ตม.สระแก้วรับ 193 คนไทย ที่กัมพูชาส่งกลับ คัดกรองเข้ม NRM พบ 18 รายมีหมายจับคอลเซ็นเตอร์ แยกส่งดำเนินคดีทันที
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และพ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 สั่งการให้ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.ท.หญิง เณชาญา ศรีคล้าย รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พ.ต.ท. จิรเดช พุฒินาทพัฒน์ รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พ.ต.ท.บุญเลิศ พลแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และว่าที่พ.ต.ท.ไกรสร พุ่มแย้ม สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับตัวคนไทยจำนวน 193 คน ซึ่งถูกทางการกัมพูชาส่งกลับประเทศไทย หลังถูกจับกุมควบคุมตัวระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติในฝั่งกัมพูชา
พ.ต.อ.รุ่ง เปิดเผยว่า การรับตัวครั้งนี้ดำเนินการตามกระบวนการรับผู้เดินทางกลับประเทศภายใต้กลไกการตรวจคนเข้าเมือง โดยนำ กระบวนการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) มาใช้ในการคัดกรองอย่างเป็นระบบและรัดกุม ทั้งการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม การแยกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือเยาวชนและสตรีอย่างเหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่ยึดหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าบุคคลใดถูกหลอกลวงหรือข่มขู่บังคับให้ไปทำงานในขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งจะได้รับการดูแลในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ ขณะที่ผู้ที่สมัครใจเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านพล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ มอบหมายให้พันตำรวจเอก ขจร อบทอง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 พันตำรวจเอก มนต์ชัย บุญเลิศ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 และพันตำรวจเอก คุณาปะโยชน์ อารียรัตนะณธร ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 เข้าดำเนินการคัดกรองตามกระบวนการ NRM ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ซักถามปากคำ
พล.ต.ท.ทินกร กล่าวว่า ในกรณีคนไทยหรือชาวต่างชาติถูกส่งกลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จะเริ่มกระบวนการ NRM เพื่อคัดแยกและตรวจสอบก่อนว่าบุคคลใดเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หากพบว่าเป็นเหยื่อ จะเข้าสู่กระบวนการดูแลและคุ้มครองตามหลักวิชาชีพเฉพาะด้านทันที ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะขอข้อมูลรายชื่อผู้ถูกส่งกลับทั้งหมด เพื่อนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลอาชญากรรมออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งระบบ TPO และระบบตรวจสอบคดีหลอกลวงออนไลน์ เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคาร บัญชีคริปโต รวมถึงคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงออนไลน์
ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินหรือคดีอาชญากรรมออนไลน์ จะถูกแยกดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมทันที พร้อมประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการเงินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผลการซักถามเบื้องต้นของตำรวจไซเบอร์ พบผู้มีเคสไอดีจำนวน 31 ราย และในจำนวนนี้พบ 18 รายมีหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและส่งตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีต่อไป





