MAJOR - ซื้อ (11 พ.ค.64)

MAJOR - ซื้อ (11 พ.ค.64)
11 พฤษภาคม 2564 | โดย บล.เคจีไอฯ
62

ประมาณการ 1Q64: คาดว่าจะพลิกมาเป็นขาดทุน

Event

ประมาณการ 1Q64

lmpact

ผลประกอบการหลักใน 1Q64 จะพลิกเป็นขาดทุน QoQ แต่ผลขาดทุนจะลดลง YoY

เราคาดว่า MAJOR จะพลิกมามีผลขาดทุนหลักใน 1Q64 ที่ 121 ล้านบาท จากที่มีกำไรหลัก 328 ล้านบาทใน 4Q63 แต่ดีขึ้นจากที่เคยขาดทุนหลัก 234 ล้านบาทใน 1Q63 ทั้งนี้ ผลประกอบการที่แย่ลง QoQ เป็นเพราะรายได้ลดลงเหลือ 901 ล้านบาท (-33% QoQ) โดยเป็นการลดลงจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโรงภาพยนตร์ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสองตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2563 อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ารายได้จะลดลง 32% YoY แต่ผลประกอบการหลักยังดีขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 38% YoY จากการที่บริษัทบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับรายได้ที่ลดลง หลังเกิดโรคระบาดระลอกแรก

คาดผลประกอบการใน 2Q64 จะยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง QoQ

เราคาดว่าบริษัทจะขาดทุนหนักขึ้น QoQ ใน 2Q64 เพราะถูกกดดันจากคำสั่งปิดสถานบันเทิงชั่วคราว (รวมโรงภาพยนตร์ด้วย) ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2564 ในช่วงที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสามในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าผลประกอบการของ MAJOR ใน 2Q64 จะยังดีขึ้น YoY เนื่องจาก
คาดว่าต้นทุน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง ทั้งนี้เราคาดว่าบริษัทจะพลิกเป็นกำไรได้ตั้งแต่ 2H64 เป็นต้นไป เนื่องจาก i) คาดว่าสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง และ ii) มีโปรแกรมหนังเด็ดจากฮอลลีวู้ดจ่อคิวรอฉายตั้งแต่ปลาย 2Q64 เป็นต้นไป ได้แก่ “The Fast and the Furious 9” และ “No Time To Die”

ปรับลดประมาณการกำไรหลักในปี 2564-65 ลง

เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการในงวด 1H64 ที่มีแนวโน้มจะต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2564-65 ลง โดยเราได้ปรับสมมติฐานที่สำคัญดังต่อไปนี้ i) ปรับลดรายได้จากโรงภาพยนตร์ปี 2564 ลง 14% ตามการปรับลดจำนวนผู้ชมลง 17% แต่ปรับเพิ่มราคาขายตั๋วเฉลี่ย (ATP) ขึ้นอีก 2% ในขณะที่ปรับเพิ่มรายได้จากโรงภาพยนตร์ในปี 2565 ขึ้นอีก 5% จากการปรับเพิ่ม ATP อีก 5% และ ii) ปรับลดรายได้ค่าโฆษณาปี 2564-65 ลง 44% และ 13% ตามลำดับ ทั้งนี้ หลังจากปรับสมมติฐานดังกล่าวแล้ว ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2564-2565 ลงจากเดิม 63% และ 9% เหลือ 345 ล้านบาท และ 1.07 พันล้านบาทตามลำดับ

Valuation & Action

เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2565 ลงเหลือ 25.25 บาท (อิงจาก PER ที่ 21.1 เท่า หรือ -0.25 S.D.) จากเดิมที่ 27.75 บาท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ MAJOR เพราะคาดหมายผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2565

Risks

รายได้จากโรงภาพยนตร์ต่ำกว่าที่เราคาดไว้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง