คลังผนึกภาคอสังหาฯ เร่งระบาย‘สต็อกบ้าน’ 3.5 หมื่นยูนิตท้ายปี

คลังผนึกภาคอสังหาฯ เร่งระบาย‘สต็อกบ้าน’ 3.5 หมื่นยูนิตท้ายปี
9 พฤศจิกายน 2562
414

คลัง ผนึก ผู้ประกอบการอสังหาฯ จัดโครงการบ้านในฝัน รับปีใหม่ หวังระบายสต็อกบ้าน-คอนโด ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท 3.5 หมื่นยูนิต นายกฯคอนโด จี้ “คลัง”กระทุ้งแบงก์ปล่อยกู้ หลังยอดปฎิเสธสินเชื่อบางโครงการสูงถึง 50% 

สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวชัดเจนในปี 2562 ส่งผลให้ภาครัฐต้องหาแนวทางกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ล่าสุด กระทรวงการคลัง ร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาฯ จัดทำโครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่“ ด้วยการออกโปรโมชั่นส่งท้ายปี 2562 โดยใช้สโลแกน “ซื้อปุ๊บ โอนปั๊บ รับทันที 3 สิทธิพิเศษ" เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.-31 ธ.ค.2562

ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายที่จะเร่งระบายสต็อกที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่ปัจจุบันมีสต็อกคงค้างอยู่ราว 3.5 หมื่นยูนิต พ่วงไปกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ที่บังคับใช้ไปต้้งแต่ 1 พ.ย.2562 -24 ธ.ค.2563 และให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ให้ดอกเบี้ยเงินกู้ อัตราพิเศษ ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ 

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปี 2562 ในโครงการดังกล่าว จะทำให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์ 3 ประการ คือ สามารถประหยัดเงินที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง ซึ่งกรณีซื้อบ้านในโครงการนี้ที่สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท จะสามารถประหยัดค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ 9 หมื่นบาท ยังเหลือเป็นภาระค่าธรรมเนียมอีกราว 600 บาทเท่านั้นที่ผู้ซื้อต้องชำระ แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นผู้ออกให้

ประการที่สอง จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำจากธอส. ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ย 2.5 % คงที่ 3 ปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติที่คิดไม่ต่ำกว่า 4 % โดยมีวงเงินสินเชื่อให้รวม 5 หมื่นล้านบาท ทำให้ผู้กู้ประหยัดเงินได้หลายแสนบาทในช่วง 3 ปี ทั้งนี้ได้มีธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในประเทศได้ติดต่อเข้ามาที่จะขอร่วมในโครงการนี้ของกระทรวงการคลังด้วย

ประการที่สาม เจ้าของโครงการที่เข้าร่วมโครงการนี้ของกระทรวงการคลัง จะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ เช่น การให้ส่วนลด,การแถมเฟอร์นิเจอร์ แถมเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

คาดมีส่วนดันอสังหาฯปี63โต5% 

เขาเชื่อว่า มาตรการส่งเสริมการขายดังกล่าว จะช่วยทำให้ธุรกิจอสังหาฯในปี 2563 สามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 5 % สำหรับมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาฯ (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งบังคับใช้ไปตั้งแต่ 1 เม.ย.2562  เชื่อว่าในระยะต่อไปผู้ประกอบการอสังหาฯจะสามารถปรับตัวได้

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีผู้ประกอบการอสังหาฯเข้าร่วมโครงการกว่า 500 บริษัท อย่างไรก็ตามสำหรับโปรโมชั่น ที่จะให้ภายใต้โครงการนี้ จะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทจะดำเนินการ

นายกฯคอนโดชี้รีเจคพุ่ง30-50%

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ต้องการเรียกร้องให้ภาครัฐ มีมาตรการกระตุ้นการอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากปัจจุบันยอดตีกลับสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ (รีเจค) สูงถึง 30 % ในบางโครงการ ขณะที่บางโครงการสูงถึง 50 %

“หากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการซื้อขายอสังหาฯ แต่หากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อหรือโอนไม่ผ่าน ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะยอดขายนับเมื่อมีการโอนไม่ใช่เมื่อตกลงซื้อขาย”

ตลาดอสังหาฯต่างชาติลดฮวบ

ทั้งนี้ ในภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯประเภทคอนโดมิเนียม มีสัดส่วนสูงถึง 50 % ของที่อยู่อาศัยที่สร้างใหม่ทั้งหมด แต่หากมองเฉพาะในกรุงเทพฯจะมีสัดส่วนที่เป็นคอนโดสูงถึง 60-65%

สำหรับผู้ซื้ออสังหาฯที่เป็นชาวต่างประเทศนั้น ในปีที่ผ่านมา มียอดโอนมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท แต่ตั้งแต่กลางปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ยอดซื้อของชาวต่างชาติเกือบเป็น 0 % เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ Yield return (ผลตอบแทนการลงทุน) ไม่คุ้มค่า ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหันไปซื้ออสังหาฯในกัมพูชา และญี่ปุ่นแทน

พฤกษาจี้ธปท.เลื่อนแอลทีวี

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า โครงการดังกล่าว น่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้บ้าง แต่เห็นว่าปัญหาสำคัญของอสังหาฯ คือการที่ลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการแอลทีวี ทำให้การหยุดชะงักของตลาดจากมาตรการที่ออกมาผิดเวลา เพราะถ้ากู้ไม่ได้ ให้ส่วนลดเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ แคมเปญนี้ถือเป็นความพยายามของคลังในการประคับประคองเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้ยังขาดนโยบายด้านการเงินจากธปท.เข้ามาช่วย

ส่วนการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ทำให้สถาบันการเงินเริ่มลดดอกเบี้ยตาม ส่วนตัวมองว่าไม่มีผลต่อตลาดอสังหาฯมากนัก เพราะดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำติดดินแล้ว ต่ำไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว 

“ประเด็นสำคัญวันนี้ คือคนระดับกลาง-ล่าง เข้าถึงสินเชื่อไม่ได้ ไม่ใช่ดอกเบี้ยต่ำ เพราะนโยบายของแบงก์ชาติระมัดระวังเกินไปในช่วงสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เหมาะสม เพราะต้องประคับประคองเศรษฐกิจให้ไม่ถดถอย” นายประเสริฐ กล่าว 

ลดดอกเบี้ยมีส่วนกระตุ้นตลาด

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปกติในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ผู้ประกอบการอสังหาฯส่วนใหญ่จะทำแคมเปญโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมออกมาอยู่แล้ว แต่การที่มีโครงการนี้ออกมาเป็นแพกเกจก็ถือว่าดีกว่าไม่ได้ทำอะไร และน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้บ้าง 

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าการจะระบายสต็อกที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้นบาท จำนวน35,000 ยูนิต ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.ไปจนถึงสิ้นปี2562นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย 

“ยกตัวอย่างในปี2561 ที่สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อดีกว่าปี2562 ตลาดอสังหาฯ ขายรวมกันไปประมาณ1.2แสนยูนิต ปีนี้หย่อนลงมาเหลือประมาณ1แสนยูนิต กรณีที่จะเคลียร์สต็อกจำนวน35,000 ยูนิตให้ได้ภายใน2เดือน ฟังดูแล้วเป็นไปค่อนข้างยากที่จะขายของให้ได้1ใน3 จากปกติจะต้องใช้เวลาในการระบายสต็อก4 เดือน ให้ได้ภายในระยะเวลา 2 เดือนที่เหลือ” นายไตรเตชะ กล่าวและว่า 

กรณีที่ธปท.มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ส่วนตัวเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาฯได้ระดับหนึ่ง จากภาระการผ่อนชำระที่ลดลง


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง