดินทันที ส่วนโรคมือเท้าปากมักพบมากในกลุ่มเด็กเล็ก ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน ควรล้างมือบ่อย ๆ และดูแลความสะอาดของของเล่นหรือพื้นที่ส่วนรวมในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ

 

3. โรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะ ได้แก่

  • โรคไข้เลือดออก
  • โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ โรคชิคุนกุนยา
  • โรคติดเชื้อไวรัสซิกา

ซึ่งมักพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน เนื่องจากมีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีผื่น หรือปวดข้ออย่างรุนแรง ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งน้ำขัง และเก็บน้ำปิดฝาภาชนะให้มิดชิด รวมทั้งนอนในมุ้ง ทายากันยุง และสวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันยุงกัด

4. ภัยสุขภาพที่ควรระวัง ได้แก่

  • อันตรายจากการถูกงูพิษกัด
  • การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า
  • อันตรายจากการกินเห็ดพิษ

โดยในช่วงฤดูฝนมักพบสัตว์มีพิษออกจากที่หลบซ่อน รวมถึงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้ง และประชาชนนิยมเก็บเห็ดป่ามารับประทาน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการได้รับเห็ดพิษที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ควรหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่หลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้และควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ป้องกันความเสียหายจากไฟกระชากหรือฟ้าผ่าที่อาจวิ่งมาตามสายไฟระมัดระวังการเดินในพื้นที่รกชื้น และไม่เก็บเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมารับประทานอย่างเด็ดขาด หากถูกงูพิษกัดหรือมีอาการผิดปกติหลังรับประทานเห็ด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อรองรับกรณีเกิดการระบาด และดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422