ตามที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานลายผ้า “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” จากพระราชดำริ “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” สืบสาน อนุรักษ์ ปลุกกระแสผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล ดึงรายได้สู่ชุมชนเศรษฐกิจฐานรากนั้น
วันนี้ (19 ก.พ.64) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ ผู้แทนที่ปรึกษาคณะกรรมการประกวดผ้าฯ ร่วมกันแถลงข่าวการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี” ภายใต้โครงการจัดแสดงและเชื่อมโยงการตลาดภูมิปัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ณ สุราลัยฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า นับเป็นระยะเวลากว่า 60 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย และทรงมีพระราชดำริว่าควรจะมีการนำภูมิปัญญา ของราษฎรที่ได้ทอผ้าไว้ใช้กันอยู่ มาพัฒนาเป็นอาชีพก่อให้เกิดรายได้แก่ราษฎร
นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานลายผ้าชื่อว่า “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ซึ่งผ้าลายพระราชทาน มาจากพระดำริ “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” จากการเสด็จไปทอดพระเนตร ผลิตภัณฑ์ด้านผ้าและงานหัตถกรรม 3 ภูมิภาค
“เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงมุ่งหวังพัฒนาผ้าไทยให้ก้าวหน้า ทรงเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าทอหลากหลายประเภทในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ
เมื่อครั้นเสด็จเยี่ยมศิลปิน ช่างทอผ้าตามหมู่บ้านทรงนำพระปรีชาสามารถด้านศิลปะ มาเป็นแนวทางในการให้คำแนะนำแก่ราษฎร ไม่ว่าจะเป็นต่อยอดจากลายผ้าดั้งเดิมประยุกต์เป็นลายทอผ้าขนาดต่างๆ ทรงให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ใช้สีจากธรรมชาติ อีกทั้งทรงนำเทรนด์แฟชั่นสากลมาจัดทำเป็นหนังหนังสือ THAI TEXTILES TREND BOOK S/S 2022 ให้กระทรวงวัฒนธรรมช่วยพิมพ์ ช่วยเผยแพร่ ให้ความรู้แก่ประชานทั่วประเทศ
รวมทั้งพระราชทานลวดลาย“ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ให้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ที่ผ่านมา และสื่อความหมาย ถึงการส่งมอบความรักและความสุขให้แก่ชาวไทยทุกคน และพระราชทานพระอนุญาตให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค สามารถนำไปใช้ทอผ้า ผลิตผ้า เป็นต้นแบบ และพัฒนาต่อยอดไปสู่ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น เพื่อให้รายได้ กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค และส่งเสริม ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัยและทุกโอกาส
พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือพระราชทานพระอนุญาตให้ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดประกวดลายผ้าพระราชทาน“ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของไทย และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทย ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยแต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จักและก่อให้เกิดรายได้กลับเข้าสู่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทยอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว
ด้านนาย อัครชญ แก้วอาภรณ์ ผู้แทนที่ปรึกษาคณะกรรมการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” คุณสมบัติของผู้ส่งผ้าเข้าประกวดว่า จะต้องเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP หรือช่างทอผ้าทั่วไป ที่มีภูมิเนาอยู่ในจังหวัดที่สมัครเข้าประกวด ส่วนเงื่อนไขการส่งผ้าเข้าประกวด ต้องเป็นผ้าลายพระราชทานที่เป็นผ้าพื้นถิ่นของจังหวัดที่ส่งเข้าประกวด และต้องเป็นผ้าทอมือ หรือทำจากมือเท่านั้นโดยมีความกว้างของหน้าผ้า 1 - 1.5 เมตร
ต้องเป็นผ้าที่ตัดจากกี่ โดยไม่ผ่านการซัก อบ รีด หรืออาบน้ำยาเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น (Authentic) ยกเว้น ผ้าบาติก/ผ้าพิมพ์ลาย/ผ้ามัดย้อม/กลุ่มผ้าชาติพันธุ์ และห้ามเย็บริมผ้าเส้นใยที่ใช้ทอ หรือผลิตผ้าในกรณีเป็นประเภทผ้าบาติก/มัดย้อม/พิมพ์ลาย ต้องเป็นเส้นใยฝ้าย หรือเส้นใยไหมที่เป็นเส้นใยแท้ หรือเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ โดยการประกวดจะแยกตามชนิดเส้นใย ใช้สีธรรมชาติไม่จำกัดสีในการย้อมเส้นใยทอผ้า หรือปักผ้า ยกเว้นผ้าบาติก/พิมพ์ลาย/มัดย้อมต้องมี Packaging และการนำเสนอเรื่องราวผลิตภัณฑ์
ประเภทผ้าลายพระราชทานที่ส่งเข้าประกวด แบ่งเป็น 15 ประเภท ตามเทคนิคเอกลักษณ์ของผ้าประจำถิ่นของจังหวัดนั้นๆ โดยต้องมีองค์ประกอบหลักของลายพระราชทานครบถ้วน ได้แก่
ผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป ผ้าขิด ผ้ายกดอก ผ้ายกใหญ่ชนิดมีสังเวียน ผ้ายกเล็ก ผ้าจกทั้งผืน ผ้าตีนจก (ตีนซิ่น) ผ้าแพรวา ผ้าลายน้ำไหล ผ้าเทคนิคผสม เป็นผ้าทอที่ใช้หลายเทคนิคผสมในผ้าผืนเดียวกัน ผ้าบาติก/ผ้ามัดย้อม ผ้าพิมพ์ลาย ที่เป็นผ้าทามือไม่ใช้เครื่องจักร ผ้าปักมือ (กลุ่มชาติพันธุ์) และผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ บนพื้นฐานเอกลักษณ์ของจังหวัด
สำหรับวิธีการประกวด ในการจัดประกวดผ้าลายพระราชทาน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ โดยประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจเตรียมตัวสำหรับการส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวด โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมตัดสินพิจารณารางวัลการประกวด แบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัล ได้แก่
ประเภท Best of Best จะเป็นรางวัลเดียวจากผ้าในแต่ละประเภท เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมรับพระราชทานรางวัลสร้อยทองและเหรียญพระนาม
ประเภทที่ 2 The Best นำที่ 1 ของ 15 ประเภท มาเรียงลำดับที่ 1 - 3 ได้รับพระราชทานรางวัลสร้อยทองและเหรียญพระนาม
ประเภทที่ 3 ชมเชย Top 10 ได้รับพระราชทานประกาศนียบัตร (Certificate)
ผู้สนใจสามารถส่งผ้าทอร่วมประกวดได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ ณ สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอ หรือจังหวัดทั่วประเทศ โดยรอบตัดสินระดับประเทศจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2564









