การเงิน

ฟื้นตัวระยะสั้น แต่ยังคงให้วางกลยุทธ์ลงทุนสำหรับการแกว่งตัวลง

ภาพรวมผลประกอบกลุ่มธนาคารสูงกว่าคาด

โดยรายงานกำไรไตรมาส 2/64 รวมที่ 50.2 พันล้านบาท (+10% QoQ, +70% YoY) สูงกว่าที่เราคาด 9% เนื่องจากรายได้มิใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาด ธนาคารที่รายงานกำไรออกมาดีกว่าคาด ได้แก่ BBL, KTB, SCB ขณะที่ธนาคารที่รายงานกำไรต่ำคาด ได้แก่ KBANK และ KKP เนื่องจากการตั้งสำรองที่สูง สินเชื่อเติบโตขึ้น 1.9% QoQ ตามคาด ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 2.8% ซึ่งดีกว่าคาดเล็กน้อย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้น 2% QoQ แต่ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (coverage ratio) ยังอยู่ในระดับสูงกว่าที่ 156% ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า

ยังควรติดตามทิศทางการไหลออกของเงินทุน หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นจากแนวโน้มผลประกอบการหุ้นขนาดใหญ่ที่ดี และอัตราการฉีดวัคซีน (Vaccination) ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้จะเห็นว่าแม้การติดเชื้อเพิ่ม แต่อัตราการเสียชีวิตอยู่ในระดับที่ต่ำมาก (อาทิ อังกฤษ ติดเชื้อ 44,104 ราย เสียชีวิต 73 ราย) ซึ่งจะทำให้ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลประกอบการบจ. ดีกว่าตลาดเกิดใหม่และเอเซีย นอกจากนี้เงินทุนไหลออกยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เราประเมินการฟื้นตัวของหุ้นเอเชียอาจจะเคลื่อนไหวได้ด้อยกว่าภาพรวมของโลก ทำให้เรายังคงมุมมองเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง

กลุ่มสื่อสารและ REITs มีโอกาสเป็นแหล่งพักเงินที่ดี นับจากสถานการณ์โควิดปลายมิ.ย.63 กลุ่มที่เคลื่อนไหวแย่กว่าตลาดมากที่สุด 2 กลุ่ม คือ สื่อสารและกองรีทส์ ทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้มีการถือครองโดยนักลงทุนสถาบันและทั่วไปในระดับต่ำ (under-owned) ส่งผลให้ความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรต่ำ และเริ่มประเมินมีโอกาสเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน JAS, ALT / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ SMD, TM, WINMED, BIZ

 

ภาพรวมกลยุทธ์: ประเมินฟื้นตัวระยะสั้น แต่ยังมองไม่เกิน 1,565 จุด อาจใช้จังหวะดีดตัวในการขายเพิ่มการถือเงินสด และยังเน้นเพียงเลือกเก็งกำไรรายตัวระหว่างรอจุดซื้อที่ดี ภาพรวมยังเน้นบริหารความเสี่ยง และปรับสมดุลให้ในพอร์ตมีเงินสดมากพอหากโอกาสซื้อเกิดขึ้น  // หุ้นแนะนำ: GFPT*, ACE*, ADVANC*, JAS*

แนวรับ: 1,510-1,535/ แนวต้าน : 1,550-1,565 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

 

ประเด็นการลงทุน

IMF คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัว 6% ในปีนี้. พร้อมเตือนเศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่หากอัตราการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ไม่เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ และจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในสิ้นปี 2565

แบงก์ชาติเตรียมออกหลักเกณฑ์ค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์ในไตรมาส 3/64. ธปท.เผยเตรียมประกาศหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำกับดูแลค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์รวมกว่า 300 รายการ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนและรายได้แท้จริงมากที่สุด

MINT. ขายโรงแรม 2 แห่งในต่างประเทศ ทำสัญญาเช่ากลับ 20-30 ปี รับเงิน 5.7 พันล้านบาท เพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระหนี้

GPSC. เริ่มรับรู้รายได้จากโซลาร์ฟาร์มที่อินเดียเข้ามาในไตรมาส 3/64 จ่อบุ๊กกำไรปีหน้า 1 พันล้านบาท ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 11,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 68 จากกำลังการผลิต 3,744 เมกะวัตต์ ย้ำไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน

Airline. สมาคมสายการบินตั้งโต๊ะทวงซอฟต์โลนจากรัฐบาล ปรับลงเงินเหลือ 5 พันล้านบาท รักษาสถานะจ้างพนักงาน เผยหากไม่ได้ภายใน 1 เดือนอาจมีสายการบินต้องปิดตัวลง

ประเด็นติดตาม: -  22 ก.ค.: ECB Meeting, US Initial Jobless Claims / 23 ก.ค.: EU Manufacturing PMI เดือน ก.ค., US Manufacturing PMI เดือน ก.ค.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)