วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ไฮเออร์เบียดคู่แข่งกรุยทางขึ้นเบอร์1 ชู‘สมาร์ทโฮม’เจาะลูกค้ายุคดิจิทัล

สวนกระแสตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอตัว จากกำลังซื้อและเศรษฐกิจซบเซามาอย่างต่อเนื่อง ทุบซ้ำด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด แค้ไม่กระทบแบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน “ไฮเออร์” ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยแบบโตวันโตคืน ท่ามกลางสินค้าและบริการต่างหืดขึ้นคอ!

สวนกระแสตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอตัว จากสภาพกำลังซื้อและเศรษฐกิจซบเซามาอย่างต่อเนื่อง ทุบซ้ำด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด กลับไม่กระทบแบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ไฮเออร์” ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยแบบโตวันโตคืน ท่ามกลางสินค้าและบริการต่างๆ อยู่ในภาวะหืดขึ้นคอ! 

จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและเกิดความคาดหวังใหม่ๆ จากแบรนด์สินค้า โดยเฉพาะ ราคาที่มาพร้อมมูลค่าเพิ่ม! ฟังก์ชัน นวัตกรรม ด้วยคอนเซ็ปต์ Internet of things เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

ในเค้กก้อนเดียว และความต้องการผู้บริโภคมีจำกัด ไม่เพิ่มขึ้น เราต้องสร้างดีมานด์ อุดช่องว่างที่ตลาดต้องมี ซึ่งเราทำได้ดีกว่าคู่แข่ง!  สะท้อนได้ชัดเจนจากผลประกอบการที่เติบโต 31% เหนือตลาดในครึ่งปีแรก

การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างความท้าทายให้กับไฮเออร์อย่างมาก ทั้งด้านการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ การวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้จุดประกายการเตรียมพร้อมในสินค้า และขับเคลื่อนธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคนิวนอร์มอลภายใต้ความได้เปรียบของยุทธศาสตร์ธุรกิจแบบ “3in1” กล่าวคือ แบรนด์ไฮเออร์ ในประเทศไทย มี 3 องค์ประกอบครบทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) โรงงานผลิต และหน่วยงานขาย ขณะที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มีเฉพาะหน่วยงานขาย ไม่มีโรงงาน หรือมีโรงงาน หน่วยงานขาย แต่ไม่มีศูนย์อาร์แอนด์ดี 

ศูนย์วิจัยและพัฒนานับเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ดีมานด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเป็น “3in1” จะเป็นกลไลผลักดันไฮเออร์ก้าวสู่แบรนด์อันดับ 1 ในไม่ช้า!

ปี 2563 นี้ไฮเออร์ยังคงเดินหน้าขยายตลาดภายใต้เป้าหมายยอดขายรวมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ 6,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน 2,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ตู้เย็น 1,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เครื่องซักผ้า 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37%  ตู้แช่ 590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% และผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ 322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% 

ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดการณ์ติดลบ 8-10% ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่า 69,000 ล้านบาท ประเมินว่าหดตัว 5-10% โดยสินค้าที่หดตัวแรง อาทิ ทีวี ติดลบราว 10% รวมทั้งเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีมูลค่าสูงได้รับผลกระทบจากโครงการต่างๆ เลื่อนเปิด รวมถึงเครื่องซักผ้า และตู้เย็น ที่ตลาดติดลบ

สำหรับ 4 กลุ่มสินค้าหลัก และเป็นเรือธงของไฮเออร์ เครื่องปรับอากาศ ตลาดรวมมูลค่า 27,185 ล้านบาท เติบโต 6% ไฮเออร์มีส่วนแบ่งตลาด 12% อยู่อันดับ 3 “ตู้เย็น ตลาดรวมมูลค่า 13,000 ล้านบาท ติดลบ 3%ไฮเออร์ มีมาร์เก็ตแชร์ 9.5% เป็นอันดับ 6 เครื่องซักผ้า” ตลาดรวมมูลค่า 13,000 ล้านบาท ติดลบ 4% ไฮเออร์มีมาร์เก็ตแชร์ 10% เป็นอันดับ 3 ตู้แช่ ตลาดรวมมูลค่า 4,700 ล้านบาท เติบโต 3% ไฮเออร์ มีมาร์เก็ตแชร์ 13% เป็นอันดับ 2

โดยครึ่งปีหลังนี้ ไฮเออร์เร่งเกมรุกต่อเนื่อง มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ลงตลาด มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากลาง-บน ด้วยการเน้นขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือพรีเมียมมากขึ้น ดีไซน์่สวยงาม นวัตกรรมล้ำสมัย และฟังก์ชันที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง! โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ "สมาร์ทโฮม" เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ และการเปิดตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กมากขึ้น เช่น หม้อทอด หม้อหุงข้าว 

ขณะเดียวกัน เร่งสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ซึ่งมีทิศทางเป็นบวกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับแบรนด์สัญชาติจีนที่ลูกค้าให้การยอมรับและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นผลักดันให้ธุรกิจไฮเออร์มีการเติบโต นอกจากนี้จะมีการทุ่มงบส่งเสริมการขายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ขยายช่องทางการตลาด เจาะกลุ่มธุรกิจ บีทูบี (B2B) ปรับภาพลักษณ์ร้านตัวแทนจำหน่าย และพัฒนาบริการทั้งก่อนและหลังการขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์ ได้เปิดตัวแคมเปญรูปแบบใหม่ Smart Sharing AC “เย็นดีแค่4บาท” มิติใหม่แห่งวงการเครื่องปรับอากาศ ที่ให้ทุกคนสามารถติดแอร์ที่บ้านได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นชั่วโมงที่ใช้ 4บาท/ต่อชั่วโมง เมื่อใช้ครบ 5,200 ชั่วโมง ในสัญญา 3 ปี รับเครื่องปรับอากาศฟรี  จะเป็นต้นแบบในการขยายสู่กลุ่มสินค้าอื่นๆ ในปีหน้า

อีกสินค้าไฮไลท์ คือ ตู้เย็นอัจฉริยะใหม่ IOT Smart Series รุ่น HRF-MD758 เพื่อก้าวสู่ยุคแห่งอนาคตด้วยนวัตกรรมจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ สั่งการด้วยเสียง พร้อม “Food Manage” สามารถจัดการและจดบันทึกรายการอาหาร ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเช็คสต็อกอาหารผ่านทางหน้าจอหรือมือถือ และสั่งซื้อของผ่านโกรเซอรีออนไลน์ เป็นต้น 

ไฮเออร์ ยังเตรียมรุกตลาดเครื่องซักผ้าคอมเมอร์เซียล ซึ่งจะเปิดร้านซักผ้าต้นแบบแบรนด์ไฮเออร์ในเร็วๆ นี้  เสริมภาพลักษณ์แบรนด์นอกเหนือ “ไฮเออร์ แบรนด์ ช็อป  ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ศักยภาพของโรงงานผลิตในไทยยังมีแผนส่งออกเพื่อนบ้านอีกด้วย