หลายหน่วยงานอุดรฯ ลงนามพันธะสัญญา ร่วมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ดูแลเด็กใน 3 ช่วงอายุต้องมีความต่อเนื่อง
เพื่อที่เราจะสามารถแก้ปัญหาเด็กในกลุ่มเสี่ยงให้มีพัฒนาการดีขึ้น
ที่โรงแรมนภาลัย นพ.สมิต ประสันนาการ สสจ.อุดรธานี เป็นประธานในการจัดกิจกรรม “ประกาศนโยบายและลงนามพันธะสัญญา การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จ.อุดรธานี” โดยมีบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และภาคีเครือข่ายที่ดำเนินงานด้านเด็กปฐมวัย จำนวน 200 คน ร่วมกิจกรรม ที่มีพิธ๊ลงนามพันธะสัญญาและประกาศนโยบายการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และการเสวนา เรื่อง ทิศทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย จากวิทยากรของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
นพ.ธงภักดิ์ มีเพียร รอง สสจ.อุดรธานี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายด้านเด็กปฐมวัย ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “เร่งรัดเพื่อให้เด็กวันแรกเกิดถึงก่อนเข้า ป.1 ทุกคน ได้รับการพัฒนารอบด้าน ตามวัยอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง” โดยภาคีเครือข่าย 4 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องร่วมมือกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการดูแลและพัฒนารอบด้าน พร้อมทั้งเข้าถึงบริการมากขึ้น
“สถานการณ์ของ จ.อุดรธานี จากการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยปี 59 พบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย 91.04 เปอร์เซนต์ เด็กปฐมวัยมีรูปร่างดีและสมส่วน 53.38 เปอร์เซนต์ ส่วนไอคิวเฉลี่ยเด็กนักเรียน สำรวจโดยกรมสุขภาพจิต เมื่อปี 54 พบเด็กนักเรียนอายุ 6-15 ปี มีไอคิวเฉลี่ย 97.5 และสำรวจเด็กชั้น ป.1 ปี 59 มีไอคิวเฉลี่ย 97.4 จากสถานการณ์ดังกล่าวจะเห็นว่า สุขภาพเด็กปฐมวัยยังเป็นปัญหาสำคัญ ที่จะต้องเร่งแก้ไขให้เด็กมีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายจิดใจและสติปัญญา จึงจัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กแบบบูรณาการขึ้น เพื่อสนับสนุนดำเนินงานพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยการประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ร่วมกันทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพื่อสู่เป้าหมาย เด็กอุดรแข็งแรง เก่งดี มีวินัย มีความสุข (Udon Smart Kids)”
นพ.สมิต ประสันนาการ สสจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จ.อุดรธานี มีเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกคลอดจนถึง 5 ปี 9 เดือน 29 วัน ที่ก่อนครบ 6 ปี ถึง 108,000 คน ในจำนวนนี้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ 65 เปอร์เซนต์ ที่เหลือจะอยู่กับปู่ย่าตายายหรือญาติพี่น้อง โดยเราแบ่งการดูแลเด็กทั้ง 108,000 คน เป็น 3 กลุ่ม ที่มีกลุ่มละเท่ากัน โดยกลุ่มแรกอายุ 0 ถึง 2 ปี จะอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ผู้ปกครอง กลุ่มที่ 2 อายุ 2 ปี ถึง 4 ปี ก็จะมาอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็ก และกลุ่มที่ 3 อายุ 4 ปีถึง 6 ปี จะเรียนอยู่ชั้นอนุบาล จากการสำรวจพบว่าทั้งทั้ง 3 กลุ่ม มีการพัฒนาการปกติ 80 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือ 19 เปอร์เซนต์ จะเป็นกลุ่มที่มีการพัฒนาการล่าช้า มีความเสี่ยงในการพัฒนาการ และที่อีก 1 เปอร์เซนต์ เป็นเด็กป่วย ฉะนั้นการดูแลเด็กใน 3 ช่วงอายุต้องมีความต่อเนื่อง เพื่อที่เราจะสามารถแก้ปัญหาเด็กในกลุ่มเสี่ยงให้มีพัฒนาการดีขึ้น ส่วนเด็กกลุ่มปกติก็ให้เป็นเด็กที่มีความสามารถในการพัฒนาที่ดีขึ้นไป
โดยหน่วยงานจากกระทรวงต่าง ๆ ที่เข้ามาดูแล ที่เราร่วมใช้ยุทธศาสตร์ 4H คือ Head Harth Hand Health โดย Head คือ สมอง ให้เด็กได้เรียนรู้เป็นเด็กเก่ง ที่เราต้องกระตุ้นในครอบครัวในการดูแลให้เด็กได้มีพัฒนาการทางสมอง Harth คือ จิตใจ ให้เด็กได้มีพัฒนาการด้านคุณธรรม มีจิตใจที่ดี ที่เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องวินัย ที่เป็นปัญหาของเด็กไทยที่มีวินัยหย่อนยาน เช่น เรื่องการทิ้งขยะไม่เป็นที่ ที่ต้องมีการจัดระเบียนเด็กตั้งแต่อยู่ในบ้าน เรื่องวินัยจราจร ที่ต้องสอนตั้งแต่เด็กอยู่อนุบาล ที่เด็กโตขึ้นไปแล้วจะแก้ไขยาก Hand คือ ทักษะ ที่ต้องให้เด็กพัฒนาการเรื่องกล้ามเนื้อ เรื่องของพรสวรรค์ การเล่นดนตรี ศิลป การพูดภาษา หรือกีฬา มีความเชื่อมั่นตัวเอง สามารถพึ่งตัวเองได้ โดยการทำให้เด็กที่กำลังมีการพัฒนาการ ได้มีความเชื่อมั่นตัวเอง และ Health คือ สุขภาพ ความแข็งแรงของเด็ก ที่ต้องแข็งแรงตั้งแต่เด็ก เพื่อที่จะโตขึ้นมาไม่เจ็บป่วย เพื่อจะได้มีการพัฒนาที่ต่อเนื่องไปจนวัยโต
“การดำเนินการดังกล่าว ถ้ามีการกำหนดข้อตกลงและทำพันธะสัญญา ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นวาระ 1 ใน 9 ของจังหวัด ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือกัน ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เด็กอุดร แข็งแรง เก่งดี มีวินัย มีความสุข เป็น Udon Smart Kids บรรลุตามวัตถุประสงค์” นพ.สมิตฯ กล่าว




