ฝนถล่มกรุงเทพต่อเนื่อง กระทบเศรษฐกิจเมืองหลวงประเทศไทย ภาคธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าจำเป็น นักการตลาด ประสานเสียงกำลังซื้ออ่วมระยะสั้น รายจ่ายพุ่ง เหตุเงินเก็บถูกดึงมาใช้ซ่อมบ้าน-รถ หวังไฮซีซันปลุกมู้ด ผู้ประกอบการประสานเสียง “ลดราคา-ยืดผ่อนสินค้า” เอื้อการเข้าถึงต่อชีวิตช่วงวิกฤติ
นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เบื้องต้นประเมินผลกระทบต่อประชาชนบ้านเรือน รถเสียหาย รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้าย ยกหนีน้ำได้ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กมักไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ใช้เงินเก็บอนาคตซ่อมบ้าน-รถ ฉุดกำลังซื้อ
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะบ้านและรถถูกน้ำท่วม จะส่งผลให้ต้องนำเงินเก็บสำหรับใช้อนาคตถูกดึงออกมาใช้ก่อน เพื่อซ่อมแซมบ้าน รถ ถือเป็นการโยกเงิน ปัจจัยนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในไตรมาส 4
เมื่อเจาะจงตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจเป็นสินค้ากลุ่มต้นๆที่ผู้บริโภคจะต้องซื้อ หลังน้ำลด โดยเฉพาะตู้เย็น สำคัญต่อการดำรงชีพใช้เก็บยืดอายุอาหารของสดต่างๆ ส่วนสินค้าหมวดเพื่อความบันเทิง เช่น ทีวี เป็นปัจจัยรองในการใช้ชีวิต
“เวลาน้ำท่วม แล้วน้ำลด สิ่งที่ผู้บริโภคจะใช้เงินด้วยก่อนคือซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ซึ่งเป็นเงินสดเท่านั้น ผ่อนค่าซ่อมบ้านกับช่างไม่ได้ ตามด้วยการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย และจำเป็นต้องใช้อย่างตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไตรมาส 4 จะเห็นการชิปหรือย้ายเงิน”
ก่อนเกิดน้ำท่วม แอลจี ประเมินตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไตรมาส 4 จะเติบโตราว 10% เพราะมีปัจจัยบวกจากไฮซีซัน การทำโปรโมชันของแบรนด์ต่างๆ กระตุ้นยอดขาย แต่เมื่อมีปัจจัยที่ไม่คาดคิด จะส่งผลต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโค้งสุดท้าย 2 มิติ คือ 1.เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียเป็นตัวเร่งให้ซื้อสินค้าเร็วขึ้น 2.ผู้บริโภคที่วางแผนจะซื้อสินค้า อาจซื้อเร็วกว่าเดิมเพราะความจำเป็น
“เดิมมองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไตรมาส 4 จะเติบโต 10% จากภาวะสงครามที่ใกล้จะยุติ ไฮซีซันด้านการท่องเที่ยว แต่เมื่อเกิดน้ำท่วม คาดว่าจะมีดีมานด์จากความจำเป็น จากผู้บริโภควางแผนซื้อสินค้าปลายปี อาจเร่งซื้อ ทำให้ตลาดเติบโตได้”
ลดราคา-ยืดผ่อนต่อลมหายใจประชาชน
ในวันจันทร์ 28 ก.ย. แอลจี วางแผนประชุมทีมงานเพื่อทำการตลาดและโปรโมชัน แนวทางการลดราคาสินค้า และการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น
“เราจะประชุมหารือการทำโปรโมชันเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสินค้าง่ายขึ้น การลดราคาระดับหนึ่ง แต่การผ่อนยาวขึ้น จะทำให้คนดำรงชีวิตง่ายขึ้น จึงจะหาวิธีขยายเวลาการผ่อนชำระ เน้นระบบสมาชิกหรือ LG subscribe รวมถึงการจัดทำแพ็กเกจสำหรับตู้เย็น และเครื่องซักผ้า”
อย่างไรก็ตาม จากน้ำท่วมขณะนี้ หากน้ำลดประเมินว่ากำลังซื้อผู้บริโภคจะฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากสถานการณ์เกิดสั้น ต่างจากปี 2554 ที่น้ำท่วมยาว การออกจากบ้านลำบาก กระทบการใช้ชีวิตประชาชนยาวนาน
ของจำเป็นใช้จ่ายปกติ สินค้าฟุ่มเฟือยคิดหนัก
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ก่อนเกิดน้ำท่วมกรุง ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าจำเป็น อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเดือนสิงหาคม มีการฟื้นตัว และดีต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน และคาดการณ์ไตรมาส 4 การจับจ่ายใช้สอยจะเข้าสู่ภาวะปกติ
เมื่อน้ำท่วมสิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้บริโภคมีการซื้อสินค้าไปตุนไว้ ทำให้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นระยะสั้น แต่จากนั้นจะชะลอตัวลง เนื่องจากยังมีสินค้าในสต๊อกแต่ละครัวเรือน อีกด้านผู้บริโภคยังทานอาหารเท่าเดิม 3 มื้อ บะหมี่ฯเป็นสิ่งที่ทานเป็นปกติ ไม่มีซีซันการขาย
“ไตรมาส 4 สินค้าจำเป็น ผู้บริโภคยังคงซื้อ แต่สินค้าฟุ่มเฟือยต้องคิดหนักถึงความคุ้มค่าใช้จ่าย”
เงินเข้ากระเป๋าไม่พอ
ทั้งนี้ จากการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ขยายเวลาอีก 2 เดือน เติมเงินในกระเป๋าให้ประชาชน 500 บาทต่อเดือน ย่อมดีต่อการซื้อสินค้าจำเป็น แต่จำนวนเงินที่อัดฉีดให้ยอมรับว่าเท่าไหร่ก็คงไม่เพียงพอ เนื่องจากสิ่งที่ผู้คนเผชิญคือ รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม
“รัฐให้เงินเพิ่มจะ 1,000 บาท หรือ 3,000-4,000 บาท เท่าไหร่คงไม่พอใช้ เพราะมีปัจจัยต่างๆ ดึงกำลังซื้อประชาชน เพราะเงินมีจำกัด รายได้ลดลง แต่มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่เติมเงินในกระเป๋า ถือเป็นการบรรเทาค่าครองชีพ เพราะเงินที่ให้ต้องไปซื้อสินค้าจำเป็น ส่วนจะซื้ออะไรขึ้นกับความจำเป็นของแต่ละคน”
อย่างไรก็ตาม ต่อความกังวลราคาสินค้า ย้ำว่าบะหมี่ฯ เป็นสินค้าควบคุม ถือเป็นเซฟโซนในการใช้จ่าย เพราะไม่มีการขึ้นราคาแต่อย่างใด
คาดความเชื่อมั่นคนไทยฟื้นเร็ว
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยกล่าวว่า แม้คนกรุงจะเผชิญภาวะน้ำท่วม แต่คาดหวังเป็นเหตุเกิดในระยะสั้น และคนไทยจะฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากความรุนแรงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หรือน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่าเป็นปัจจัยที่มีผลต่อกำลังซื้อผู้บริโภคไตรมาส 4 ที่เป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยวในประเทศ การใช้จ่าย เพราะกำลังซื้อที่สูงส่วนใหญ่มาจากเมืองหลวง
นอกจากนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จะมีการกันเงินบางส่วน ไปใช้ในการซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถ รวมถึงใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่อยู่ในแผน อย่างการซื้อประกัน
“ฝนตก 2-3 วันติด ทำให้น้ำท่วม ภาพรวมมีผลกระทบต่อกำลังซื้อไตรมาส 4 โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศ เพราะคนเกิดการย้ายเงินไปดูแลบ้าน รถ อย่างไรก็ตาม มองการฟื้นตัวกำลังซื้อคนไทยเกิดขึ้นเร็ว เราอยู่ในประเทศที่ดีมาก น้ำท่วมสั้นๆ เราเห็นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่สร้างรอยยิ้ม อารมณ์ขัน เห็นการทำตลาดที่ดี อย่างร้านวัสดุก่อสร้างย่านรามอินทรา ใครเดือดร้อน ไม่มีให้มาซื้อที่ร้านในราคาเท่าทุน เป็นต้น”
ปลุกพลังนักการตลาด
ก่อนเหตุน้ำท่วม ปี 2569 ปัจจัยลบมากมาย ทำให้นักการตลาดรัดเข็มขัด แต่จากการหารือในงานวันนักการตลาดสัญจร นักการตลาดมุ่งพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะการทำโปรโมชัน ลดราคาสินค้า เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน มองสินค้าหรือธุรกิจที่ตนเองดำเนินการจะมีส่วนฟื้นการบริโภคอย่างไร เช่น ธุรกิจประกัน อสังหาริมทรัพย์ ฯ
“นักการตลาดมองน้ำท่วมเป็นวิกฤติเพียงชั่วคราว ไม่รุนแรง เพราะน้ำท่วมกรุงครั้งนี้ไม่ใช่มวลน้ำถล่ม ยังมีประชาชนยกข้าวของหนีน้ำทัน ส่วนที่เดือดร้อน ภาคธุรกิจอาจมีการปิดบางสาขา แต่บางสาขาขายดี ไตรมาส 4 สิ่งที่นักการตลาดควรทำ ไม่แค่ดูแลธุรกิจ แต่ควรดูแลสังคม เป็นเวลาโชว์ความจริงใจ อะไรที่เกี่ยวกับสินค้าจำเป็นในการดำรงชีพ วัสดุก่อสร้าง เป็นเวลาที่ควรลดราคาให้มาก เพราะคนดี-ไม่ดี ดูกันตอนลำบาก ปกติการทำเรื่องลดราคาเป็นการทำลายภาพลักษณ์แบรนด์ แต่การลดราคาช่วงนี้เป็นการทำดีที่น่าจดจำให้กับผู้บริโภคระยะยาว”
ค้าปลีกหวังกระทบระยะสั้น
แหล่งข่าวในธุรกิจค้าปลีก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การเดินทาง แต่เชื่อว่าจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นเท่านั้น โดยหลายพื้นที่น้ำลดและแห้งแล้ว แต่ก็ยังมีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ทำให้พื้นที่ที่ไม่ปกติผู้บริโภคจะมีบรรยากาศของการแห่ซื้อสินค้าจำนวนมากอยู่ และทำให้สินค้าในบางสาขาขาดชั้นจำหน่ายเพราะรถขนส่งอาจยังไม่สามารถเข้าถึงได้
อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมแม้จะเป็นสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่แต่เชื่อว่าจะคลี่คลายลงตามลำดับ ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นการนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของปีมีช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆ ทั้งคริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผู้บริโภคจะยังคงจับจ่ายซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งระมัดระวังมากขึ้น หรือคิดมากขึ้น และส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว
“กำลังซื้อยังคงประคองตัว ซึ่งช่วงของการแห่ซื้อสินค้านี้ยังทำให้ยอดขายโดยภาพรวมเพิ่มขึ้นกว่าปกติ สถานการณ์น้ำท่วมเวลานี้เชื่อว่าเป็นระยะสั้นต่างจากพิบัติภัยปี 2554 ขณะที่สินค้ามีเพียงพอ โรงงานผลิตน้ำ น้ำไม่ท่วม เพียงแต่บางสาขารถอาจเข้าไม่ถึงเท่านั้น และเวลานี้น้ำทยอยลดลงแล้วน่าจะกลับสู่ภาวะปกติใน 1-2 วันนี้หากไม่มีฝนตกหนัก พายุเพิ่มเข้ามา”
ค้าปลีกเตรียมพร้อม“ท็อปส์”ตั้งวอร์รูม
อย่างไรก็ดี ร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ต “ท็อปส์” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศตั้งศูนย์ปฏิบัติการกู้วิกฤติและติดตามสถานการณ์น้ำท่วม (War Room) เพื่อรับมือกับสถานการณ์อย่างเป็นระบบทำงานแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
ครอบคลุมทั้งการประเมินความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน การติดตั้งคันกั้นน้ำและเตรียมระบบระบายน้ำในพื้นที่สาขา การบริหารห่วงโซ่อุปทานร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตร เพื่อสำรองและกระจายสินค้าจำเป็นไปยังสาขาต่าง ๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ พร้อมเดินหน้าปรับการดำเนินงานตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ท็อปส์ ระบุว่าสินค้าสำรองในคลังและศูนย์กระจายสินค้ามีปริมาณเพียงพอโดยเฉพาะสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ น้ำดื่ม อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน และของใช้ในชีวิตประจำวัน
“ท็อปส์วางแผนบริหารสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิดบริหารสต๊อกและเร่งเติมสินค้าเข้าสู่หน้าร้านอย่างต่อเนื่องโดยระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้ายังคงดำเนินการตามปกติ และได้เพิ่มรอบการจัดส่งสินค้าเป็นกรณีพิเศษเพื่อเร่งเติมสินค้าหน้าร้าน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานและน้ำดื่ม”
สำหรับ บางพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูง การจราจรติดขัด หรือมีความเสี่ยงต่อการเดินทาง อาจส่งผลให้การจัดส่งล่าช้ากว่าปกติในบางช่วง ท็อปส์ ยึดหลัก ความปลอดภัยของพนักงานขนส่งและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ พร้อมประเมินสถานการณ์และปรับแผนการจัดส่งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ควบคู่การเร่งบริหารและกระจายสินค้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง
ปรับเวลาให้บริการ ปิดสาขาเสี่ยง
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีบางสาขาที่ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว หรือปรับเวลาเปิด-ปิดตามสถานการณ์และเวลาการให้บริการของศูนย์การค้าสำหรับสาขาที่ปิดให้บริการชั่วคราว ประกอบด้วย ท็อปส์ 1 สาขา (แฟชั่นไอส์แลนด์) ท็อปส์เดลี่ 6 สาขา ได้แก่ รัชดา52, เฉลิมพระเกียรติ 30 แยก14,ร่มเกล้า27,นิลุบลซอย10,เคหะคลองจั่นและคลองตำหรุและท็อปส์แคร์3สาขาได้แก่สุขาภิบาล3,ลาดกระบังและหัวหมาก ซึ่งพร้อมกลับมาเปิดให้บริการตามปกติทันทีที่สถานการณ์ในแต่ละพื้นที่เอื้ออำนวย





