ผลประกอบการ 3Q62: กำไรจากธุรกิจหลักต่ำกว่าประมาณการ
Event
กำไรสุทธิของ HANA ใน 3Q62 อยู่ที่ 407 ล้านบาท (-55% YoY , -24% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 28% และต่ำกว่า consensus 8% แต่หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรจากธุรกิจหลักอยู่ที่ 390 ล้านบาท (-53% YoY , -20%QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 11% เนื่องจาก GPM ลดลง กำไรจากธุรกิจหลักงวด 9M62 อยู่ที่ 1 พันล้านบาท (-37%YoY) คิดเป็น 70% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา
lmpact
ยอดขายลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ
ยอดขายอยู่ที่ 3Q62 5.2 พันล้านบาท (-14% YoY , ทรงตัว QoQ) แต่หากไม่รวมผลจากอัตราแลกเปลี่ยนยอดขายจะอยู่ที่ 168 ล้านเหรียญ (-8% YoY , +3% QoQ) ทำให้ยอดขายงวด 9M62 อยู่ที่ 494 ล้านเหรียญ (-5% YoY) คิดเป็น 74% ของประมาณการยอดขายปีนี้ของเรา ทั้งนี้ ยอดขายลดลง YoY จากโรงงานในจีน (~18% ของยอดขายรวม) ในขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น QoQ มาจากโรงงานที่ลำพูน (45% ของยอดขายรวม) สอดคล้องกับยอดขาย semiconductors โลกที่ดีขึ้น (เป็นบวก MoM มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562)
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 12.0%
อัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q62 อยู่ที่ 12.0% ลดลง 6%YoY และ 1.8% QoQ จาก i) เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2% YoY ii) การประหยัดต่อขนาดลดลง และ product mix ลดลง และ iii) ค่าแรงแพงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นงวด 9M62 อยู่ที่ 11.2% ซึ่งยังต่ำกว่าสมมติฐานปีนี้ของเราที่ 11.7%
คาดว่ากำไรใน 4Q62 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่ากำไรสุทธิจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ใน 4Q62 เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงตามค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น และยอดขายที่ลดลงตามฤดูกาล
ปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2562 ลง 7% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563F และ 2564F (ประมาณการของเราต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ในตลาด ~5% ซึ่งคาดว่ายอดขายจะโต 5% และ GPM จะอยู่ที่ 11.8%-12.0% GPM) แต่เราปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2562F ลง 7% โดยปรับลดประมาณการยอดขายลง 1% และอัตรากำไรขั้นต้นลง 0.5% ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรสุทธิปี 2562F จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลงถึง 40%
Valuation & Action
เรายังคงมองว่าวัฎจักรอุตสาหกรรมอยู่ในขาขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ซึ่งจะทำให้ตลาด re-rate หุ้น HANA ถึงแม้ว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแค่ 0.65 บาทสำหรับงวด 1H62 แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลก็ยังช่วยพยุงราคาหุ้นไว้ได้ (ราคาปิดล่าสุดคิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 4.3%) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2563 ที่ 32.0 บาท อิงจาก PER ที่ 15.5x (ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม +0.25 S.D.)
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, วัตถุดิบขาดแคลน เงินบาทแข็งค่าขึ้น (เราใช้สมมติฐานค่าเงินบาทปีนี้ที่ 30.8 บาท/US$ และปีหน้าที่ 30.3 บาท/US$)








