'สวนนงนุช' ฝ่าวิกฤติโควิด ท่องเที่ยวพัทยาหดตัว 90%

'สวนนงนุช' ฝ่าวิกฤติโควิด  ท่องเที่ยวพัทยาหดตัว 90%
29 มีนาคม 2563 | โดย วัชร ปุษยะนาวิน
3,542

การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเกือบหมด ทำให้ผู้ประกอบการต้องวางแผนรับมืออย่างเต็มที่

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ขณะนี้สวนนงนุชได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรง โดยนักท่องเที่ยวหายไปกว่า 90% ซึ่งแม้ว่าการหยุดดำเนินการในช่วงนี้จะช่วยลดภาระรายจ่ายของบริษัท เพราะในแต่ละวันจะต้องมีรายจ่ายเพื่อเลี้ยงดูพนักงานเกือบ 3 พันคน แต่สวนนงนุชก็ยังเปิดให้บริการต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานและภาคการท่องเที่ยวของไทย 

ทั้งนี้ หากปิดจะยิ่งสร้างความตื่นตระหนก รวมทั้งสวนนงนุชก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสวนเปิดมีความเสี่ยงในการแพร่ละบาดของไวรัสโควิด-19 ต่ำกว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่น และยังได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การพ่นยาฆ่าเชื้อโรค การตั้งจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างทั่วถึงทุกจุด ซึ่งทำให้ยังคงเปิดบริการเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนให้กับคนไทยในช่วงนี้ได้

“ขณะนี้ได้จัดแพ็กเกจพิเศษที่ลดราคาลงมากเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย ส่วนการแสดงได้ลดลงมาก และการแสดงต่างๆจะจัดที่นั่งให้นักท่องเที่ยวอยู่ห่างกัน รวมทั้งยังมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ทำทุกอย่างให้นักท่องเที่ยวเกิดความสบายใจ”

รวมทั้งสวนนงนุชได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการปรับลดรายจ่าย และยืนยันว่าจะไม่ปรับลดพนักงานอย่างแน่นอน ซึ่งพนักงานก็ให้ความร่วมมือลดเงินเดือนลงประมาณ 20% เพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงนี้ได้

158497608684

สำหรับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นถือว่ามีความรุนแรงต่อธุรกิจมากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส การปิดสนามบินหรือน้ำท่วมครั้งใหญ่กระทบไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ เพราะทุกครั้งยังพอมองเห็นว่าจะจบลงเมื่อไร แต่ในครั้งนี้ยังไม่เห็นอะไรที่แน่ชัด ทำให้เดาเหตุการณ์ได้ยาก แต่มั่นใจว่าภาครัฐได้พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด 

ขณะนี้จากการประเมินเบื้องต้นธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็กและกลางปิดตัวไปแล้วกว่า 50% ดังนั้นรัฐบาลควรเข้ามาดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษทุกหน่วยงานจะต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องการยืดเวลาการชำระหนี้ การลดดอกเบี้ยเงินกู้ การให้สินเชื่อเพื่อประคองธุรกิจในช่วงนี้

“ตอนนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มีเข้ามาเลย มีแต่นักท่องเที่ยวคนไทยที่เข้ามาอยู่บ้าง” 

หลักจากที่เชื่อไวรัสโควิด-19 หยุดระบาด รัฐบาลควรจะหนุนมาตรการไทยเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ เพราะในช่วงนี้ไม่สามารถคาดหวังนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ เพราะทั่วโลกยังคงหวาดกลับในเรื่องโรคระบาดอยู่ คาดว่าจะใช้เวลาอีกนานกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นฟู 

ดังนั้นต้องมุ่งเน้นดึงดูดให้คนไทยเที่ยวในไทย ซึ่งผลในระยะยาวทำให้คนไทยรู้จักแหล่งท่องเที่ยวไทยมากขึ้น และได้เห็นว่าไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่อีกมาก โดยเดินทางไปเทียวได้สะดวกปลอดภัย จะเห็นผู้สูงอายุคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น เหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปลดเกษียณจูงมือกันมาเที่ยวในไทย แต่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ไทยปลอดจากการระบาดจากนั้นจึงกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยได้

ส่วนการลงทุนขนาดใหญ่ของสวนนงนุชยังไม่มี แต่ยังคงลงทุนปรับปรุงสวนนงนุชให้มีความสวยงามที่สุด และแข่งขันกับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศอื่นได้ เพื่อให้อยู่ในแนวหน้าเอเชีย รวมทั้งต้องพัฒนาไปข้างหน้าเพื่อคนงานจะต้องมีงานทำ

ที่ผ่านมาสวนนงนุชลงทุนขนาดใหญ่ไปหลายพันล้านบาท เช่น ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา จุคนได้กว่า 10,000 คน รองรับงานเลี้ยงได้กว่า 5,000 คน และมีห้องประชุมหลายขนาดที่เหมาะสมต่อความต้องการของลูกค้า ช่วยรองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ธุรกิจไมซ์ หรือการจัดประชุม นิทรรศการขนาดใหญ่ขยายเข้ามาจัดงานในอีอีซีเพิ่มขึ้น ซึ่งธุรกิจไมซ์เป็นเรื่องสำคัญของเมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมืองพัทยาที่ยังขาดแคลนห้องประชุมขนาดใหญ่

“สวนนงนุช จะลงทุนตามการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว จะไม่ลงทุนเกินตัว โดยจะเน้นลงทุนปรับปรุงความสวยงานและคุณภาพการท่องเที่ยวให้อยู่ในระดับมาตรฐานโลก และแข่งขันกันแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของต่างชาติได้”

ทั้งนี้ โครงการ อีอีซี ของรัฐบาล ได้เข้ามาช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกอย่างมากในระยะยาว และเป็นจุดเริ่มต้นในด้านการพัฒนาท่องเที่ยวที่จะนำมาตรการใหม่ๆเข้ามาใช้ จากนั้นก็จะกระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งธุรกิจท่องเที่ยวจะช่วยยกระดับรายได้ให้กับชุมชนและประชาชนรากหญ้าเป็นจำนวนมาก 

ดังนั้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆได้มาก โดยใน อีอีซี จะมีโครงการสำคัญ คือ การพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายจำนวนนักท่องเที่ยว และจะกระจายไปจังหวัดใกล้เคียงเพื่อกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง

สำหรับสวนนงนุชนี้ มีเนื้อที่ 1,700 ไร่ ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด เช่น กล้วยไม้ เฟิน สับปะรดสี สวนไม้พุ่ม ไม้ดัด สวนหิน สวนฝรั่งเศสกระบองเพชร ปาล์มจากทั่วทุกมุมโลก และต้นไม้ยักษ์ 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง