เน้นหุ้นงบ 3Q19 เด่น

เน้นหุ้นงบ 3Q19 เด่น
22 ตุลาคม 2562 | โดย บล.กรุงศรี
1,030

แม้ว่าภาวะตลาดจะได้ปัจจัยบวกจากความคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนหลังสหรัฐส่งสัญญาณว่าการเจรจาการค้ามีความคืบหน้าและคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นที่ 1 ได้

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ปรับตัวลง -10.65 จุด (-0.65%) ปิดที่ระดับ 1,620 จุด ด้วย Volume 4.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ Brexit ที่ยังคงยืดเยื้อ ประกอบกับผิดหวังตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนก.ย. -1.39% การนำเข้า -4.24% โดยกระทรวงพาณิชย์คาดการส่งออกไทยปีนี้มีโอกาส -1% ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นแรงขายกลุ่ม ETRON, COMM, BANK กดดันดัชนี สำหรับนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 600 ล้านบาท และ Net Long TFEX จำนวน 2,592 สัญญา อีกทั้งซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,992 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET แกว่งตัว 1,615 – 1,630 จุด โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะได้ปัจจัยบวกจากความคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนหลังสหรัฐส่งสัญญาณว่าการเจรจาการค้ามีความคืบหน้าและคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นที่ 1 ได้ ก่อนที่จะลงนามร่วมกันในช่วงการประชุม APEX วันที่ 16 – 17 พ.ย. อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงจากความกังวล demand การใช้น้ำมันที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกรวมถึงความกังวลผลประกอบการ 3Q19 ของกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงจาก Stock loss จะกดดันต่อกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้กระแส Fund Flow ต่างชาติที่ยังคงชะลอตัวจะเป็นตัวถ่วงภาวะตลาดด้วยเช่นกัน

** วันนี้ติดตามครม.พิจารณามาตรการ “ชิม ช็อป ใช้” เฟส2

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • หุ้นที่คาดว่างบ 3Q19 จะเติบโต GPSC, BGRIM, EA, ADVANC, BCH, CHG, EPG, TASCO ,PRM, JMT, JMART, BGC
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD) ได้ประโยชน์ต้นทุนลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง
  • Defensive stock AOT, INTUCH, ADVANC, BEM, BTS, BDMS, BCH, CHG, GPSC, TTW, CPALL

หุ้นแนะนำวันนี้

  • ADVANC (ปิด 233 ซื้อ/เป้า 260) ปลอดภัยจาก Trade war, ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ 3Q19 ยังเติบโตตรงข้ามกับหุ้น Big Cap ในกลุ่ม พลังงานและธนาคารที่ชะลอตัว โดยเราคาดกำไรสุทธิประมาณ 8.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%qoq และ 25%yoy
  • CHG (ปิด 2.56 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 2.7) คาดผลกำไรผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้ว และจะเห็นกำไรที่เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 3Q19 โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ประกันสังคมที่ฟื้นตัว โรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ขาดทุนลดลง และยังมี Upside ในการปรับค่ารักษาพยาบาลกลุ่มลูกค้าประกันสังคมเพิ่มคล้ายกับ BCH (ค่ารักษาส่วนประกันสังคมจะมีการปรับทบทวนราคาทุกๆ 2 ปี โดยปรับครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2017)

บทวิเคราะห์วันนี้

GFPT (ปิด 15.4 ซื้อ /เป้าใหม่ 19.5 เดิม 21), IRPC (ปิด 3.42 ถือ /เป้าใหม่ 3.5 เดิม 4)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) ทรัมป์ ให้ความหวังเชิงบวก คาดจะลงนามบรรลุข้อตกลงการค้าบางส่วนกับจีนได้ภายในเดือน พ.ย.นี้: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งสัญญาณทางบวกโดยระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงในการยุติการทำสงครามการค้าบางส่วนในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งสอดคล้องกับทีม Economist ของเราซึ่งคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าการบรรลุข้อตกลงของ 2 ประเทศจะเกิดขึ้นเมื่อมีประธานาธิบดีมาร่วมประชุมหรือร่วมลงนาม ซึ่งตลอด 1-2 ปี มักจะเกิดขึ้นจากการประชุมผู้นำระดับโลก อาทิ การประชุม G20 ที่อาร์เจนติน่าเมื่อปลายปี 18 และการประชุม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนมิ.ย.ปีนี้ และครั้งนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่ประเทศชิลีในช่วงวันที่ 16 -17 พ.ย.19
  • (-) ส่งออกไทยเดือน ก.ย. หดตัว 1.39% yoy สวนทางกับที่ตลาดคาดขยายตัว 2.7% yoy ทั้งปีคาดพลิกเป็นติดลบ: มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน ก.ย.อยู่ที่ระดับ 2 หมื่นล้านเหรียญ หดตัว 1.39% yoy หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และแย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 2.7% yoy ส่งผลให้รวมยอด 9M19 ยังติดลบ 2.1% yoy ส่วนแนวโน้ม 4Q19 ยังไม่เห็นสัญญาณของการฟื้นตัวเพราะภาพรวมยังถูกกดดันจากปัญหา Trade war รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ภาพรวมการส่งออกของปีนี้จะพลิกเป็นติดลบ โดยเบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์คาดการส่งออกของไทยในปีนี้จะติดลบประมาณ 1% yoy เทียบกับคาดการณ์เดิมคาดว่าจะขยายตัว 0-3% ขณะที่แบงก์กรุงศรีฯคาดว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะติดลบ 1.6% yoy เทียบกับปีที่ผ่านมาขยายตัว 7% yoy
  • (+) วันนี้ติดตามประชุม ครม. ลุ้นออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิ ชิมช้อปใช้ เฟส 2 และมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ: การประชุม ครม.ในวันนี้เรายังมีความหวังทางบวกว่าภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมี 2 มาตรการหลักที่คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อทำการอนุมัติในวันนี้ คือ 1) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “ชิมช้อปใช้ เฟส 2” คาดมุ่งเน้นให้ส่วนลดเพิ่มขึ้นสำหรับเงินในกระเป๋าที่ 2 (เฟส 1 แจกเงิน + ให้ส่วนลด) และ 2) มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ อาทิ การลดค่าธรรมเนียม การโอน จดจำนอง และ ภาษีธุรกิจเฉพาะ หากมีการนำเสนอและอนุมัติตามที่เราคาดไว้น่าจะส่งผลดีต่อ Sentiment และ ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่ม อสังหาฯ, ท่องเที่ยว และค้าปลีก

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: