ไมเนอร์ฟู้ด พลิกโมเดลฟื้นธุรกิจ ลุย‘แกร็บแอนด์โก-คลาวด์คิทเช่น’

ไมเนอร์ฟู้ด พลิกโมเดลฟื้นธุรกิจ  ลุย‘แกร็บแอนด์โก-คลาวด์คิทเช่น’
1 สิงหาคม 2563 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
702

หลังธุรกิจผ่านจุดต่ำสุด! จากพิษโควิด-19 เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่สเต็ปของการ “ฟื้นธุรกิจ”  ในช่วงครึ่งหลังของปี

โดย "ไมเนอร์ ฟู้ด" หนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดใหญ่ในเอเชีย ภายใต้แบรนด์เป็นที่รู้จัก อาทิ  เดอะพิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เล่อร์, เดอะ คอฟฟี่คลับ, แดรี่ควีน, เบอร์เกอร์คิง และบอนชอน รวมกว่า 2,200 สาขา ใน 26 ประเทศ ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายประเภทได้อย่างครอบคลุม มองวิกฤติโควิดเป็น บวก พร้อมเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับกิจการร้านอาหารในเมืองจีนที่ได้รับผลกระทบก่อนและฟื้นได้ก่อนใคร เป็นแนวทางพลิกกลยุทธ์ธุรกิจในไทยอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน!

ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือMINT และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ ฟู้ด กล่าวว่า วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยเร่งแผน ทรานส์ฟอร์ม” ของ ไมเนอร์ ฟู้ด เร็วขึ้น! ทำให้สามารถรับมือวิกฤติครั้งนี้ได้ดียิ่งขึ้น  

"เรามองโควิดเป็นบวก ผนวกกับการปรับตัวได้เร็ว จากการเริ่มทรานส์ฟอร์มธุรกิจตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และไมเนอร์ฟู้ด ที่เป็นโฟกัสใหญ่ มีการกระจายการลงทุน การนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาเสริมทัพมากขึ้น ขณะที่บริการนั่งรับประทานในร้านหยุดชะงักชั่วคราว แต่ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร หรือ ดีลิเวอรี บริการซื้อกลับบ้าน ได้รับความนิยมสูงในช่วงล็อกดาวน์ ช่วยลดความรุนแรงของผลกระทบได้ดี"

โดยขณะนี้หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ ร้านอาหารของไมเนอร์ ฟู้ดในประเทศไทยกลับมาเปิดให้บริการได้ถึง  95% ของสาขาทั้งหมด 1,490 แห่ง ซึ่งนับตั้งแต่กลับมาเปิดสาขายอดขายของแบรนด์ส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ บางแบรนด์มีแนวโน้มของยอดขายที่สูงกว่าระดับก่อนการระบาดของโควิด ส่วนตลาดต่างประเทศมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ จีน  กว่า 90% ของร้านอาหารทั้งหมดเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ถือว่าฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ยอดขายปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับในทุกสัปดาห์ และกลับมามีกำไรในระดับร้านสาขาในเดือนพ.ค. คาดว่าการดำเนินงานในประเทศจีนจะฟื้นตัวสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤติภายในต้นเดือน ส.ค. 

สำหรับไทย มั่นใจว่าจะผลักดันธุรกิจฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับก่อนโควิดภายในปีนี้แน่นอน! ภายใต้ยุทธศาสตร์มุ่งปรับเปลี่ยนองค์กรให้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมร้านอาหาร และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจทั่วโลก 

"การสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปรับการดำเนินงานเพื่อให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เน้นรักษาสภาพคล่อง มุ่งลงทุนในโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับธุรกิจจะเป็นเครื่องมือสำคัญก้าวข้ามวิกฤติและเติบโตอย่างยั่งยืน"

ประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ไมเนอร์ ฟู้ด อยู่ระหว่างวางแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว และพร้อมลงทุน! ในทุกโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยใช้ความได้เปรียบของฐานธุรกิจกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กว่า60 ประเทศทั่วโลก ไมเนอร์ ฟู้ด ในกว่า 20 ประเทศ และไมเนอร์โฮเทล 50 ประเทศทั่วโลก สร้าง “ซินเนอร์ยี” 

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในแผนการฟื้นธุรกิจของไมเนอร์ ฟู้ด ครึ่งปีหลังนี้ วางกลยุทธ์รอบด้านทั้งการปรับโฉมแบรนด์ให้เป็นที่ดึงดูดใจผู้บริโภครุ่นใหม่ การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับบริการ ดีลิเวอรี” สร้างความแข็งแกร่ง! ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก โดยจะมีการลงทุน "ดิจิทัลเทคโนโลยี" พัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งอาหารออนไลน์รองรับวิถีชีวิตนิวนอร์มอลที่ผู้บริโภคพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นเพื่อความสะดวก เช่น ให้สั่งอาหารได้หลากหลายภายในออเดอร์เดียว 

อย่างไรก็ดี การที่มีแพลตฟอร์มสั่งอาหารดีลิเวอรีเป็นของตัวเอง! ของกลุ่มไมเนอร์ฟู้ด ช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างฐานข้อมูลลูกค้าให้กับองค์กรที่จะถูก ต่อยอด สู่ลอยัลตี้โปรแกรมในอนาคตอันใกล้ ให้ลูกค้าเพิ่มมูลค่าได้จากการสะสมแต้ม 

การรับมือการแข่งขันและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้ายังมุ่งสร้าง นวัตกรรมเมนู มีการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ที่สามารถทำตลาด ซื้อกลับบ้าน และส่งตรงถึงบ้านได้ชนิดที่ว่า อร่อย และดูดี! หรือดึงดูดลูกค้าด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วสร้างสีสันใหม่ เช่น เมนู มะม่วง แบล็ค ดูโอ้ ไอศกรีมมะม่วงอกร่องทองพร้อมเครื่องเคียงข้าวเหนียวดำ หรือมะพร้าวอ่อน ที่ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สเวนเซ่นส์มีอยู่แล้ว แต่เมื่อนำมาผสมผสานกันก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ รวมถึงการใช้ช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิผล เช่นการพัฒนาสินค้าตัวใหม่ หรือการออกแคมเปญการตลาดที่มีความสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งขีดความสามารถในการทำกำไร! ให้กับธุรกิจ

ขณะเดียวกัน การเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง และคล่องตัวมากขึ้นจะใช้โมเดลร้านรูปแบบ คีออส  ซึ่งเป็นการให้บริการรูปแบบ แกร็บแอนด์โก โดยร้านจะตั้งอยู่ใกล้กับความสะดวกของผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ สถานที่ทำงาน รถไฟฟ้า ฯลฯ หลายแบรนด์ในเครือไมเนอร์ได้พัฒนาโมเดลนี้แล้ว เช่น "ซิซซ์เลอร์ ทูโก" ร้านอาหารรูปแบบคีออสที่ตั้งอยู่ติดย่านธุรกิจในเมืองกรุง มาพร้อมกับเมนูเพื่อสุขภาพเป็นทางเลือกใหม่ 

สำหรับ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิดค่อนข้างมากจากเดิมมีฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ปรับบิสสิเนสโมเดลครั้งใหญ่ มุ่งเจาะลูกค้าคนไทยมากขึ้น และผลักดันบริการ แกร็บแอนด์โก สร้างการเข้าถึงลูกค้าด้วยราคาและเมนูที่จับต้องได้ง่ายขึ้น 

ไมเนอร์ฟู้ดยังมุ่งลงทุน คลาวด์ คิทเช่น (Cloud Kitchen) หรือโมเดลครัวกลางรูปแบบใหม่ให้บริการที่ สะดวก ใกล้บ้าน แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ลูกค้าที่สั่งอาหารแบบดีลิเวอรี ได้รับอาหารรวดเร็ว สดร้อนเหมือนมีเชฟมาปรุงให้ที่บ้าน สามารถสั่งอาหารได้หลายแบรนด์ภายในออเดอร์เดียว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง