การเงิน

WICE (21 ก.ค.64)

ภาวะอุตสาหกรรมที่เป็นบวกช่วยหนุนผลประกอบการ

Event

ร่วมประชุมกับผู้บริหารของบริษัท

Impact

ผู้ให้บริการด้าน logistic ครบวงจร

WICE ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร โดยแบ่งธุรกิจเป็นสี่กลุ่มหลัก ได้แก่ การขนส่งทางอากาศ (33%ของรายได้รวมใน 1Q64), การขนส่งทางทะเล (31%), บริการขนส่งข้ามชายแดน (29%) และ supplychain solutions (7%) ทั้งนี้ รายได้จากทั้งสี่กลุ่มธุรกิจเพิ่มขึ้นใน 1Q64 โดยรายได้จากการขนส่งทางทะเลโตอย่างโดดเด่นถึง 213% YoY เป็น 415.5 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากบริการขนส่งข้ามชายแดนทางบกโตถึง 185% YoY เป็น 381.0 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมใน 1Q64 โตถึง 96% YoY เป็น 1.29 พันล้านบาท และกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ห้าที่ 81.6 ล้านบาท

ได้อานิสงส์จากค่าขนส่งที่แพง และการค้าที่เร่งตัวขึ้น

ในฐานะที่ WICE เป็นผู้ประกอบการ freight forwarder บริษัทจึงจะได้ประโยชน์จากภาวะอุตสาหกรรมที่เป็นบวก ในแง่ของค่าขนส่งที่สูงขึ้น และกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าค่าขนส่งจะยังค่อนข้างสูงต่อเนื่องไปในระยะ 12 เดือนข้างหน้าเนื่องจากคาดว่า capacity ของการขนส่งทางอากาศ และทางทะเลจะขาดแคลน ถึงแม้ว่าอาจจะมีการปรับค่าขนส่งบางส่วนหลังจากที่เริ่มมีเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารกลับมาทำการบิน และ capacity ของตู้คอนเทนเนอร์ของสายเดินเรือบางสายกลับมาเพิ่มขึ้น แต่การปรับค่าขนส่งจะยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในขณะเดียวกัน บริการขนส่งข้ามชายแดนทางบกจะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการที่ค่าขนส่งทางอากาศ และทางทะเลสูงขึ้น ในฐานะที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขนส่งสินค้า

การขยายกิจการจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

เพื่อรักษาแนวโน้มการเติบโตของบริษัท WICE กำหนดหกกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ ได้แก่ i) การขยายตลาดในสหรัฐ ii) ส่งเสริมธุรกิจกับบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตมาจากจีน iii) เพิ่ม capacity ของบริการโลจิสติกส์ครบวงจร iv) เพิ่ม capacity บริการขนส่งข้ามชายแดนทางบก v) ส่งเสริมบริการขนส่งไม่เต็ม
ตู้คอนเทนเนอร์ (Less-Truck-Load) และ vi) นำ Euro Asia Total Logistics Co., Ltd. (ETL) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เรามองว่าบริการขนส่งข้ามชายแดนทางบกมีโอกาสที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัทได้อย่างมาก จากการขยายตัวของปริมาณการค้าภายในภูมิภาคอินโดจีน
และนโยบายการส่งเสริมการค้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจีน (Belt and Road Initiative)

คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้น YoY ใน 2Q64

เรามองบวกกับแนวโน้มผลประกอบการของ WICE ใน 2Q64 โดยคาดว่าบริษัทมีโอกาสที่จะทำสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่หก จากค่าขนส่งที่สูง และปริมาณการขนส่งสินค้าที่น่าจะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการส่งออกไทย เราคาดว่าผลประกอบการของบริษัทใน 2H64F จะออกมาน่าประทับใจเพราะปัจจัยฤดูกาล เนื่องจาก 3Q-4Q เป็นช่วง high season ของการส่งออกไทย นอกจากนี้ เราคาดว่า capacity ที่เพิ่มขึ้นของโกดังสินค้า และ ตู้ container สำหรับบริการขนส่งข้ามชายแดนจะช่วยสนับสนุนให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นใน 2H64 อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นในปีหน้าถ้าหากค่าขนส่งเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่ารายได้ปี 2564 จะโตไม่น้อยกว่า 20% YoY และกำไรสุทธิปีนี้จะโตอย่างน้อย 6% YoY ในขณะที่ consensus คาดว่ากำไรสุทธิของ WICE ในปี 2564 จะโตถึง 42.8% YoY เป็น 289 ล้านบาท และปี 2565 จะเพิ่มขึ้น 1.6% YoY เป็น 293 ล้านบาท เรามองว่า consensus ของกำไรปีนี้ยังมี upside อีกถ้าหากค่าขนส่งใน 2H64 ยังทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันเนื่องจากเราคาดว่าปริมาณสินค้าที่ขนส่งจะเพิ่มขึ้น HoH ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ WICE ในปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ระดับ PER ปี 2564 ที่ 22.6x ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 34.5x

Risk

เศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกถดถอย, ความผันผวนของต้นทุนค่าขนส่ง, การแข่งขันในตลาดขยายธุรกิจเพิ่มรับโอกาสในการเติบโต

เพื่อที่จะรับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการค้าระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และเพิ่มสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของบริษัท ทาง WICE ได้วางแผนที่จะขยายธุรกิจผ่าน 6 กลยุทธ์ ได้แก่

i) ขยายการขนส่งไปตลาดสหรัฐ เป็น 6,000 TEUs (หน่วยเทียบเท่าตู้ขนาด 20 ฟุต) โดยปัจจุบันสหรัฐ เป็นตลาดส่งออกใหญ่สุดของฐานลูกหลักของบริษัท โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์

ii) ร่วมมือกับบริษัทลูกในจีนในการเจาะกลุ่มลูกค้าจีนที่ย้านฐานการผลิตมาไทยจากปัญหาสงครามการค้า โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ผลิตเครื่องครัว อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์และแผงโซล่าร์ เป็นต้น

iii) เปิ ดคลังสินค้าเพิ่ม พื้นที่ 10,000 ตรม. สำหรับการให้บริการ supply chain (คลังสินค้าและการกระจายสินค้า) จากปัจจุบัน 18,000 ตรม. และยังวางแผนที่จะขยายการให้บริการจากกลุ่มลูกค้า B2B ไปยังกลุ่มลูกต้า B2C ด้วย

iv) ลงทุนในตู้คอนเทนเนอร์ (รถบรรทุก) อีก 200 ตู้ ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มเที่ยววิ่งรถเป็น 1,200 เที่ยว/เดือน นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าที่จะขยายบริการไปยังการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในเส้นทางที่เชื่อมโยงระหว่างจีนไปยังตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกด้วย (Belt and Road Initiative).

v) ส่งเสริมบริการการขนส่งไม่เต็มตู้ (Less-Truck-Load) ซึ่งบริการนี้จะเป็นการขนส่งแบบ doorto-door ให้กับลูกค้า โดยแผนปัจจุบันจะเป็นการเดินรถ 2 เที่ยว/สัปดาห์ ในเส้นทางที่กำหนดต่อไปนี้ ไทย-จีน มาเลเซีย-ไทย มาเลเซีย-จีน สิงคโปร์-ไทย และ สิงคโปร์-จีน โดย WICE คาดหวัง GPM จากบริการนี้สูงที่ 40%.

vi) เตรียมนำบริษัท Euro Asia Total Logistics Co., Ltd. (ETL) เข้าจดทะเบียน ในตลาด MAI ภายในปี 2565 โดย ETL เป็นบริษัทร่วมค้าที่บริษัทถือหุ้น 40% ให้บริการการขนส่งทางบกข้ามพรมแดน

การเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนจะเป็นแรงหนุนการขนส่งสินค้าใน 2H64-2565F

ในมุมมองของเรา WICE จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐ และจีนโดยทั้งสองประเทศนี้เป็นจุดหมายการขนส่งของลูกค้าหลักของบริษัท ทั้งนี้ IMF คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 6.4% ในปี 2564 และ 3.5% ในปี 2565 ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 8.4% ในปี 2564
และ 5.6% ในปี 2565 นอกจากนี้ WICE ยังมีตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งในเส้นทางการค้าภายในภูมิภาค โดยบริษัทให้บริการการขนส่งทางบกในภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งรวมถึง สิงคโปร์ มาเลย์เซีย ไทย เวียดนาม และจีน โดยเราเชื่อว่าการส่งเสริมเส้นทางการค้าระหว่างประเทศของจีนผ่านโครงการ Belt
and Road Initiative จะเป็นปัจจัยหนุนให้กับบริการการขนส่งทางบกข้ามพรมแดนของ WICE ในอนาคต

เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบที่ดีต่อเงินลงทุน

WICE มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ 1.14 เท่าใน 1Q64 เพิ่มขึ้นจาก 1.10 เท่าในปี 2563 และ 0.77 ในปี 2562 หลังจากบริษัทได้กู้เงินระยะยาวเพิ่มมาขยายธุรกิจ อย่างไรก็ดี ระดับหนี้ของบริษัทยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ จากสัดส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.21
เท่าในปี 1Q64 และจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี สถานะทางการเงินของบริษัทน่าจะยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแรง นอกจากนี้ บริษัทยังให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในแง่ของ ROA และ ROE ที่ระดับ 20.0% และ 28.0% ใน 1Q64 จาก 18.4% และ 24.1% ในปี 2563 ตามลำดับ