วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์

สิ้นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ "ยาโยอิ คุซามะ" (Yayoi Kusama) ผู้สร้างจักรวาลแห่งโลกลายจุด เยียวยาผู้คนผ่านความเวิ้งว้างอันเป็นนิรันดร์

KEY POINTS

  • ยาโยอิ คุซามะ ศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้สร้างสรรค์ “โลกลายจุด” อันเป็นเอกลักษณ์ เสียชีวิตลงแล้วในวัย 97 ปี
  • ผลงานลายจุดของเธอมีที่มาจากภาพหลอนที่เห็นตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นอาการจากภาวะป่วยทางจิตที่เธอต้องเผชิญมาตลอดชีวิต
  • คุซามะค้นพบว่าการวาดภาพลายจุดที่เธอเห็นออกมาเป็นวิธีเยียวยาตัวเองให้สงบลง และใช้ศิลปะบำบัดตัวเองนับตั้งแต่นั้น
  • เธอคือศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานที่โด่งดังไปทั่วโลกมากมาย เช่น ภาพเขียนชุด Infinity Nets, ประติมากรรมฟักทอง และห้องกระจก Infinity Mirrored Rooms

“ฉันสร้างงานศิลปะเพื่อเยียวยามวลมนุษยชาติ” ยาโยอิ คุซามะ

 

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ศิลปินแนวคอนเทมโพรารีอาร์ตผู้ล่วงลับชาวญี่ปุ่นที่คนรู้จักกันดีคือ การนำ “ลายจุด” มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานศิลปะของตัวเอง

แล้วทำไมถึงต้องเป็นลายจุด?

นั่นเพราะยาโยอิ คุซามะมองเห็นโลกใบนี้เป็นลายจุดถี่ยิบที่ทอดยาวออกไปไร้ที่สิ้นสุดนั่นเอง

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์

Credit: REUTERS

จักรวาล “ลายจุด” อันเป็นอเนกอนันต์

ยาโยอิ คุซามะมีอาการผิดปกติ มองเห็นแสงจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นลายจุดเรียงต่อกันเหมือนร่างแหตอนอายุ 10 ขวบ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยตอนโตว่าเป็นอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ และภาวะ Depersonalization หรือสภาวะทางจิตที่ผู้ป่วยรู้สึกแปลกแยก ตัดขาดจากร่างกายและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ราวกับกำลังมองดูตัวเองในฐานะคนนอก

คุซามะทุกข์ทรมานกับอาการนี้มาตลอด แถมมันยังหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขนาดที่เธอบอกว่า มองเห็นลายจุดเป็นตาข่ายถี่ยิบไม่มีที่สิ้นสุด

โชคดีที่เธอค้นพบว่าการวาดสิ่งที่เห็นออกมาเป็นวิธีเยียวยาตัวเองให้สงบลง ซึ่งต่อมาภายหลัง ภาพลายจุด และภาพวาดที่มีรูปแบบซ้ำ ๆ ในงานของคุซามะได้คลี่คลาย กลายเป็นตัวแทนของสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่าง จักรวาล ห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด รวมถึงสิ่งที่เธอเรียกว่า self-obliteration หรือความรู้สึกว่าตัวตนของเราถูกลบหายไปในจักรวาลอันเวิ้งว้างว่างเปล่า

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์ Credit: REUTERS

แต่ถึงแม้หัวใจจะสงบลง “ลายจุด” กลับไม่เคยจากยาโยอิ คุซามะไปไหน

“ฉันยังคงเห็นภาพหลอนอยู่แม้กระทั่งตอนนี้ ลายจุดบินไปทั่วทุกหนทุกแห่ง บนชุดฉัน บนพื้น สิ่งที่ฉันถือ มันอยู่ทั่วทั้งบ้าน บนเพดาน ฉันเลยวาดพวกมันออกมา” คุซามะให้สัมภาษณ์นักข่าวเอาไว้ในปี 2017

คุซามะจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ด้วยอาการอวัยวะล้มเหลว ขณะมีอายุได้ 97 ปี แถลงการณ์จากบริษัทตัวแทนของเธอระบุว่า “ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านไม่เคยวางพู่กันลง ยังคงสำรวจความรัก และจิตวิญญาณอันเป็นนิรันดร์ต่อไป”

ศิลปินหัวก้าวหน้าแห่งนิวยอร์ก

ยาโยอิ คุซามะเกิดเมื่อปี 1929 ในครอบครัวมีอันจะกิน เป็นเจ้าของธุรกิจค้าเมล็ดพันธุ์พืชในเมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนางาโนะ เธอเรียนวาดภาพสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียกว่า Nihonga ที่มหาวิทยาลัยศิลปะเกียวโตอยู่ราวหนึ่งปี มันทำให้เธอรู้สึกว่าศิลปะแนวประเพณีนิยมมีข้อจำกัด และระเบียบแบบแผนมากเกินไป ก่อนจะไปพบงานของ Georgia O’Keeffe เข้าโดยบังเอิญและเกิดความสนใจมากถึงขนาดติดต่อไปหาเธอในทันที ซึ่งจอร์เจียก็ตอบกลับมา ให้คำแนะนำ แถมยังชวนคุซามะให้ไปอเมริกา

คุซามะรู้สึกว่าญี่ปุ่นเล็กไปสำหรับโลกศิลปะ แถมยังเต็มไปด้วยระบบเจ้าขุนมูลนาย กดขี่ข่มเหงผู้หญิงมากเกินไป เธอตัดสินใจเดินทางไปอเมริกาตอนอายุ 27 โดยเริ่มที่เมืองซีแอตเติล ก่อนจะลงหลักปักฐานที่นิวยอร์กในปี 1958 เธอสร้างชื่อในแวดวง avant-garde เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการศิลปะแนวป๊อปอาร์ต (Pop Art Movement) ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผ่านภาพเขียนชุดสำคัญที่สุดชุดหนึ่งในชีวิตที่เรียกว่า Infinity Nets ภาพเขียนชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพหลอนที่เธอเห็น ซึ่งคุซามะบรรยายว่ามันเป็นเหมือน “ผ้าคลุม” หรือ “ตาข่าย” ที่ปกคลุมโลกใบนี้เอาไว้

ช่วงปลายยุค 60 คุซามะเริ่มทำงาน soft sculpture (งานประติมากรรมที่ใช้วัตถุดิบนุ่มนิ่มมาประกอบเข้าด้วยกัน) และให้กำเนิดผลงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่เรียกว่า Infinity Mirrored Rooms (ห้องกระจกอันไร้ที่สิ้นสุด) ขึ้นในปี 1965

โดย Infinity Mirrored Rooms นี้เป็นงาน immersive installations ที่มีการจัดวางกระจก หลอดไฟแอลอีดี ตะเกียง หรือวัตถุทรงกลมเรืองแสงเอาไว้ข้างในห้อง ให้เกิดภาพสะท้อน ภาพลวงตาไร้ที่สิ้นสุด โดยผู้ชมที่เข้าไปในห้องกระจก เคลื่อนไหว เดินไปเดินมา ถ่ายภาพเซลฟี่ ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะไปด้วย

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์ หนึ่งในผลงาน Infinity Mirrored Rooms ของยาโยอิ คุซามะ (Credit: REUTERS)

 

ปี ค.ศ. 1967 ยาโยอิ คุซามะที่ความคิดสร้างสรรค์ไม่เคยหยุดนิ่งหันไปจับงาน Happening Art จัดกิจกรรมสดขึ้นแล้วเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน โดยกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการประท้วงหรือพูดถึงปัญหาสังคมอย่าง สงครามเวียดนาม ภาษี การแต่งงาน ความไม่เท่าเทียมทางเพศ โดยเธอจะใช้ “ลายจุด” เป็นหลัก เช่น วาดภาพลายจุดลงบนผิวหนังที่เปลือยเปล่าของผู้คน

คุซามะใช้การเขียนภาพลายจุดซ้ำ ๆ เป็นเครื่องมือในการ “สลายตัวตน” ทลายความเป็น “ตัวเอง” กับ “คนอื่น” ลง

โดยภาพโปสเตอร์งาน Happening ของเธอชิ้นหนึ่งมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “มาเป็นหนึ่งเดียวกับนิรันดร์ ขจัดตัวตนของคุณให้สิ้นซาก กลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ลืมตัวเองซะ ทำลายตัวตนคือทางออกเพียงหนึ่งเดียว”

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์ Credit: REUTERS

ความอับอายแห่งเมืองมัตสึโมโตะ   

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่างาน Happening Art ของคุซามะจะได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้ติดตามมากมาย แต่คนในแวดวงศิลปะนิวยอร์กจำนวนไม่น้อยมองว่ามันเป็นแค่งานสร้างกระแส ทำขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากคน ไม่ใช่งานศิลปะอย่างแท้จริง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในฐานะศิลปิน จนทำให้คุซามะสูญเสียแฟน ๆ ในอเมริกาไปเป็นจำนวนมาก

เท่านั้นไม่พอ เรื่องนี้เล็ดลอดไปถึงหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งถึงกับตราหน้าเธอว่า “เป็นความอับอายของเมืองมัตสึโมโตะ” จนส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุซามะอย่างหนัก เธอเป็นโรคซึมเศร้า พยายามก่ออัตวินิบาตกรรมหลายต่อหลายครั้ง

พอ Joseph Cornell ศิลปินรุ่นใหญ่ผู้เป็นที่พึ่งทางใจเสียชีวิตลง คุซามะก็ย้ายกลับบ้านเกิดในปี 1973 เธอยังคงมีอาการซึมเศร้าขั้นรุนแรงจนกระทั่งได้พบแพทย์ที่หาวิธีนำเอาศิลปะกลับมาเยียวยาจิตใจคุซามะได้สำเร็จ สี่ปีหลังกลับมาญี่ปุ่น เธอก็สมัครใจเข้าไปอาศัยอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวช Seiwa Hospital ในกรุงโตเกียวเป็นการถาวร โดยทุกเช้าคุซามะจะขับรถไปยังสตูดิโอเล็ก ๆ ที่ซื้อเอาไว้ฝั่งตรงข้ามของโรงพยาบาล เพื่อทำงานศิลปะตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ฟื้นคืนชีพจากกองเถ้าถ่าน

อาจพูดได้ว่าชีวิตของยาโยอิ คุซามะหลังกลับมาอยู่ญี่ปุ่นคือการ “เริ่มนับหนึ่งใหม่” นอกจากจะหันไปทำงานศิลปะรูปแบบใหม่อย่างการเขียนนิยาย บทกวี และอัตชีวประวัติแล้ว ผลงานภาพเขียนของเธอยังมีสไตล์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มาเป็นแบบที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน นั่นคือ มีสีสันจัดจ้าน สเกลยิ่งใหญ่อลังการ ให้ความรู้สึกมีพลัง เข้มข้น โดดเด่นสะดุดตา

ไม่ต่างอะไรจากภาพลักษณ์ของตัวเธอที่มักจะสวมวิกผมบ็อบสั้นสีส้มจัดหรือสีแดงเพลิง ใส่ชุดลายจุดสีสันฉูดฉาดที่เธอเป็นคนออกแบบเอง

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์ Credit: REUTERS

 

ยาโยอิ คุซามะกลับมาเป็นที่พูดถึงในแวดวงศิลปะอีกครั้งหลังจากภัณฑารักษ์ชื่อ Alexandra Munroe จัดนิทรรศการรวบรวมผลงานของเธอขึ้น ณ Center for International Contemporary Arts ในนิวยอร์ก ปี 1989 ตามด้วยการสร้างห้องกระจก Infinity Mirror Room ขึ้นที่ศาลาญี่ปุ่น ในงาน Venice Biennale ปี 1993 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้เธอกลับมาเฉิดฉายในระดับโลกอีกครั้ง

หลังจากนั้น คุซามะได้หันไปสร้างประติมากรรมรูปฟักทองสีเหลืองขนาดใหญ่ พื้นผิวภายนอกปกคลุมด้วยลายจุดสีดำเรียงกันเป็นแถว ซึ่งฟักทองดังกล่าวได้กลายมาเป็น alter-ego หรือภาพ self-portrait ของตัวเธอเองในภายหลัง

“ฟักทองดูจะไม่ใช่สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนัก แต่ฉันรักฟักทองเพราะฟอร์มอันน่าขันและมีเสน่ห์ของพวกมัน สิ่งที่ดึงดูดใจฉันมากที่สุดคือความโอบอ้อมอารี การไม่เรียกร้องอะไรเลย และการมีความสมดุลทางจิตวิญญาณอันหนักแน่นมั่นคงของพวกมัน” ยาโยอิ คุซามะพูดถึงฟักทองเอาไว้อย่างลึกซึ้งในอัตชีวประวัติของเธอ

‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์ ‘ยาโยอิ คุซามะ’ ผู้สร้างจักรวาล “โลกลายจุด” อันเป็นนิรันดร์ Credit: REUTERS

 

ในยุคปัจจุบันที่ไลฟ์สไตล์กลายเป็นสิ่งที่คนประกาศให้โลกรู้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย งานป๊อปอาร์ต สีสันสดใสของยาโยอิ คุซามะ ซึ่งเหมาะกับการถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเป็นยิ่งนัก กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมให้เธอได้รับความนิยมมากขึ้น จนถึงกับมีคอลัมนิสต์จาก The Atlantic เรียกขานเธอด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมว่า “ศิลปินสำหรับยุคอินสตาแกรม”

จนทำให้ Mika Yoshitake ภัณฑารักษ์ผู้รังสรรค์นิทรรศการ Yayoi Kusama: 1945 to Now ซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกง ในปี 2022 ออกมาตอบโต้ว่าการแปะป้ายให้เธอแบบนั้นเป็นการกระทำที่ตื้นเขิน เพราะยาโยอิ คุซามะเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์งานได้ลุ่มลึก และหลากหลายตลอด 70 ปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม ภาพวาดลายเส้น ประติมากรรม คอลลาจ ศิลปะจัดวาง performance art ภาพยนตร์ เซรามิก แฟชั่นดีไซน์ รวมถึงเขียนนิยาย เรื่องสั้น บทกวี และอัตชีวประวัติออกมาได้ดีแบบเธออีก

“คุณสามารถเล่าประวัติศาสตร์ศิลปะผ่านงานของเธอได้เลย ไม่ว่าจะภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่น, Pop Art, Abstract Expressionism, Minimalism, Environment Art หรือ Feminist art งานของคุซามะครอบคลุมสไตล์เหล่านี้หมด แล้วถ้าคุณไปแกะรอยความเคลื่อนไหวของขบวนการศิลปะ avant-garde เธอก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน เธอมีบทบาทเกี่ยวข้องกับโลกเหล่านั้นมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมีศิลปินไม่มากนักที่จะเป็นแบบนั้น”

“ชีวิตของคุซามะคือการดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไม่ใช่แค่การวาดภาพที่ดูแล้วมีความสุขพวกนั้นออกมา เพราะถ้าเธอไม่วาดรูปทุกวัน เธอก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ งานของเธอคือการเยียวยาอย่างแท้จริง” Mika Yoshitake กล่าว

ขอไว้อาลัยแด่การจากไปของยาโยอิ คุซามะ งานศิลปะลายจุดที่เธอสร้างขึ้นเพื่อเยียวยาตัวเอง ได้กลายมาเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจผู้คนรอบข้างได้ด้วยเช่นกัน