วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

แรงงานผิดกฎหมาย ต้องจัดการอย่างรอบคอบ

เกาะติดมาตรการรับมือการเดินทางกลับไทยของเหล่า "ผีน้อย" แรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ รัฐบาลไทยจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร

กรณีแรงงานไทยที่เข้าเมืองผิดกฎหมายประเทศเกาหลีใต้ (ผีน้อย) จำนวนมากต้องการเดินทางกลับประเทศ เนื่องมาจากการระบาดของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) กลายเป็นข่าวใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ผีน้อย 5,000-6,000 คน ที่เมืองแทกู เมืองใหญ่อันดับ 3 ศูนย์กลางการทอผ้า โซนอันตรายของโควิด-19

ตามข้อมูลกระทรวงแรงงาน ณ ปี 2562 ระบุว่ายอดรวมแรงงานไทยในเกาหลีใต้ทั้งสิ้น 16,000 คน และ 1 ใน 3 อยู่ในเมืองแทกู วันนี้เกือบทั้งหมดประสงค์จะเดินทางกลับ

การเดินทางออกรอบนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญคือการออกมาครั้งละหลายคน มีการทยอยออกตั้งแต่ปลายปี หรือช่วงตั้งแต่เกิดโรคระบาดใหม่ๆ จนถึงต้นเดือน มี.ค.2563 มีการรายงานตัวแล้วประมาณ 5,200 คน

การเดินทางกลับในสถานการณ์วิกฤติจากโรคระบาดครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความประสงค์ของผีน้อย การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้อาศัยจังหวะผลักดันคนกลุ่มนี้ออกนอกประเทศ กลายเป็นเผือกร้อนในมือรัฐบาลไทย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 มี.ค. และ วันที่ 4 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมแผนรับมือผีน้อยอีกครั้ง โดยจะลงในรายละเอียดว่าจะดำเนินการหรือมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อความเหมาะสม โดยเฉพาะประเด็นการกักตัวกลุ่มคนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย ท่ามกลางกระแสต่อต้านของคนในโลกออนไลน์ ที่ไม่ต้อนรับแรงงานกลุ่มนี้ หลายคนให้เหตุผลเรื่องอันตราย การแพร่เชื้อทำให้คนอื่นเดือดร้อน บางรายกดดันรัฐบาลไม่ให้รับเข้าประเทศ บ้างก็แนะนำให้ผีน้อยรับกรรม ยอมรับการกระทำของตนเอง

เราเห็นว่าสังคมออนไลน์อาจจะใช้อารมณ์เหนือเหตุผล เรื่องพื้นที่ หากใช้สถานที่กองทัพรองรับผีน้อย ก็จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ การควบคุมความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด เพื่อปกป้องชีวิตคนต่างหาก เชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ของไทยสามารถให้คำแนะนำได้ดี ต้องตรวจเชื้ออย่างละเอียดและมีการกักตัว 14 วัน

เชื่อว่ากรณีคนไทยกลับจากอู่ฮั่นเป็นโมเดลอย่างดี ยิ่งผ่านมากว่า 2 เดือน ในการทำงานของทุกฝ่ายในการรับมือมหันตภัยโควิด ระบบสาธารณสุขไทยทั้งในส่วนบุคลากรทางการแพทย์ หรือยาที่ไทยผลิตเอง ตอนนี้มีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว

นอกจากการบังคับใช้ทางกฎหมายทั้งเรื่องโรคและเรื่องกฎหมายแรงงาน สังคมต้องเข้าใจว่า การหวังผล 100% กับโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยอุบัติใหม่ยังต้องต่อสู้กันโดยต้องการความเข้าใจในไวรัสตัวใหม่นี้

เบื้องต้นทุกคนต้องเข้าใจแล้วว่า การแพร่เชื้อการติดต่อมีมากน้อยเพียงไร ความเสี่ยงอยู่ที่การปฏิบัติตัวของเราสำคัญที่สุด หากขาดความเข้าใจดังกล่าว เราจะแก้ปัญหากันไม่ได้ สังคมและประเทศชาติจะล่มจม เราเห็นว่าประเด็นผิดกฎหมายของแรงงานกลุ่มนี้ ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา แต่ความหนักเบาในการดำเนินการต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องยอมรับว่าเป็นภาวะวิกฤติ หากผิดพลาดอันตรายถึงชีวิต จึงต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมเป็นอันดับแรก