ดีลธุรกิจร้านอาหารเปลี่ยนมือ ! ยักษ์ใหญ่กว้านแบรนด์เสริมพอร์ต

ดีลธุรกิจร้านอาหารเปลี่ยนมือ ! ยักษ์ใหญ่กว้านแบรนด์เสริมพอร์ต
31 ธันวาคม 2562 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
3,176

รอบปี 2562 ธุรกิจร้านอาหารสร้างปรากฎการณ์เปลี่ยนมือ!! หลายแบรนด์ก้าวมาอยู่ชายคาฟู้ดเชนยักษ์ใหญ่ ทั้งในรูปแบบซื้อขายกิจการ และ ร่วมทุน  เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งของแต่ละฝ่าย

นำมาขับเคลื่อนธุรกิจเดินหน้าและเติบโตอย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ รองรับโอกาสทางการตลาด แม้ธุรกิจร้านอาหารจะเป็นสมรภูมิแดงเดือด หากแต่

ศักยภาพของไทยและภูมิภาคอาเซียนมีฐานประชากรจำนวนมาก ทำให้ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น ความสามารถในการ “เข้าถึง และ การมี ทางเลือก” ที่หลากหลาย ย่อมได้เปรียบในการตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีกว่า 

โดยเมื่อกลางปี  “เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อยเมื่อประกาศเข้าซื้อหุ้นใหญ่ 65% ในกิจการ แหลมเจริญซีฟู้ด”  คิดเป็นมูลค่า 2,060 ล้านบาท

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็มเค พร้อมลงทุนในทุกโอกาสธุรกิจ เพื่อขยายแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ ให้ครอบคลุมทุกประเภท (เซ็กเมนต์) เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้า เน้นกลุ่มผู้บริโภครายได้ระดับกลางเป็นหลัก ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของทุกตลาดในทุกประเทศ

การเพิ่มแบรนด์ใหม่เปิดกว้างทั้งการ “ซื้อกิจการ-ร่วมทุน-พัฒนาแบรนด์-ซื้อแฟรนไชส์” โดยเฉพาะการเจรจา“ซื้อกิจการ”หรือ“ร่วมทุน” มีดีลตลอดเวลา ขณะนี้ราว 7-8 รายที่อยู่ระหว่างการพูดคุย

ปัจจุบัน พอร์ตร้านอาหารในเครือเอ็มเค 8 แบรนด์ ได้แก่ ร้านเอ็มเค สุกี้, ร้านเอ็มเค ไลฟ์, ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ, ร้านอาหารญี่ปุ่นฮากาตะ, ร้านมิยาซากิ, ร้านอาหารไทย เลอ สยาม, ร้านอาหารไทย ณ สยาม และร้านกาแฟ/เบเกอรี่ เลอ เพอทิท นอกจากนี้ ยังมีการขายแฟรนไชส์ร้านเอ็มเค สุกี้ ที่ญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว และมิยาซากิให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศ ที่ประเทศลาว รวมเครือข่ายกว่า 700 สาขา

แหลมเจริญซีฟู้ด เป็นแบรนด์โลคัล ไทยซีฟู้ด ที่มีความโดดเด่นในการขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยความแข็งแกร่งของเอ็มเค ทั้งด้านระบบ การเทรนนิ่ง การสร้างแบรนด์ และการตลาด รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อว่าจะติดสปีด!! แหลมเจริญจาก 26 สาขา ให้เติบโตได้อย่างรวดเร็วและเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีคุณค่ามากขึ้นในอนาคต

ขณะที่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  เข้าลงทุนใน บริษัท ชิคเก้น ไทม์ จำกัด ประเทศไทย (ชิคเก้น ไทม์) ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ไก่บอนชอน กว่า 40 สาขาในประเทศไทย ด้วยการลงทุนในสัดส่วน 100% ใน ชิคเก้น ไทม์ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 2,000  ล้านบาท ส่งผลให้ ไมเนอร์ ฟู้ด”  เป็นผู้ดำเนินการร้านบอนชอนที่มีอยู่เดิมทั้งหมดในประเทศไทย แม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะไม่รวมสิทธิแฟรนไชส์ในการเปิดสาขาใหม่ แต่ ไมเนอร์ฯ ได้เจรจากับเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์หลัก ในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อมีสิทธิในการขยายสาขาบอนชอนทั่วประเทศต่อไป

แบรนด์บอนชอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ในเกาหลี สร้างความแตกต่างด้วยไก่ทอดสไตล์เกาหลีที่มีซอสอันเป็นเอกลักษณ์ ส่งผลให้บอนชอนขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ บาห์เรน คูเวต ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา และไทย ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการในไทยเมื่อปี 2554

ไมเนอร์ฯ เชื่อว่า  ตลาดไก่ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก “บอนชอน มีความเหมาะสมอย่างมากกับแบรนด์ที่มีอยู่ในการเป็นร้านอาหารแบบนั่งทานขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มแบรนด์

ธุรกิจร้านอาหารกลุ่มไมเนอร์ มีเครือข่ายกว่า 2,200 สาขา ใน 26 ประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริเวอร์ไซด์ ,เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส, บอนชอน, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ ควีน และเบอร์เกอร์ คิง

อย่างไรก็ดี ด้วยไลฟ์สไตล์และกระแสบริโภคของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชาวมิลเลนเนียลส์ นิยมนั่งชมและชิลล์ในร้านเบเกอรี่ คาเฟ่ดัง ทำให้บรรดาร้านคาเฟ่ เบเกอรี่ ดำรงสถานะธุรกิจดาวรุ่งมาทุกยุคทุกสมัย ขณะที่นักลงทุนหน้าใหม่ในธุรกิจฟู้ดอย่างกลุ่ม วีรันดา รีสอร์ท มองว่าตลาดมีโอกาสเติบโตสูง พร้อมเปิดเกมรุกโดยขยายการลงทุนธุรกิจเบเกอรีอย่างเต็มตัว ด้วยการเข้าซื้อกิจการร้านคาเฟ่และขนมหวานชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น แกรม แพนเค้ก (GRAM Pancakes) และ พาโบล ชีสทาร์ต (PABLO Cheesetart) เข้ามาอยู่ในพอร์ต!!

วีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดารีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ได้ใช้งบประมาณ 110 ล้านบาทเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท พีดีเอส โฮลดิ้ง จำกัด (ในเครือใบหยก) ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาแฟรนไชส์หลัก (Master Franchise Agreement) ของร้านคาเฟ่และขนมหวานแกรม และพาโบล คาดว่าจะดำเนินการทางด้านเอกสารแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.-ธ.ค.

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เสริมความแข็งแกร่งทั้งด้านการเติบโตของรายได้ประจำของบริษัทในปี 2563 เพิ่มขึ้น 10-15% ขณะเดียวกันยังมีความแข็งแรงของแบรนด์ในพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในการต่อยอดธุรกิจหลักของวีรันดา รีสอร์ท

หลังจากนี้การขับเคลื่อนแบรนด์แกรม และพาโบล ซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคสายหวาน!! จะสปีดในการขยายสาขามากขึ้น โดยมุ่งปักหมุดแหล่งท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก และเมืองรอง เจาะกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ เบื้องต้น หลังบรรลุการเข้าซื้อกิจการ 100% มีแผนขยายสาขาแกรม เพิ่มขึ้นรวมเป็น 7-8 สาขาภายในสิ้นปี 2563

การลงทุนครั้งนี้เกื้อหนุนเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันกับธุรกิจปัจจุบันในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านท่องเที่ยว รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้บริษัทมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน

“แกรม”เป็นร้านคาเฟ่และขนมหวานที่มีชื่อเสียงด้านขนมแพนเค้กมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปี 2561 มีการกล่าวถึงในโลกโซเชียล!! ในวงกว้าง ถือเป็นแบรนด์แม่เหล็กที่ศูนย์การค้าต่างๆ ต้องการนำมาเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดลูกค้า ปัจจุบันเปิดให้บริการที่สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ สามเสน และเซ็นทรัล ลาดพร้าว ส่วน“พาโบล”แบรนด์ขนมหวานดังจากญี่ปุ่น มีสาขาให้บริการที่สยามพารากอน ล่าสุดเปิดสาขาสนามบินดอนเมือง

ขณะที่พอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของวีรันดา ปัจจุบันมีแบรนด์“Skoop”และ“KOF”ซึ่งการเข้ามาของแบรนด์แกรม และพาโบล จะเพิ่มศักยภาพการต่อรองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะการหาพื้นที่เพื่อขยายสาขา การทำโปรโมชั่นควบคู่กับแบรนด์อื่นๆ การขยายธุรกิจออนไลน์ และดีลิเวอรี่แพลตฟอร์ม ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนมีประสิทธิภาพ และทางเลือกที่หลากหลายให้ลูกค้า

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง