‘เงินบาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ ที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์

‘เงินบาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ ที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์
30 มีนาคม 2563
429

ตลาดการเงินยังต้องรับแรงต้านจากตลาดหุ้นปรับตัวลงทุนต่อหลังการระบาดโควิด-19ท้่วโลก และราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง ขณะที่เงินบาทปัญหาสภาพคล่องลดลง และจับตาทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดทุนเพิ่มเติม

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยตลาดการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS)  เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.40-32.70 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.00-33.00 บาทต่อดอลลาร์

และในเช้าวันนี้ตลาดการเงินจะต้องรับกับแรงต้านจากหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวลงต่อหลังการระบาดของโควิด-19ทั่งโลกยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบก็ปรับตัวลงจากปริมาณการบริโภคที่ลดต่ำลง ซึ่งล่าสุดทั้งราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ซื้อขายในระดับ 20-23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น โดยประเด็นดังกล่าวจะกดดันการลงทุนในกลุ่มพลังงานทั่วโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้

ฝั่งของตลาดเงิน เห็นได้ชัดว่าเมื่อปัญหาสภาพคล่องลดลง เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องได้เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐพบกับปัญหา สอดคล้องกับบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับประเทศยุโรปอื่นๆ โดยในสัปดาห์นี้เชื่อว่าสกุลเงิน หลักอย่างยูโร (EUR) และเยน (JPY) จะเป็นสกุลเงินที่นักลงทุนเลือกที่จะใช้พักเงิน

ในขณะที่ฝั่งเงินบาท ต้องจับตาทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดทุนเพิ่มเติม เพราะล่าสุดในวันศุกร์มีเงินทุนไหลกลับมาซื้อหุ้นและบอนด์ไทยเล็กน้อยรวม 85 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่ากลับลงมา แต่ถ้าไม่เห็นสัญญาณการกลับเข้ามาลงทุนของต่างชาติต่อ เงินบาทก็ยังจะคงมีแนวโน้มอ่อนค่าได้แม้ดอลลาร์จะไม่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก

ด้านเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์ที่จะถึง ก็มีเรื่องที่ต้องติดตามเริ่มต้นด้วยในวันจันทร์จะมีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินสิงคโปร์ (MAS) ซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ ให้เงินสิงคโปร์ดอลลาร์(SGD) สามารถอ่อนค่าลงได้ เพื่อลดผลกระทบของเศรษฐกิจที่หดตัว และเงินเฟ้อที่คาดว่าจะตกต่ำต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกระทรวงการคลังยุโรปก็จะมี Conference Call เพื่อหาทางช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ร่วมกัน โดยไฮไลท์ของสัปดาห์อยู่ในช่วงวันพฤหัสถึงศุกร์ ที่จะมีการรายงานตัวเลขตลาดแรงงาน และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งในและนอกภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันตลาดเชื่อว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (US Non-farm Payrolls) จะลดลงอย่างน้อย 1แสนตำแหน่ง ส่งผลให้การว่างานขยับขึ้นมาที่ระดับ 3.8% ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งในและนอกการผลิต ซึ่งเป็นตัวชี้วัดมุมมองและทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐ ก็จะลดลงสู่ระดับทดถอย (ต่ำกว่า 50จุด) ทั้งหมด

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง