โรคพยาธิหอยคัน ผิวหนังอักเสบ แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต

โรคพยาธิหอยคัน ผิวหนังอักเสบ แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต
15 พฤศจิกายน 2563
182

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ระบุโรคพยาธิหอยคันที่ระบาดในภาคใต้ ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน ไม่ใช่โรคอันตราย สามารถหายเองได้ สาเหตุเกิดจากพยาธิหอยคันที่อยู่ในน้ำ แนะใช้ยาคาลาไมด์ หรือสเตียรอยด์ครีมทาบริเวณที่คัน หรือรับประทานยาแก้แพ้ รักษาตามอาการ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรณีมีชาวบ้านจำนวนมากกว่า 200 คน ซึ่งเป็นชาวนาในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ประสบกับปัญหาดำนาแล้วเกิดผดผื่นคัน และเป็นตุ่มตามแขนขา ในระยะเวลาช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2563 สำหรับการวินิจฉัยสาเหตุของผื่นคันที่เกิดขึ้นนั้น จากความร่วมมือของโรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง กรมการแพทย์ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กองระบาดวิทยา สถาบันราชประชาสมาสัย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา กรมควบคุมโรค สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 16 สงขลา สำนักงานเกษตรอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ร่วมกันสอบสวนโรค และหาสาเหตุ

รวมทั้งจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทำแผนที่การระบาด รวมทั้งการนำตัวอย่างน้ำและหอยในนาไปตรวจ พบว่า เป็นการแพร่ระบาดของโรคพยาธิหอยคัน ซึ่งเกิดจากตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในเลือดที่อยู่ในตัวหอยคัน มักเกิดกับเกษตรกรที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะผู้มีอาชีพทำนาและผู้ที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำ เช่น ผู้ที่มีอาชีพงมหอย เก็บผักบุ้ง หรือเด็กๆ ที่ชอบว่ายน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากพยาธิหอยคันไว้ด้วย เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการทางโรคผิวหนังได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคพยาธิหอยคันหรือโรคคันน้ำ เกิดจากพยาธิตัวอ่อนระยะเซอคาเรียของพยาธิใบไม้ของสัตว์ เช่น วัว ควาย เนื่องจากมีพยาธิมีแหล่งที่อยู่เป็นสัตว์ คนเราไม่ใช่แหล่งที่อยู่ของพยาธิ พยาธิไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายก็มักจะตายหลังจากไชไประยะเวลาหนึ่ง เมื่อพยาธิไชไปตามผิวหนังก็กระตุ้นให้เกิดอาการทางผิวหนัง คันตามตัว ตุ่มแดงคล้ายแมลงกัด ผื่นแดง มีตุ่มน้ำใส

"ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการแพ้มากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดตุ่มจำนวนมาก ยิ่งทำให้เกิดอาการคันมากยิ่งขึ้น พยาธิเหล่านี้จะมีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหอยคัน เมื่อพยาธิเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของเราจะไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่จะก่อให้เกิดความรำคาญจากอาการคัน ในด้านการรักษาคือ รักษาตามอาการ ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการคันมาก ๆ และมีผื่นลุกลามให้ใช้ยาทาแก้คันพวกคาลาไมด์ หรือสเตียรอยด์ครีมทาบริเวณที่คัน หรือรับประทานยาแก้แพ้ แต่ถ้ามีอาการเล็กน้อยก็ไม่ต้องรักษา อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในเวลา 14 วัน" 

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับการป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันเข้าสู่ร่างกายนั้น แนะนำหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีพยาธิอาศัยอยู่ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ผู้ที่จะต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำต่างๆ อยู่เสมอให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ใส่รองเท้าบูท หรืออาจจะใช้วิธีป้องกันจากภูมิปัญญาชาวบ้านโดยทาน้ำมันพืช หรือใช้วาสลินทาบริเวณแขนขาก่อนลงสู่แหล่งน้ำแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันมาเกาะที่ผิวหนังและล้างตัวทำความสะอาดอย่างรวดเร็วหลังจากสัมผัสกับแหล่งน้ำที่คาดว่าจะมีตัวอ่อนพยาธิ หากท่านหรือบุคคลในครอบครัวมีอาชีพที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่เสมอๆ ควรป้องกันอันตรายจากพยาธิหอยคัน แม้ว่าพยาธินี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่โรคติดต่อจนทำให้เสียชีวิต แต่ก็จะทำให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

160541372751

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง