'มาดามเดียร์' ห่วงเยาวชนชุมนุม 19 ก.ย. แนะนักการเมืองเป็นตัวอย่างที่ดี ใช้เวทีสภาหาทางออกร่วมกัน

'มาดามเดียร์' ห่วงเยาวชนชุมนุม 19 ก.ย. แนะนักการเมืองเป็นตัวอย่างที่ดี ใช้เวทีสภาหาทางออกร่วมกัน
11 กันยายน 2563
328

"มาดามเดียร์-ฐิติภัสร์" ร่วมกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของเยาวชน ห่วงการชุมนุม 19 ก.ย. แนะนักการเมืองเป็นตัวอย่างที่ดีให้เยาวชนและใช้เวทีสภาหาทางออกร่วมกัน

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 63 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาษี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ-วังทองหลาง ร่วมจัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของเยาวชนให้กับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร

โดย น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นงานสัมมนาให้ความรู้กับนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องการเมืองไทย โดยเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องการให้นักเรียนได้สะท้อนเสียงที่เขาอยากจะพูดกับทางสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงได้สะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมภาคประชาชนปฏิเสธเรื่องเสียงของประชาชนไม่ได้ และต้องยอมรับว่าวันนี้เยาวชนให้ความสำคัญกับเรื่องของการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และต้องการสะท้อนว่าสิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาฝันอยากเห็นประเทศไทยในอนาคต วันนี้จึงถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้รับฟังเสียงเหล่านี้จากนักเรียน

ด้าน น.ส.วทันยา ระบุว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าในโลกของสังคมสมัยใหม่ การใช้เครื่องมือสื่อสารโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ทำให้การสื่อสารในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนในวันนี้มีความตื่นตัวในเรื่องของการเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือว่าเป็นรากฐานของการสร้างประชาธิปไตยให้แข็งแรง

โดยการตื่นตัวในเรื่องทางการเมืองนั้นสามารถที่จะแสดงออกได้ในส่วนช่องทางที่หลากหลาย เช่น การจัดกิจกรรมวันนี้ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของการจัดกิจกรรมในการที่จะเข้ามาร่วมรับฟังเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชน รวมถึงที่จะให้เด็กๆ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออก ความเห็นในเรื่องของประเทศและเมืองในฝันหรืออนาคตที่อยากจะเป็น เพราะเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเยาวชนเป็นรากฐานของผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ดังนั้นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้รอช้าที่จะรับความฝันของน้องๆ

ส่วนการที่จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ น.ส.วทันยา ได้แสดงความห่วงใย เนื่องจากการชุมนุมของคนจำนวนมากนั้น สิ่งที่จะต้องพึ่งระวังข้อแรก คือ สถานการณ์ในเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยังเป็นเรื่องที่จะต้องพึ่งระวัง เพราะถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่น้อยมากและมีสติที่ดีมากๆ แต่ก็มีตัวอย่างจากกรณีของนักโทษที่ได้ติดเชื้อเกิดขึ้นภายในประเทศ ที่จะทำให้เห็นว่าในเรื่องของการแพร่ระบาดเอง ก็ไม่สามารถที่มองข้ามได้

รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่จะต้องพึงระวังคือเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงอยากฝากไปยังผู้ปกครองที่ทราบว่าจะมีลูกหลานจะออกไปเปิดชุมนุม ให้ได้มีการพูดคุยถึงข้อดีข้อเสีย และแนวทางในการดูแลตัวเองหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องของข้อกฎหมายในการแสดงความเห็นและแสดงออกใดๆ เพราะอาจเข้าข่ายละเมิดข้อกฎหมาย ทั้งนี้การแสดงเสรีภาพทางความคิดเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องระวังคือการแสดงเสรีภาพของเราจะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพทางความคิดของผู้อื่น เพราะเราก็คงไม่อยากเห็นเยาวชนของเราที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกล จะต้องมาได้รับความเสียหาย หรือเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางด้านกฎหมาย

น.ส.วทันยา ยังได้ฝากถึงนักการเมืองที่จะออกไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเยาวชน ว่า ในฐานะที่เป็นนักการเมือง มีหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ การจะออกไปร่วมแสดงความคิดเห็นใดๆ ก็ต้องไม่ละเมิดกฎหมายเสียเอง ไม่นำพาเยาวชนทำในสิ่งที่สุ่มเสี่ยง แต่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน

“วันนี้ประเทศไทยเรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ก็ควรที่จะได้ใช้เวทีเหล่านี้ในการแสวงหาในเรื่องของทางออกประเทศร่วมกัน ซึ่งเราสามารถที่จะเห็นต่างได้ แต่ก็ควรจะหยิบยกปัญหาเหล่านี้นี้เข้ามาหารือเพื่อให้ตกผลึก เพื่อนำไปสู่การหาบทสรุป เพื่อที่จะได้ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งให้กับประเทศเพิ่มเติม”

นอกจากนี้ น.ส.วทันยา ยังได้กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า ดูจากบรรยากาศกิจกรรมวันนี้พิสูจน์ว่าน้องๆ หรือเยาวชนมีความพร้อม และตื่นตัวทางด้านการเมืองมาก รวมถึงทางรัฐบาลเองก็ได้ออกมาประกาศในส่วนของทิศทางว่า รัฐบาลพร้อมแล้วที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งท้องถิ่น

ดังนั้น มองว่าวันนี้ทั้งในส่วนของภาคประชาชน ไปจนถึงในแง่ของรัฐบาล กกต. และทุกภาคส่วน มีความพร้อมที่จะเกิดการเลือกตั้งท้องถิ่น และคิดว่าการที่เกิดการเลือกตั้งท้องถิ่นก็จะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน เพราะการเมืองท้องถิ่นถือว่าเป็นตัวอย่างในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในการที่จะให้บุคลากรในส่วนของท้องถิ่นสามารถที่จะมีความคิดหรือเข้ามาบริหารจัดการปัญหาหรือนำพาท้องถิ่นของของเขาเอง ให้เหมาะกับอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และเป็นไปตามสิ่งที่เขาต้องการ

“เชื่อว่าในแง่ของการบริหารจัดการ วันนี้ประเทศไทยมีพื้นที่และมีภูมิภาคมากมาย ซึ่งแน่นอนในแต่ละภูมิภาค ในแต่ละจังหวัดก็มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดก็คงจะต้องให้คนในท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมในการบริหารจัดการปัญหาของเขาเอง เพราะเขาจะทราบถึงปัญหาและทิศทางของสังคมที่เขาอยากจะนำพาไปร่วมกันมากที่สุด”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง