รีบาวด์ตามรอบบ้าน

รีบาวด์ตามรอบบ้าน
16 มิถุนายน 2563 | โดย บล.กรุงศรี
274

ระวังแรงขายรอบสั้นจากความกังวลไวรัส Covid-19 จะกลับมาระบาดรอบสองหลังผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เช่น สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ร่วงแรงกว่า 41 จุด (-2.93%) ปิดที่ระดับ 1,342 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.3 หมื่นล้านบาท ดัชนีปรับลงในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นต่างประเทศ (ตลาดหุ้นญี่ปุ่น -3.5%, เกาหลีใต้ -4.8% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์ -2.3%) กังวลไวรัส Covid-19 กลับมาระบาดรอบสอง หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เร่งตัวขึ้นใน สหรัฐ จีน และ ญี่ปุ่น หุ้นกลุ่ม Big Cap ถูกเทขายนำโดยกลุ่มธนาคาร ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4,014 ล้านบาท  และ Net Short TFEX SET50  4,311 สัญญา แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,194 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

เรามีมุมมองเป็นบวกคาด SET รีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,365 – 1,370 จุด  ตามทิศทางตลาดหุ้นรอบบ้านที่ปรับตัวขึ้นตอบรับข่าว FED ขยายขอบข่ายการซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนวงเงิน 7.50 แสนล้านดอลลาร์ โดยให้ครอบคลุมการซื้อตราสารหนี้ของภาคเอกชนเป็นวงกว้างและยกเลิกกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและหนุนการจ้างงานในตลาด นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้นรวมถึงแรงซื้อหุ้นรายตัวที่ได้เข้าคำนวณ SET 50/100 รอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ควรระวังแรงขายรอบสั้นจากความกังวลไวรัส Covid-19 จะกลับมาระบาดรอบสองหลังผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เช่น สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น

*** วันนี้ (16 มิ.ย.) ติดตามประชุมครม.ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวปันสุข”

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • หุ้นที่เข้าคำนวณ SET 50 รอบใหม่ (BPP, TTW)  SET 100 (AAV, ACE, DOHOME, RBF, SIRI, TVO, WHAUP)
  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น  (CKP, TASCO, STA, RS)
  • MINT, CENTEL, ERW และ AOT คาดหวังครม.ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

หุ้นแนะนำวันนี้

  • ERW (ปิด 3.86 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 4.8) เก็งกำไรข่าว ก.ท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอมาตรการการท่องเที่ยวให้ ครม.อนุมัติในวันนี้ อาทิ มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศด้วยการให้เงินอุดหนุน 3,000 บาทต่อราย คาดส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการโรงแรมที่มีรายได้หลักอยู่ในประเทศ อาทิ ERW มีรายได้จากธุรกิจโรงแรงในประเทศคิดเป็น 90% ของรายได้รวม
  • BAM (ปิด 24.2 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 29.5) แนวโน้มเศรษฐกิจไม่ดี NPLs มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น เป็นโอกาสของผู้ประกอบการติดตามหนี้และบริหารสินทรัพย์ จากการเข้าซื้อ NPLs ในราคาที่ถูกลง (แย่งกันขาย) หนุนพอร์ตลูกหนี้ในมือเพิ่มขึ้นรอออกดอกผลเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว

บทวิเคราะห์วันนี้

PLANB (ปิด 5.55 ซื้อ/เป้า 7.80), CENTEL (ปิด 24.4 ปรับลดเป็นถือ/เป้าใหม่ 26 เดิม 24.8)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) เฟดเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศขยายวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้เอกชนเพิ่ม : ดัชนีดาวโจนส์เคลื่อนไหวผันผวนแต่สุดท้ายปิดบวก 158 จุด (+0.52%) ปิดที่ระดับ 25,763 จุด ตลาดตอบรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประกาศขยายวงเงินโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชนเพิ่ม โดยการดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนให้ครอบคลุมถึงบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานตั้งแต่ 15,000 คน และมีรายได้ไม่เกิน 5 พันล้านเหรียญต่อปี ต่างจากเดิมที่เน้นการจัดซื้อตราสารหนี้ของกลุ่มบริษัทขนาดเล็กที่มีการจ้างงานไม่เกิน 10,000 คน และมีรายได้ไม่เกิน 2.5 พันล้านเหรียญ นอกจากนี้เฟดยังยกเลิกกฏระเบียบที่เข้มงวดเพื่อให้ภาคเอกชนง่ายต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดังกล่าว ซึ่งการออกมาตรการนี้คาดว่าจะมีสร้างคล่องไหลเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
  • (+) ประชุม ครม.วันนี้คาด ก.ทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “เราไปเที่ยวกัน” ให้ที่ประชุมอนุมัติ เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว : วันนี้คาด ก.การท่องเที่ยวฯ จะเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านมาตรการ “เราไปเที่ยวกัน” ให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติ เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งออกเป็น 3 แพ็กเกจ คือ 1)แพ็กเกจเที่ยวฟรีให้กับ อสม.และเจ้าหน้าที่ ร.พ. ส่งเสริมสุขภาพตำบล, 2) แพ็กเกจอุดหนุนค่าที่พักไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน, และ 3)แพ็กเกจอุดหนุนการเดินทาง คือ 1)การเดินทางด้วยสายการบินในประเทศไปกลับคนละ 2,500 บาท, 2) รถโดยสารหรือรถทัวร์คนละ 1,000 บาท และ 3)แพ็กเกจรถเช่า คนละ 1,000 บาท เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ โรงแรม (ERW CENTEL MINT), สายการบิน (AAV) และรถเช่า และ ร้านอาหาร  ASAP และ ZEN
  • (+/-) ตลาดฯ ประกาศรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ SET 50/100 รอบใหม่ BPP และ TTW เข้า SET50 ตามคาดส่วน AAV พลิกเข้าคำนวณ SET100 แทน SISB ที่หลุดโผ : วานนี้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่ได้เข้าคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 รอบใหม่เริ่มมีผล 1 ก.ค. -31 ธ.ค.2020 โดย SET50 มีหุ้นที่เข้าคำนวณคือ BPP,TTW และหุ้นที่ถูกปรับออกคือ BANPU, DELTA ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ ส่วนหุ้น SET100 มีหุ้นที่ได้ปรับเข้าคำนวณใหม่ 7 หลักทรัพย์ประกอบด้วย AAV, ACE, DOHOME, RBF, SIRI, TVO และ WHAUP ส่วนหุ้น BGC, DELTA, MBK, PSL, STPI, THAI และ THG ถูกปรับออก โดย AAV ได้ปรับคำนวณแบบเซอร์ไพร์ตลาดขณะที่ SISB พลิกโผไม่ได้ปรับเข้าตามที่ตลาดคาดการณ์ (SISB ระวังแรงขายทำกำไรผิดหวังไม่ได้ปรับเข้า)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง