เวียดนามรับมือพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ พัดขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของประเทศ ทำฝนตกหนัก ด้าน "ปภ." เตือน 29 จังหวัดเหนือ-อีสาน รับมือฝนตกหนักดินถล่ม
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในภาคเหนือของเวียดนาม เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วานนี้ (19 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก
ศูนย์พยากรณ์อากาศ และน้ำแห่งชาติ เวียดนามจับตาดูการเคลื่อนไหวของพายุลูกนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นไปได้ที่จะเพิ่มความรุนแรงขึ้น ขณะเคลื่อนตัวข้ามอ่าวตังเกี๋ย
เบื้องต้นทางศูนย์ประเมินว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ อาจทำให้เกิดฝนตกตลอดสุดสัปดาห์นี้ และอาจทำให้มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 300 มิลลิเมตร ทั้งยังเป็นไปได้ที่จะเกิดดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน ครอบคลุมพื้นทางตอนเหนือ และภาคกลางตอนบนของเวียดนามเป็นวงกว้าง
เวียดนามคาดว่า เตี้ยนหมู่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปทางตะวันตก
เจ้าหน้าที่ในเมืองต่างๆ ของเวียดนาม ที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้ รวมถึงไฮฟอง เมืองใหญ่สุดอันดับ 3 ของประเทศ พากันเตรียมมาตรการรับมือ เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ออกประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่ง และอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
ส่วน 2 สายการบินรายใหญ่สุดของเวียดนาม ก็ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด 20 เที่ยวบิน โดยในจำนวนนี้รวมถึงเวียดนาม แอร์ไลนส์ สายการบินแห่งชาติเวียดนาม ที่ได้ยกเลิกเที่ยวบินขาออก และขาเข้า จากเมืองไฮฟอง และทัญฮว้า เกือบทุกเที่ยวบินเมื่อวานนี้ เพื่อรับมือกับการขึ้นฝั่งของเตี้ยนหมู่ ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนลูกที่ 3 ที่ขึ้นฝั่งประเทศในปีนี้
ตามปกติแล้ว ในช่วงฤดูมรสุม ระหว่างเดือนก.ค.- ต.ค. ของทุกปี เวียดนามจะต้องรับมือกับพายุ โดยเฉลี่ย 8-10 ลูก ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียทั้งด้านชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
ก่อนที่จะขึ้นฝั่งเวียดนามนั้น เตี้ยนหมู่ ได้ขึ้นฝั่งที่เมืองเล่ยโจว มณฑลกวางตุ้ง เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (18 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 8 ที่พัดถล่มจีนในปีนี้
พายุทำให้เกิดฝนตกหนักตั้งแต่เช้าถึงบ่าย วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 200 มิลลิเมตร ในหลายพื้นที่ของมณฑลกวางตุ้ง โดยที่เมืองจ้านเจียง วัดได้เกือบ 300 มิลลิเมตร พายุเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ปกคลุมทั่วคาบสมุทรเล่ยโจว ไปถึงอ่าวเป่ยปู้ หรืออ่าวตังเกี๋ย ในมณฑลไหหลำ ประชาชนกว่า 40,000 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน เนื่องจากวิตกว่า อิทธิพลของพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม รถไฟ เครื่องบินและเรือโดยสารต้องยกเลิก หรือเลื่อนการให้บริการ
เตือน 29 จังหวัดเหนือ-อีสาน
ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ระวังผลกระทบจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ที่เคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามเข้าสู่ประเทศลาวตอนบนต่อเนื่องวันที่ 19-21 ส.ค. ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการพยากรณ์อากาศดังกล่าวกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสาน 29 จังหวัด
แยกเป็นภาคอีสาน 16 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี และบึงกาฬ
ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่จ.ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม
3จังหวัดเสี่ยงพร้อมรับมือน้ำเหนือ
ส่วนจังหวัดที่เสี่ยงน้ำท่วมทั้งจากน้ำเหนือและพายุถล่ม ได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ โดยที่ จ.สุโขทัย นายมงคล สุภากาย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย กล่าวว่า มวลน้ำจาก จ.แพร่ได้ไหลเข้าสุโขทัยทั้งหมดแล้ว โดยชลประทานได้พักน้ำที่ไหลมาไว้ที่ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ ซึ่งกักเก็บน้ำได้ 15 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทั้งระบายออกไปยังคลองหกบาทเพื่อไปลงสู่แม่น้ำน่านที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
นอกจากนี้ยังระบายไปเก็บไว้ตามอ่างเก็บน้ำของแต่ละชุมชนเพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งและอีกส่วนจะระบายลงด้านล่างตามปกติ
สำหรับจุดที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณตัวเมืองที่ซ่อมแนวกั้นน้ำยังไม่เสร็จอยู่หลายจุด ได้นำบิ๊กแบ็กมาวางกั้นระดับน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าจะรับมือกับมวลน้ำก้อนนี้ได้แน่นอน หากไม่มีมวลน้ำก้อนใหม่เข้ามาสมทบภายใน 1-2 วันนี้ น้ำจะไหลผ่านสุโขทัยไปภายใน 3-5 วัน





