การเมือง

'คลายล็อก' ! 4 กิจการก่อสร้าง กทม.-ปริมณฑล อนุโลม 'ย้ายแรงงาน'

"คลายล็อก" ! 4 กิจการก่อสร้าง อนุโลม "ย้ายแรงงาน" เฉพาะกรณี โดยให้อำนาจผู้ว่าพิจารณา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศบค. เพื่อขอให้พิจารณาอนุมัติ ผ่อนปรนโครงการการก่อสร้างโครงการก่อสร้างบางประเภทและเคลื่อนย้ายแรงงานในกรณีมีเหตุจำเป็น 

ล่าสุดนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามอนุมัติในหลักการการให้อนุญาตสำหรับการก่อสร้างโครงการก่อสร้างบางประเภท และเคลื่อนย้ายแรงงานในกรณีที่มีความจำเป็น เพื่อผ่อนคลายมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับรายที่มีปัญหาว่าถ้าการหยุดหรือปิดแคมป์จะทำให้เกิดอันตรายหรือไม่ปลอดภัยก็อนุญาตให้เข้าไปเก็บงานหรือปิดงานได้ ไม่ใช่การก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้า แต่ในคำสั่งดังกล่าวของนายกฯ เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปใช้อำนาจ ออกคำสั่งในแต่ละจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งแต่ละจังหวัดจะไม่เหมือนกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องไปออกคำสั่ง และสำรวจเองว่าในแต่ละจังหวัดมีการก่อสร้างอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามจะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามอนุมัติในหลักการการให้อนุญาตสำหรับการก่อสร้างโครงการก่อสร้างบางประเภท และเคลื่อนย้ายแรงงานในกรณีที่มีความจำเป็น เพื่อผ่อนคลายมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลมีข้อห่วงกังวลกรณีข้อกำหนด (ฉบับที่ 25) นี้มีการสั่งห้ามการก่อสร้างขนาดใหญ่ทุกประเภทในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานภาคก่อสร้างเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน ซึ่งการหยุดก่อสร้างชั่วคราวอาจจะส่งผลกระทบให้ความเสียหายเชิงโครงสร้างทางวิศวกรรมและโครงการก่อสร้างบางประเภทที่มีความจำเป็นอันสมควรได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับมาตรการการควบคุมการแพทยระบาดของโรค โควิด-19 และประโยชน์ด้านสาธารณสุข

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาจึงขอเสนอให้มีการผ่อนคลายคำสั่งห้ามการก่อสร้างในโครงการก่อสร้างบางประเภท ดังนี้ 1.โครงการก่อสร้างซึ่งหากหยุดก่อสร้างในทันที หรือการดำเนินการล่าช้า อาจก่อให้เกิดความเสียหายเชิงโครงสร้างด้านวิศวกรรมจนยากต่อการแก้ไข หรือเกิดอันตรายแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา หรือชุมชนโดยรอบโครงการก่อสร้างนั้น เช่น โครงการก่อสร้างใต้ดินที่มีความลึก การก่อสร้างชั้นใต้ดินที่ยังไม่ได้เทปูนปิดล้อม

2.การก่อสร้างชั่วคราวซึ่งหยุดการก่อสร้างในทันที หรือดำเนินการล่าช้าจะได้รับความเสียหายจนเกิดอันตรายแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา หรือชุมชนโดยรอบโครงการดังกล่าว เช่น นั่งร้าน และแบบรอการเทปูน โดยเฉพาะแผ่นพื้นที่

3.การก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร แบร์ริเออร์กั้นช่องจราจร แผ่นเหล็กปิดงานก่อสร้างบนผิวจราจร

และ 4.การก่อสร้างในสถานที่ก่อสร้างที่มีความเกี่ยวข้องกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือ สถานที่ก่อสร้างอื่นๆ ที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมพิจารณาขอผ่อนคลายคำสั่งเคลื่อนย้ายแรงงานประเภทก่อสร้างจากสถานที่พักชั่วคราว ทั้งกรณีการข้ามเขตจังหวัด หรือภายในเขตจังหวัด เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคโควิด-19 เช่น การรักษาพยาบาล การควบคุมป้องกันโรค การตรวจสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการโรคติดต่อเป็นผู้พิจารณาอนุญาตโครงการก่อสร้างที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้ง 4 ประเภทข้างต้นในเขตพื้นที่ของตนเองเป็นรายกรณี

อย่างไรก็ตาม มติที่ประชุมศปก.ศบค.ได้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวแล้ว และได้ให้ความเห็นชอบในหลักการ ขณะเดียวกัน มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข ดังนี้ เห็นสมควรให้ผ่อนคลายคำสั่งห้ามการก่อสร้างในโครงการบางประเภทตามที่ กทม.เสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่แรงงานก่อสร้างนั้นได้รับวัคซีนแล้ว โดยสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานก่อสร้างเพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค  และเห็นสมควรให้ผู้ว่าฯกทม. หรือผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เป็นผู้พิจารณาอนุญาตโครงการก่อสร้างเฉพาะที่เข้าหลักเกณฑ์ และขอให้ กทม.และจังหวัดปริมณฑลกำกับติดตามการดำเนินการก่อสร้างโครงการที่มีความจำเป็นตามที่ได้รับการผ่อนคลายให้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด

สำหรับวนการก่อสร้างขนาดเล็กที่ไม่ถูกห้ามตามข้อกำหนดฉบับที่ 25 ถ้าผู้ว่าฯ กทม.หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าหากปล่อยให้การก่อสร้างดำเนินต่อไปอันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวงกว้าง  ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พิจารณาสั่งปิดสถานที่ก่อสร้างหรือหยุดการก่อสร้างนั้นตามอำนาจและหน้าที่

รวมถึงให้ทาง กทม.และจังหวัดปริมณฑลทำการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้เข้าใจมาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่ 25 ที่ไม่ห้ามการก่อสร้างโครงการขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีการเคลื่อนย้ายแรงจำนวนมาก อันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของโรค และให้จัดช่องทางสำหรับประชาชนหรือผู้ประกอบการในการที่จะสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำสั่งตามข้อกำหนดฉบับที่ 25 ด้วย