ไซด์เวย์... รอปัจจัยเพิ่มเติมสัปดาห์หน้า

ไซด์เวย์... รอปัจจัยเพิ่มเติมสัปดาห์หน้า
10 เมษายน 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
256

ปัจจัยบวกที่สำคัญและน่าจะค้ำตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยได้อยู่ คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังทยอยออกมาในขนาดที่ใหญ่มาก

KGI ประเมิน SET Index วันศุกร์เทรดในกรอบจำกัด ปัจจัยบวกและลบมีน้ำหนักใกล้เคียงและน่าจะหักล้างกันในวันนี้ ซึ่งเป็นวัน Good Friday ของทางฝั่งตะวันตกและตลาดฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปิดเทรดด้วย... ขณะที่เมื่อวานนี้ ดัชนีฯ ผันผวนแรง ปรับขึ้นระหว่างเทรดไปทำจุดสูงสุดของวันที่ 1,243.50 ก่อนปิดบวกเล็กน้อย 0.39% (ตามคาด)... ส่วนในวันนี้ ปัจจัยลบที่เข้ามาได้แก่ i) ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายวันในเกือบทุกประเทศในยุโรปกลับมาเร่งตัวขึ้น ขณะที่ในสหรัฐฯ ตัวเลขติดเชื้อทรงตัวในระดับสูง (ไม่ทำนิวไฮแต่ก็ไม่ลดลง) ii) ราคาน้ำมันดิบ WTi ลดลงแรง 11.2% หลังจากที่ประชุม OPEC+ มีมติลดปริมาณการผลิตน้ำมัน 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อย และไม่มีรายละเอียดว่าสหรัฐฯ เข้าร่วมการปรับลดปริมาณการผลิตดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมน่าจะเกิดขึ้นในการประชุม G-20 คืนวันนี้.. ส่วนปัจจัยบวกที่สำคัญและน่าจะค้ำตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยได้อยู่ คือมาตรการ
กระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังทยอยออกมาในขนาดที่ใหญ่มาก เมื่อวานนี้ ธ.กลางสหรัฐฯ ประกาศมาตรการ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ฯ เพื่อปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจ รัฐ และหน่วยงานท้องถิ่นของสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่มยุโรปบรรลุข้อตกลงมาตรการทางการคลังมูลค่า 5 แสนล้านยูโรเช่นกัน สำหรับในสัปดาห์หน้า (13-17 เม.ย.)
ปัจจัยที่น่าจะมีผลต่อตลาด ได้แก่ i) ทิศทางของจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ทัง้ ของโลกและของไทย ii) ผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะทยอยออกมา

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน 

เก็งกำไร JMART, RS*, BCPG*

- JMART (เป้า Consensus 12.3 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 6.50 บาท และ 6.35 บาท / แนวต้าน 7.0 - 7.2 บาท (Stop loss 6.0 บาท) 2) ประเมินได้รับ Sentiment บวกจากมาตรการภาครัฐฯ i) แจกเงินเพิ่ม เป็นบวกต่อธุรกิจสินเชื่อ SINGER และยอดขายของ JMART ii) ธปท อุ้มหุ้นกู้ Investment
grade ขึ้นไป (หุ้นกู้ JMT* ล่าสุดมี Credit rating BBB) 3) PE ปีนี้ใน Bloomberg consensus ต่ํำเพียง 10.5 เท่า (อาจมี Downside การปรับลดประมาณการฯบ้างแต่ประเมินว่า PE ยังตํ่าเมื่อเทียบกลุ่มค้าปลีก) 4) พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการแพร่ระบาดของไวรัสฯ จะเป็นตัวเร่งการใช้เทคโนโลยี 5G (Cycle การขายอุปกรณ์รอบใหม่) ... XD ปันผล 0.24 บาท/หุ้น วันที่ 15 เม.ย.

- RS* (เป้าพื้นฐาน 12.0 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 9.2 บาท และ 9.0 บาท / แนวต้าน 9.65 - 10.0 บาท (Stop loss 8.8 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรของ RS* ปีนี้จะยังเติบโต +4% YoY แม้จะมีปัจจัยลบเรื่องภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากคาดยอดขาย RS Mall จะเพิ่มขึ้น เพราะ i) ปีนี้เป็นปีแรกที่ RS* จะรับรู้รายได้เต็มปีจากยอดขายผ่านพันธมิตรเดิม คือ ทีวีสองช่อง (ไทยรัฐทีวี และ เวิร์คพอยท์ทีวี) ii)พันธมิตรทีวีรายใหม่ (อัมรินทร์ ทีวี) ที่เริ่มออกอากาศโฆษณาสินค้าของ RS Mall มาตั้งแต่เดือน ก.พ.2563 iii) RS จะเริ่มรับรู้รายได้จากการป้อนคอนเทนท์เพลงให้แก่พันธมิตรหนึ่งราย ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ครั้งเดียวใน 1Q63 (คาดกำไร 1Q63 โตสวนตลาดฯ)

- BCPG* (เป้าพื้นฐาน 22 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 13.6 บาท และ 13.2 บาท / แนวต้าน 14.2 - 15.0 บาท (Trailing stop 12.8 บาท) 2) ประเมิน Valuation ไม่แพง PE ปีนี้ 12 เท่า, Dividend yield 5.3% ยังถูกเมื่อเทียบ i) กลุ่มโรงไฟฟ้า (PE เฉลี่ย >25 เท่า) และ ii) คาดกำไรปีนี้จะโต +30% YoY สวนตลาดฯ จากการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ลาวใน 4Q62 และ 1Q63 3) คาดยังมีการทยอยซื้อ + สร้างโรงไฟฟ้าอีกมากโดยเฉพาะในประเทศลาว ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และลม โดยเตรียมสายส่งไว้แล้วราว ±1,000 MW (สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม โดยใช้สำหรับโรงไฟฟ้า
พลังงานน้ำที่ซื้อเข้ามาแล้วราว 114MW) ... ซึ่งปัจจุบัน BCPG* มีกำลังการผลิตที่ COD แล้วราว 450MW

หุ้นมีข่าว

เมื่อวานนี้ OPEC+ ตกลงที่จะลดกำลังการผลิตนํ้ามันดิบที่ 10MBD เป็นเวลาสองเดือน (CNBC) ความคิดเห็นที่: OPEC+ คาดว่าจะลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบได้ 10MBD ในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน, 8MBD ในเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม และ 6MBD ในเดือนมกราคม 2564 - เมษายน 2564 นอกจากนี้ OPEC+ ยังวางแผนที่ให้กลุ่มประเทศ G20 (โดยเฉพาะสหรัฐฯ, แคนาดา และบราซิล) ช่วยลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบอีก 5MBD ซึ่งรัฐมนตรีพลังงานของกลุ่ม G20 จะมีการประชุมในวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ Brent อ่อนตัวลง 4% มาอยู่ที่ US$31.5/bbl และราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 9% มาอยู่ที่ US$22.8/bbl ในคืนที่ผ่านมา เนื่องจากการลดลงของอุปทานล่าสุดไม่เพียงพอกับอุปสงค์ทั่วโลกที่หายไปในปัจจุบันที่ประมาณ 25-30MBD ในขณะเดียวกัน เราต้องรอท่าทีของกลุ่ม G20 ในวันนี้ว่าจะร่วมมือกับ OPEC+ ในการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบหรือไม่ และ OPEC+ จะมาทบทวนนโยบายในเดือน
มิถุนายนอีกครั้งว่าแต่ละประเทศให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงไร

(+BA,BTS*,STEC*)'ทร.'เปิดซอง4อู่ตะเภาวันนี้ ลุ้นข้อเสนอพิเศษ'บีบีเอส' (กรุงเทพธุรกิจ) บอร์ดเมืองการบิน นัด เปิดซอง 4 ข้อเสนอพิเศษ "บีบีเอส" วันนี้ หลังเห็นชอบผลการเจรจา ส่งต่ออัยการตรวจสอบ ร่างสัญญา มั่นใจลงนามตามเป้าหมาย เม.ย.63 ความเห็น :เรามีมุมมองเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว โดยหากการลงนามสัญญาโครงการดังกล่าว จะทำให้ STEC ได้ backlog จากเฟสแรกของโครงการนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จาก backlog ปัจจุบันที่ 7.8 หมื่นลบ. โดยคณะกรรมการคัดเลือกจะส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบและให้ความเห็น เพื่อนำเสนอผลต่อคณะกรรมการอีอีซีและ ครม. ต่อไป ยังคงคำแนะนำซื้อ STEC ด้วยราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 21.40 บาท โดยหากการก่อสร้างเริ่มได้ในช่วง 2H63 จะทำให้มี earnings upside จากประมาณการของเราราว 4.0%

(0 กลุ่มธนาคาร / +ภาพรวมตลาดฯ) แบงก์ผนึกหั่น 'ดบ.กู้' 0.4% 'ทีเอ็มบี' ชี้ต้นทุน 'ภาคธุรกิจ-รายย่อย' ลดกว่า 5.3 หมื่นล้าน (กรุงเทพธุรกิจ) อานิสงส์ธปท.ลดเงินนำส่ง 'เอฟไอดีเอฟ' เหลือ 0.23% แบงก์พาณิชย์จับมือ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภท 0.40% สนองนโยบาย ธปท. หลังหั่นค่านำส่ง
กองทุนฟื้นฟูเหลือ 0.23% ศูนย์วิเคราะห์ทีเอ็มบีประเมิน ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ทั้งผู้ประกอบการ-รายย่อย รวมกว่า 5.2 หมื่นล้านต่อปี ขณะธุรกิจเอสเอ็มอีต้นทุนลดกว่า 2 หมื่นล้าน

(+) JAS* ปันผลระหว่างกาล จ่าย 1.48 บาท 8 พ.ค.นี้ (ข่าวหุ้น) บอร์ด JAS* มีมติเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้นปี 63 ออกไป พร้อมไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลแทนจ่ายประจำปีหุ้นละ 1.48 บาท ขึ้น XD วันที่ 20 เม.ย.นี้ เร่งจ่ายเร็วขึ้น วันที่ 8 พ.ค. 63 ฟาก BTS* ใจป้ำจ่ายปันผลพิเศษหุ้นละ 15 สตางค์ ปลอบใจผู้ถือหุ้นเผชิญโควิด-19 ระบาด

(+) WHA* ย้ำยอดขายที่ดิน 1.4 พันไร่ ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่กระทบการบริหาร (ข่าวหุ้น) WHA* ชี้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่จาก WHA HOLDING เป็น “จรีพรและบุตรสาว” ไม่กระทบการบริหาร เชื่อจีนพ้นวิกฤติโควิด-19 ส่งผลบวก ลุ้นยอดขายที่ดินนิคมฯ กลับมาคึกในครึ่งปีหลังคงเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ 1,400 ไร่

(-) AOT* เผยสถิติเดินทางมี.ค.วูบ! ผู้โดยสารทรุด 63% เที่ยวบินลดลง 41% (ข่าวหุ้น) AOT* เผยยอดผู้โดยสารมี.ค. 63 วูบ 63% เที่ยวบินทรุด 41% ขณะที่ม.ค.-ก.พ. 63 ผู้โดยสารลด 13.62% เที่ยวบินลด 6.93% สถิติรวมเกือบครึ่งปีแรก ต.ค. 62-ก.พ. 63 มีผู้โดยสาร 58.9 ล้านคน ลด 3.87% เที่ยวบิน 3.67 แสนไฟลต์ ลด 3.47% ล่าสุดเจอคำสั่ง “กพท.” ปิดสนามบินภูเก็ต-ห้ามบินเข้าไทยกระทบยาวทั้ง เดือนเม.ย. 63

(0) ตีกลับแผนฟื้นฟู THAI* จี้จัดทำตัวเลขต้นทุนใหม่ (ไทยโพสต์) คมนาคมตีกลับแผนฟื้นฟูการบินไทย สั่งทำรายละเอียดตัวเลขต้นทุนกลับมาเสนอภายใน 1 สัปดาห์ ยืนยันผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ยังไม่ส่งผลกระทบให้การลงทุนในรัฐวิสาหกิจของคมนาคม

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: