ยกระดับ'สกัดอีโบลา' คณะกรรมการด้านวิชาการฯ มีมติกำหนดแนวทางสำคัญ 4 ประเด็น ผู้เดินทางมมจาก/ผ่าน "ดีอาร์คองโก" แม้ไม่มีอาการป่วย ต้องเข้ากักกัน 21 วัน กรมควบคุมโรคเตรียมหารือกระทรวงการต่างประเทศ วางมาตรการเดินทาง–กักกัน
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo ebolavirus (BVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 โดยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และสถานการณ์การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง สำหรับการคัดกรองผู้เดินทางของประเทศไทยที่มาจากเขตติดโรคอีโบลา
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พบผู้เดินทางจากเขตติดโรคอีโบลา เข้าประเทศไทยจำนวน 10 คน โดยเดินทางจากสาธารณรัฐยูกันดา 8 คน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 2 คน ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดกรองอาการป่วยแล้ว ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งคุมไว้สังเกต ทั้งหมด โดยต้องรายงานอาการป่วยต่อเนื่องจนครบ 21 วัน
"กรมควบคุมโรคขอเตือนประชาชนชาวไทยที่มีแผนเดินทางไปยังประเทศเขตติดโรคติดต่ออันตราย โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางควรปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และหากเดินทางกลับประเทศไทยแล้วมีไข้หรืออาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง"
นพ.มณเฑียร กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค ได้นำเสนอแนวทางการแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตผู้เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศที่ประกาศให้เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณี โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ต่อคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติเห็นควรให้กำหนดแนวทางสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่
1) ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา ที่ไม่มีอาการป่วย จะถูกคุมไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ อย่างน้อย 21 วัน
2) ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แม้ไม่มีอาการป่วย จะต้องเข้ารับการกักกันในสถานที่ที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดและมีความเสี่ยงสูง
3) ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่มีอาการเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จะถูกแยกกักในสถานพยาบาลที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน
4) กรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป
ขณะนี้กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างเตรียมการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณาข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในมิติด้านการต่างประเทศ เพื่อให้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคของประเทศไทยมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ และสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
"กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และจะปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยด้านสุขภาพแก่ประชาชนต่อไป"นพ.มณเฑียรกล่าว

