ต่างประเทศ

‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 238 จุดทะลุแนว 35,000

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันศุกร์ (23ก.ค.)ปรับตัวขึ้น 238 จุด ทะลุแนว 35,000 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 238.20 จุดหรือ 0.68% ปิดที่ 35,061.55 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น

1.01% ปิดที่ 4,411.79 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 1.04% ปิดที่ 14,836.99 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 0.07% เมื่อวันพฤหัสบดี(22ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของตลาดถูกจำกัดจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่สูงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดีดตัวสู่ระดับ 1.3% ในวันนี้ ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งลงแตะ 1.13% ในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

การซื้อขายในวันนี้ ยังคงได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส โดยบริษัทราว 15% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 แล้ว ซึ่ง 88% จากจำนวนดังกล่าวมีกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ 84% มีรายได้สูงกว่าคาด

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีในสัปดาห์หน้า ซึ่งได้แก่ เฟซบุ๊ค แอ๊ปเปิ้ล อเมซอน อัลฟาเบท และไมโครซอฟท์ รวมทั้งการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 ก.ค.

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยส่งสัญญาณว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และจะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นในขณะนี้