รีบาว์ดต่อ

19 สิงหาคม 2562 | โดย บล.กรุงศรี
921

ระวังแรงขายจากกระแส Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง (Net sell 4 หมื่นลบ. MTD.) ซึ่งจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว

ลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์: SET Index ปรับตัวขึ้น 27.37 จุด (+1.71%) ปิดที่ระดับ 1,631 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.6 หมื่นล้านบาท ตอบรับครม.เศรษฐกิจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้ GDP ทั้งปีเติบโต 3% นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยบวกธปท.ผ่อนปรนมาตรการ LTV สำหรับการกู้ร่วมซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาฯ และแบงค์ สำหรับนักลงทุนต่างชาติเป็นขายสุทธิอีก 5,069 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,668 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX จำนวน 10,012 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้: เรามีมุมมองเป็นกลาง - บวกคาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,640 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว โดยภาวะตลาดยังคงได้แรงหนุนจากครม.เศรษฐกิจออกมาตรการเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเน้นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เพิ่มสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยว  นอกจากนี้ภาวะตลาดยังได้ sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐและเอเชียที่ปรับตัวขึ้นหลัง US bond yield ดีดตัวขึ้นซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระวังแรงขายจากกระแส Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง (Net sell 4 หมื่นลบ. MTD.) ซึ่งจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • หุ้นที่ได้อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ กลุ่มค้าปลีก CPALL กลุ่มท่องเที่ยว AOT, MINT, ERW กลุ่มนิคมฯ AMATA, WHA 
  • กลุ่มอสังหาฯ (PSH, SPALI, LPN, AP) ได้อานิสงส์ธปท.ผ่อนปรนมาตรการ LTV สำหรับการกู้ร่วม
  • หุ้น Defensive stock ( INTUCH, ADVANC, BEM , BTS, TPCH ,BDMS ,GPSC ,TTW ,EA ,CPALL )

หุ้นแนะนำวันนี้ : AOT (ปิด 70.5 ซื้อเป้า IAA Consensus 81 ) คาดหวังภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มโดยเฉพาะมาตรการฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย คาดหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นบวกต่อ AOT โดยตรง ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนผ่านท่าอากาศยานของเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 4.3% พลิกเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน, BGRIM (ปิด 35.25 ซื้อเป้า IAA Consensus 37.5 ) ผลกำไรใน 3Q19 และ 4Q19 จะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าใหม่ที่ทยอย COD ในช่วงปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องเป็นจนถึงครึ่งปีแรกของปีนี้ นอกจากนี้ยังมี Sentiment บวกเพราะคาดว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่ FTSE จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุน (ประกาศ 23 ส.ค.19)

KSS report วันนี้: -

ประเด็นสำคัญวันนี้:

  • (+) ภาครัฐอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.16 แสนล้านบาท มุ่งแก้ปัญหาภัยแล้ง, ช่วยเหลือค่าครองชีพ และกระตุ้นการท่องเที่ยว คาด ครม.ลงมติอนุมัติ 20 ส.ค.นี้: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกมีข้อสรุปให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนทั้งหมด 3 ด้าน มีเม็ดเงินกระตุ้นการลงทุนรวมกว่า 3.16 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 1) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง อาทิ อนุมัติสินเชื่อฉุกเฉิน 5 หมื่นบาทต่อราย วงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท และลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่มีภาระหนี้กับ ธกส.เป็นเวลา 1 ปี รวมถึงให้วงเงินสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมจากผลของภัยแล้งรายละไม่เกิน 5 แสนบาท วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท 2) มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ อาทิ เพิ่มเงิน Top up ให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุจากเดิม 300 บาทต่อเดือน เป็น 500 บาทต่อเดือน อายุโครงการ 2 เดือน ส.ค. - ก.ย.19 และ 3) มาตรการกระตุ้นการลงทุนและบริโภค อาทิ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “ชิม ช๊อป ใช้” ข้ามจังหวัดผ่านการแจกเงินให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี จำนวน 1,000 บาทต่อคนจำนวนไม่เกิน 10 ล้านคน และให้นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมารับเงินคืนได้ 15% จากวงเงินไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อราย ส่วนการลงทุนจะเน้นให้สินเชื่อผู้ประกอบการ SME ผ่านการให้สินเชื่อของธนาคารรัฐคือ กรุงไทยและออมสินวงเงิน 1 แสนล้านบาท และให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ผ่าน ธอส.วงเงินสินเชื่อ 52,000 ล้านบาท เบื้องต้นเรามองว่ามาตรการที่ 1 และ 2) จะส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (CPALL, ROBINS, HMPRO และ GLOBAL) ส่วนมาตรการที่ 3 จะส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL, ERW, MINT และ AOT) นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ได้ผลบวกทางอ้อมอาทิ กลุ่มธนาคาร และ ไฟแนนซ์ (คาดหวัง GDP ฟื้นตัว และ ประชาชนและผู้ประกอบการมีเงินหมุนช่วยลดปัญหาหนี้ NPLs)
  • (+/-) วันนี้ติดตามสภาพัฒน์ประกาศ GDP ไตรมาส 2/19 Consensus คาดขยายตัว 2.3% ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส : วันนี้สภาพัฒน์จะประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2/19 ของไทย เบื้องต้น Consensus คาดว่าจะขยายตัว 2.3% ลดลงจากไตรมาส 1/19 ที่ขยายตัว 2.8% หากออกมาตามที่ตลาดคาดไว้จะเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 18 ไตรมาสหรือ 4 ปีครึ่ง หลักๆเป็นผลจากการหดตัวของภาคส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่การลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนเริ่มชะลอตัว หลังจากความเชื่อมั่นของประชาชนเริ่มลดลง อย่างไรก็ตามปัจจัยนี้ตลาดรับรู้ไปบ้างแล้วและจะเริ่มคาดหวังถึงการฟื้นตัวของ GDP จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เว้นแต่ GDP นั้นขยายตัวต่ำมากเกินไปหรือต่ำกว่าระดับ 2% ซึ่งโอกาสที่ GDP จะกลับมาขยายตัวเกิน 3% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้อาจจะยากเกินไป


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: