‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ บุคคลทรงอิทธิพลไทม์

‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ บุคคลทรงอิทธิพลไทม์
25 กันยายน 2563
285

นิตยสารไทม์เผยรายชื่อ 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลประจำปี หมวดผู้นำ คู่อริติดโผเพียบทั้ง “ทรัมป์-สี จิ้นผิง-ไช่ อิงเหวิน-แอนโทนี เฟาซี” คู่ชิงประธานาธิบดี-รองฯ จากพรรคเดโมแครต “โจ ไบเดน-คามาลา แฮร์ริส”จับคู่กันมา

100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลประจำปี 2563 ของนิตยสารไทม์ในหมวดผู้นำปีนี้น่าสนใจมาก คู่ขัดแย้งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ได้รับการยกย่องพร้อมๆ กัน เริ่มต้นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ไทม์ระบุว่า การตัดสินใจของเขาส่งผลต่อโลก ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม มองข้ามความรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในช่วงแรก ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยอยู่นานหลายเดือน กดดันให้นักวิทยาศาสตร์ประจำรัฐบาลต้องเปลี่ยนคำแนะนำประชาชน ขณะที่ไวรัสชนิดนี้คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปจำนวนกว่า 200,000 คน และหลังจากนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อ 2 ปีก่อน ทรัมป์ก็ช่วยเป็นตัวกลางเจรจาให้อิสราเอลกับชาติอาหรับบางชาติกระชับสัมพันธ์กันได้

นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดเชื้อและโรคภูมิแพ้ของสหรัฐ เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลของโลกในปีนี้ด้วย เขามักขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์ ในเรื่องการรับมือและการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ล่าสุดเฟาซีกล่าวว่า สหรัฐจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนมีโรคระบาดในปีหน้าหรืออาจจะถึงปลายปีหน้า และโรคระบาดอาจกลับมารุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งสวนทางกับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่า สหรัฐจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

โจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต คู่ต่อกรทรัมป์ในศึกชิงประธานาธิบดี วันที่ 3 พ.ย. ได้รับการยกย่องจากไทม์ว่า ด้วยบุคลิกของเขาจะสามารถนำพาสหรัฐผ่านความท้าทายที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ และงานนี้ไบเดนไม่ได้มาคนเดียว จูงมือ คามาลา แฮร์ริส คู่ชิงรองประธานาธิบดี เป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อโลกด้วยกัน

ไทม์กล่าวว่า แฮร์ริสคือผู้บุกเบิก เป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกและชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียคนแรก ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองใหญ่ให้ลงเลือกตั้งรองประธานาธิบดี

ส่วนคู่ขัดแย้งของทรัมป์ในต่างแดนคือประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่วันนี้เป็นผู้นำสูงสุดชนิดที่ไม่มีใครทำลายล้างได้ ด้วยผลงานปราบการทุจริตในหมู่ข้าราชการ บางคนเป็นคนในครอบครัวของสีเอง พร้อมๆ กับการกวาดล้างคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย แต่สีก็มีปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า ทั้งแรงงานหดตัวลงและสูงอายุขึ้น ต้นทุนโครงการริเริ่มสายแถบและเส้นทางที่ไทม์กล่าวว่าสร้างหนี้แทนที่จะสร้างเงิน เศรษฐกิจหดตัวเพราะโควิดระบาด

คู่ขัดแย้งของประธานาธิบดีสีหนีไม่พ้น ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 160 กิโลเมตร แต่ไต้หวันภายใต้การนำของเธอไม่ยอมแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ผู้นำโลกคนอื่นๆ เช่น นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี นักการเมืองไม่ธรรมดา หลายคนชอบแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว แต่แมร์เคิลค่อยๆ แยกแยะปัจจัยทั้งภายในและภายนอกด้วยมุมมองระยะยาว ไม่พูดถ้ายังไม่ถึงเวลา

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย ประเทศประชาธิปไตยใหญ่สุดของโลกมานานกว่า 70 ปี ประชากร 1.3 พันล้านคนทั้งชาวฮินดู คริสต์ มุสลิม ซิกข์ พุทธ เชน และอื่นๆ ทั้งหมดอาศัยอยู่ในอินเดียที่ทะไลลามะยกย่องว่า “เป็นตัวอย่างของความกลมกลืนและเสถียรภาพ” แต่โมดีทำให้ทุกอย่างที่ว่ามาเกิดข้อสงสัย

ในหมวดผู้บุกเบิก คนที่น่าสนใจคือ นาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ หนึงในผู้นำคนหนุ่มสาวฮ่องกงที่ต่อต้านการบดขยี้จากรัฐบาลปักกิ่ง คนที่เสนอชื่อลอว์คือคริส แพทเทิร์น ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงคนสุดท้าย ที่มองว่าลอว์เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ จิตวิญญาณของคนรุ่นนี้เป็นสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนอยากกำจัด

บง จุนโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเกาหลีใต้ เจ้าของผลงาน Parasite ที่กวาด 4 รางวัลใหญ่จากเวทีออสการ์ รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เป็นผู้ทรงอิทธิพลในหมวดศิลปิน

ที่น่าสังเกตคือการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายคนเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลก เช่น ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เป็นอีกหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลในหมวดผู้นำ เข้าทำนองสถานการณ์โควิด-19 ได้สร้างวีรบุรุษ ด้วยประสบการณ์ความเป็นนักวิทยาศาสตร์และผู้นำด้านสาธารณสุข เขาทราบดีว่า ถ้าไม่ปกป้องคนกลุ่มเสี่ยงที่สุดให้พ้นจากโควิด เท่ากับว่าทุกคนล้วนตกอยู่ในความเสี่ยง

จุง อึนคย็อง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเกาหลี (เคซีดีซี) ด้วยผลงานการรับมือโควิด-19 อย่างยอดเยี่ยมของเกาหลีใต้จนกลายเป็นตัวอย่างของโลก นับตั้งแต่เกาหลีใต้พบผู้ป่วยคนแรก จุงเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส ตั้งแต่ต้นกำเนิดการติดเชื้อ ตัวเลขการตรวจโรค กักตัว รักษา ผลที่ตามมาคือประชาชนเต็มใจและสามัคคีกันปฏิบัติตามกฎ ทั้งสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะ ป้องกันโควิดระบาด

จง หนานชาน นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาของจีน เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกสื่อบ่อยในช่วงโควิดระบาด

ผู้ทรงอิทธิพลคนอื่นๆ เช่น เจอโรม เพาเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แดเนียล จาง จากอาลีบาบา ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอกูเกิล

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง