การเงิน

DELTA หวั่นครึ่งหลังยอดขายแผ่ว เหตุโควิดกดดันซัพพลายเชน

DELTA หวั่นโควิดระบาด -ปัญหาขาดแคลนซัพพลายเชน กดยอดขายครึ่งปีหลัง 64 คาดรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% แม้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 45% แจงราคาหุ้นหวือหวาโดนสั่งติดแคชบาลานซ์ เหตุ นักลงทุนเชื่อมั่นเข้าลงทุน

นายแจ็คกี้ จาง ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ายอดขายปี 2564 จะเติบโตอย่างน้อย 10% จากเดิมคาดโต 5-10% จากปีก่อนที่ 6.3 หมื่นล้านบาท แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรก ยอดขายจะเติบโตสูงถึง 45% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสามารถหนุนให้ยอดขายทั้งปีเติบโตได้ในระดับ 20-25%

ทั้งนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดของประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนซัพพลาย (Supply Shortage) ส่งผลให้บริษัทประเมินการเติบโตปีนี้อย่างระมัดระวัง แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังคงเป็นบวกจากคำสั่งซื้อที่ยังไหลเข้ามาต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าปัญหาการขาดแคลนซัพพลายจะส่งผลกระทบอย่างจำกัด เนื่องจาก DELTA มีพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาวที่ยังส่งสินค้าให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการบริหารจัดการล่วงหน้าร่วมกันกับพันธมิตรเป็นอย่างดี

นายแจ็คกี้ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 บริษัทยังเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในอนาคต ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) การแพทย์ (Healthcare) และพลังงานทางเลือก (Alternative Energy) หนุนการเติบโตระยะยาว รวมถึงมีแผนขยายกำลังการผลิต คาดใช้งบลงทุนประมาณ 40-50 ดอลลาร์ (1.3-1.6 พันล้านบาท)

เมื่อสอบถามถึงกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ประกาศให้ DELTA เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายนั้น บริษัทยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เพราะเป็นประเด็นเกี่ยวกับสภาพการซื้อขายหุ้นที่เข้าเกณฑ์กำกับของตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น โดยคาดว่าเป็นผลจากที่นักลงทุนให้ความสนใจในหุ้นของบริษัทอย่างมาก จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่เติบโต