กรมควบคุมโรคเผยองค์การอนามัยโลกประเมิน “ไวรัสฮันตา” โอกาสแพร่กระจายข้ามประเทศค่อนข้างยาก ส่วนไทยยังไม่มีสัญญาณอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ว่า เชื้อฮันตาไวรัสคลัสเตอร์เรือสำราญ เป็นสายพันธุ์แอนดิส ซึ่งพบมากในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะบางประเทศในแถบอเมริกาใต้ และมีความรุนแรงสูง สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการทางปอดจาก ไวรัสฮันตา หรือ HPS ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 40-50%
“องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าโรคดังกล่าวยังมีโอกาสแพร่กระจายข้ามประเทศค่อนข้างยาก และกรณีการระบาดบนเรือสำราญที่มีรายงานก่อนหน้านี้ ไม่มีคนไทยอยู่บนเรือลำดังกล่าว จึงยังไม่มีสัญญาณว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง”พญ.จุไรกล่าว
พญ.จุไร กล่าวอีกว่า แม้ประเทศไทยจะไม่พบเชื้อสายพันธุ์แอนดีส แต่ในประเทศมีฮันตาไวรัสอีกกลุ่มหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า โดยมักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตอักเสบ จึงได้มีการเฝ้าระวังทั้งผู้ป่วยภายในประเทศและผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้กำหนดเกณฑ์ เฝ้าระวังผู้ป่วยต้องสงสัย คือ ผู้ที่มีไข้ร่วมกับอาการผิดปกติ เช่น อาการทางระบบทางเดินหายใจ ภาวะไตผิดปกติ หรืออาการคล้ายไข้เลือดออก และมีประวัติเสี่ยงภายใน 8 สัปดาห์ก่อนเริ่มป่วย
เช่น สัมผัสหนูหรือสัตว์ฟันแทะ สัมผัสสิ่งขับถ่ายของหนู เข้าไปในพื้นที่ปิดอับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หรือเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยต้องสงสัย ดังนั้นหากประชาชนมีไข้หรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ ควรแจ้งประวัติกับแพทย์ทันที
“ไทยมีศักยภาพตรวจวินิจฉัยโรคได้แล้ว ทั้งการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี RT-PCR และการตรวจภูมิคุ้มกัน โดยหากสถานพยาบาลพบผู้ป่วยต้องสงสัย แม้ยังไม่ยืนยันผลตรวจ ก็ต้องรายงานต่อหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่กรมควบคุมโรค เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและควบคุมโรคทันที”พญ.จุไรกล่าว

