SCCC - ซื้อ

SCCC - ซื้อ
23 กรกฎาคม 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
165

ประมาณการ 2Q63F: จะเป็นไตรมาสที่กำไรต่ำสุด

Event

ประมาณการ 2Q63F

lmpact

คาดว่ากำไรใน 2Q63 จะลดลง QoQ แต่ทรงตัว YoY

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SCCC ใน 2Q63F จะอยู่ที่ 648 ล้านบาท (+1.7% YoY, -21.5% QoQ) โดยกำไรที่ทรงตัว YoY จะเป็นเพราะไม่มีการตั้งสำรองเผื่อผลประโยชน์พนักงาน (249 ล้านบาท) ซึ่งหักล้างไปพอดีกับรายได้ที่ลดลงในช่วงที่ COVID-19 ระบาด ส่วนกำไรที่ลดลง QoQ เป็นเพราะถูกกระทบจาก
มาตรการ lockdown ที่บังกลาเทศ และศรีลังกาในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 และธุรกิจการค้าเราคาดว่าอัตรากำรขั้นต้นจะอยู่ที่ 32.8% เพิ่มขึ้นจาก 32.5% ใน 1Q63 เนื่องจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของโรงงานในประเทศไทย (เพราะได้อานิสงส์จากการทำ mothballing เตาเผาปูนหนึ่งเตา) และ
เวียดนาม (ต้นทุน clinker ลดลงเนื่องจากมีการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบในประเทศแทนการนำเข้า) เราคาดว่ารายได้ Equity income จะลดลง QoQ เหลือ 120 ล้านบาท (-28.8% YoY, -39.6% QoQ) เนื่องจากราคาถ่านหินที่ต่ำส่งผลกระทบกับผลประกอบการของ Lanna Resources (LANNA.BK/LANNA TB) และยอดขายปูนซีเมนต์ในกัมพูชาลดลงจากอุปทานใหม่ เราคาดว่าสัดส่วน SG&A/ยอดขายจะเพิ่มขึ้นจาก 22.4% เป็น 23.3% เพราะมีต้นทุนจากการทำ mothballing (~100 ล้านบาท) ทั้งนี้ หากผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาดไว้ จะคิดเป็น 46.7% ของประมาณกที่ปรับใหม่ในปี นี้ของเรา นอกจากนี้ เรายังคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลงวด 1H63F ที่ 3 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 2.1%

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2563 ขึ้นอีก 37.0% และปี 2564 ขึ้นอีก 21.5%

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2563 ขึ้นอีก 37.0% และปี 2564 ขึ้นอีก 21.5% เนื่องจากเรา i) ปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ปี 2563 ขึ้นอีก 7.7% และปี 2564 ขึ้นอีก 6.7% หลังจากที่เราปรับเพิ่มประมาณการรายได้จากธุรกิจการค้าปีนี้ขึ้นอีก 113% และปีหน้าขึ้นอีก 80% เพราะมองว่าผลกระทบจากมาตรการ lockdown ในช่วงที่ COVID-19 ระบาดใน 2Q63 จะลดลง และ ii) ปรับลดสมมติฐานสัดส่วน SG&A/ยอดขายปี นี้ลงจากเดิมที่ 24.4% และปีหน้าที่ 23.3% เหลือ 22.3% และ 21.7% ตามลำดับ เนื่องจากการประหยัดต่อขนาดที่เกิดจากการกลับมาเดินเครื่องผลิต และกิจกรรมการค้าที่เพิ่มขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการ lockdown

คาดว่ากำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2564

เราคาดว่ากำไรของ SCCC จะกลับมาโต 25.7% ในปี หน้าเนื่องจาก i) คาดว่าอุปสงค์ปูนซีเมนต์ในประเทศจะโต 6.8% จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ อย่างเช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เมืองสนามบินอู่ตะเภา และรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ii) ธุรกิจในต่างประเทศจะกลับมาโตได้ ทั้งในศรีลังกา (+2% ในปี 2564 จาก -8%) บังกลาเทศ (+3% ในปี 2564 จาก -5%) และกัมพูชา (+10%ในปี 2564 จาก +3%)

Valuation and action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็น 1H64 ที่ 209 บาท อิงจาก P/E เฉลี่ยระยะยาวที่ 18.7x เรามองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจที่ 4.2% ในปี 2563 และ 5.7% ในปี 2564 โดยผลประกอบการใน 3Q63 มีแนวโน้มจะดีขึ้นเล็กน้อย QoQ และจะถึงจุดสูงสุดของปีนี้ใน 4Q63 เนื่องจากไม่มีกำหนดปิดซ่อมบำรุงโรงปูนในประเทศไทย

Risks

Rising coal and electricity costs, delay in public investment, price competition.

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง