วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘ดิ เอราวัณ กรุ๊ป’ ดันแบรนด์ ‘ฮ็อป อินน์’ โตต่อ ขยายเน็ตเวิร์ก ‘ไทย-ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า แผนการพัฒนาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทฯ มีแผนเปิดให้บริการ “โรงแรมบัดเจ็ท” แบรนด์ “ฮ็อป อินน์” (HOP INN) ในประเทศไทยเพิ่มเติมอีก 6 โรงแรม

โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 14 โรงแรม ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโรงแรมระดับกลางถึงระดับประหยัดบริเวณแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์และสถานีอโศก ที่บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าปรับปรุงโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัด เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การลงทุนในโรงแรมระดับกลางถึงระดับประหยัด รวมถึงโรงแรมระดับบัดเจ็ท ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นการสนับสนุนการเติบโตที่มีเสถียรภาพในระยะยาว

อภิญญา งามอภิชน รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ERW รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยว่า สำหรับผลการดำเนินงานเฉพาะโรงแรมในเครือฮ็อป อินน์ ในไตรมาส 2/69 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น 1% เมื่อไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 1% และ 2% ตามลำดับ สะท้อนถึงดีมานด์พื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดีของกลุ่มโรงแรม อย่างไรก็ตาม ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักตามที่รายงานปรับลดลง 3% และ 2% ตามลำดับ อันเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินท้องถิ่น

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการเดินทางภายในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ขณะที่ดีมานด์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในเกาหลีใต้ยังคงแข็งแกร่ง และช่วยสนับสนุนให้โรงแรมฮ็อป อินน์ เกาหลีใต้ มีผลการดำเนินงานดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 1 ที่เปิดให้บริการเต็มไตรมาส

เมื่อเจาะแต่ละจุดหมายปลายทาง พบว่ากลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ใน “ประเทศไทย” ไตรมาส 2/69 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว มีอัตราการเข้าพักทรงตัว ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโตในระหว่างไตรมาส โดยภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุด และเติบโตในทุกตัวชี้วัดหลัก

ทั้งนี้โรงแรมที่เปิดให้บริการใหม่ยังคงมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยมีอัตราการเข้าพักอยู่ในระดับใกล้เคียงกับโรงแรมที่เปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบแล้ว แม้อัตราการเข้าพักจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้าน “ภูมิรัฐศาสตร์” ในเดือน เม.ย. แต่ความต้องการเดินทางได้ทยอยฟื้นตัวขึ้นตลอดช่วงที่เหลือของไตรมาส

กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ในประเทศ “ฟิลิปปินส์” ไตรมาส 2/69 มีอัตราการเข้าพักอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ ค่าห้องพักเฉลี่ยในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเดินทางภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ซึ่งช่วยชดเชยความต้องการที่อ่อนตัวลงจากกลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่ม MICE (ประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า)

ภาคการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ยังคงปรับตัวได้ดีในระหว่างไตรมาส โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงแรมได้รับประโยชน์จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางเริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายไตรมาส จากค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันบรรยากาศการท่องเที่ยว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. และ พ.ค. ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่รายงานได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเปโซฟิลิปปินส์

ด้านกลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ใน “ญี่ปุ่น” ไตรมาส 2/69 มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยปรับตัวลดลง ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง แม้เมื่อพิจารณาในสกุลเงินท้องถิ่น ทั้งนี้ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อ ห้องพักที่รายงานปรับลดลงเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินบาท การเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักได้รับแรงสนับสนุนจากกลยุทธ์การสร้างดีมานด์อย่างมีประสิทธิภาพของบริษัทฯ ซึ่งมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่ความต้องการจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอ่อนตัวลง โดยเฉพาะจากประเทศไทย ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ แต่ความต้องการในเดือน เม.ย. กลับอ่อนตัวลงจากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การมุ่งเน้นลูกค้าภายในประเทศช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโดยรวมเติบโตในระหว่างไตรมาส นอกจากนี้การอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องของจำนวน “นักท่องเที่ยวจีน” ยังส่งผลให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้นและจำกัดการเติบโตของค่าห้องพักเฉลี่ย

ขณะที่กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ใน “เกาหลีใต้” ไตรมาส 2/69 ได้เปิดดำเนินงานเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก และมีอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของความต้องการเข้าพัก และมี “นักท่องเที่ยวจีน” เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน

จากผลการดำเนินงานสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศเกาหลีใต้ โดยมีแรงหนุนจากการขยายระยะเวลาการยกเว้น K-ETA ไปจนถึงสิ้นปี 2569 การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มจากประเทศจีนและตลาดหลักในเอเชีย รวมถึงความนิยมของกระแสวัฒนธรรมเกาหลี “K-Culture” ที่ยังคงต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้โรงแรมมีผลการดำเนินงานดีกว่าที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้