ยอดลงทะเบียน 'คนละครึ่งเฟส​ 3' คึกคัก​ ชั่วโมงครึ่งกว่า​ 11​ ล้านคน

ยอดลงทะเบียน 'คนละครึ่งเฟส​ 3' คึกคัก​ ชั่วโมงครึ่งกว่า​ 11​ ล้านคน
14 มิถุนายน 2564
1,300

โฆษกคลังเผยยอด ลงทะเบียน "คนละครึ่งเฟส​ 3" คึกคัก​ ผ่านไปชั่วโมงครึ่งยอดพุ่งกว่า​ 11​ ล้านคน​ โดยระบบเว็ปรองรับการลงทะเบียนได้ดี ส่วนแอพลิเคชั่นมีลักษณะล่มและอืด​

นางสาวกุลยา​ ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง​ ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยยอดการลงทะเบียน คนละครึ่ง​เฟส​ 3 ว่า​ โครงการนี้ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนร่วมลงทะเบียนตั้งแต่เวลา​ 06.00 น.ของวันนี้​ ปรากฎว่า​ มีผู้สนใจร่วมลงทะเบียนจำนวนมาก​โดยผ่านไป​ 1 ชั่วโมงครึ่ง​ มียอดลงทะเบียนรวมแล้วกว่า​ 11​ ล้านคน​ โดยช่องทางการลงทะเบียนผ่านเว็ปไซต์สสำหรับผู้ลงทะเบียนรายใหม่สามารถลงทะเบียนได้ดีและต่อเนื่อง​ ส่วนการลงทะเบียนผ่านแอพลิเคชั่นเป๋าตังสำหรับรายเก่าที่เคยร่วมโครงการนี้มาแล้วจะมีความล่าช้าบ้างและเข้าแอพลิเคชั่นไม่ได้ในบางช่วง

ทั้งนี้​ ล่าสุดเวลา​ประมาณ​ 8.00 น.ยอดลงทะเบียนพุ่งไปกว่า 13​ ล้านคนแล้ว

โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า​ ขอให้ประชาชนสนใจร่วมโครงการ”คนละครึ่งเฟส​ 3”ได้ทยอยลงทะเบียน เพื่อไม่ให้เกิดความแน่นจนทำให้ระบบเกิดความล่าช้า โดยระบบจะเปิดรับถึง 31 ล้านคนนั้น​ ได้มีการประเมินจากผู้มีสิทธิร่วมโครงการที่ครอบคลุมแล้ว แต่พร้อมปรับเพิ่มหากพบมีความต้องการเกินจำนวน โดยการลงทะเบียนจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเวลา 0.6.00-22.00 น.จนกว่าจะครบจำนวน

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส​ 3 นี้ จะเปิดให้ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนวันแรกในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.2564 เป็นต้นไป โดยประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่าย 50% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผมทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ

ทั้งนี้ ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 1,500 บาทต่อคน ในแต่ละรอบ รอบแรกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564 และรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

ประชาชนสัญชาติไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 2564 เป็นต้นไป เวลา 06.00 น. - 22.00 น. จนกว่าจะครบจำนวนไม่เกิน 31 ล้านคน

ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐ อาทิ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33​ เรารักกัน เราชนะ เป็นต้น หรือที่เคยใช้บริการกระเป๋าตังสุขภาพ หรือ วอลเล็ต สบม. สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นการยืนยันเข้าร่วมโครงการ หรือจะลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ก็ได้

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการดังกล่าวข้างต้น สามารถลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com​ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิภายใน 3 วัน จากนั้น ขอให้ท่านยืนยันตัวตนผ่านช่องทาง ได้แก่ 1.ผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน (ธนาคารกรุงไทยฯ) แล้ว สามารถสแกนใบหน้าเพื่อใช้งานแอปพลิเคชันได้เลย หรือ 2.ผู้ที่มีแอปพลิเคชัน KrungthaiNext สามารถยืนยันตัวตนผ่าน KrungthaiNext ได้

3.ผู้ที่ไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับธนาคารกรุงไทยฯ ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยฯและสแกนใบหน้าอีกครั้งหนึ่งก็จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 ในเวลา 06.00 น.– 23.00 น.

กรณีผู้รับสิทธิคนละครึ่งเฟสสามแล้ว หากต้องการจะเปลี่ยนไปรับสิทธิโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” (จะเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับประชาชนในวันที่ 21 มิ.ย.2564 เวลา 06.00 น. - 22.00 น.)จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 2564 เวลา 22.00 น. ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ที่ได้รับสิทธิทันที

สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป (ผู้ประกอบการร้านค้าทั่วไป ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยไม่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์) ผู้ประกอบการของกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมืองหรือวิสาหกิจชุมชน ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และผู้ให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 2564 เป็นต้นไป เวลา 06.00 น. – 22.00 น.

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าทั่วไปและผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ในวันและเวลาเดียวกัน โดยผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมมาตรการ/โครงการอื่นของรัฐที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” แล้ว ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมมาตรการ/โครงการอื่นลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ตามที่ต้องการเข้าร่วม หรือลงทะเบียนผ่านทางสาขา หรือจุดรับลงทะเบียนของธนาคารกรุงไทยฯ โดยธนาคารกรุงไทยฯ จะช่วยติดตั้งและแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง