Freediving ดำดิ่งสู่อิสระใต้ท้องทะเล

เมื่อไร้เสียงของอุปกรณ์ช่วยหายใจ โลกใต้ทะเลก็มีแต่ความเงียบ มีแต่ตัวเรากับมหาสมุทร ทำให้รู้สึกเข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง
เงือกน้อยเป็นตัวละครที่เด็กหญิงทั่วโลกใฝ่ฝันถึง แต่มีเด็กหญิงหนึ่งคนที่เฝ้าอธิษฐานก่อนนอนขอให้ตัวเองตื่นมาเป็นนางเงือก เธอรบเร้าคุณพ่อซึ่งเป็นครูสอนดำน้ำให้พาเธอดำน้ำตั้งแต่ 4-5 ขวบ ในที่สุดก็ได้สัมผัสโลกใต้ทะเลอย่างเต็มตัวตอน 8 ขวบ แล้วการดำน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอนับแต่นั้นมา
พลอย มาลัยวงศ์ หญิงสาววัย 25 ผู้หลงเสน่ห์ของโลกใต้ทะเลมาตลอด “เป็นอีกโลกหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงอิสระอย่างแท้จริง” พลอยดำน้ำทั้งดำน้ำลึกแบบสกูบ้า (Scuba Diving) และแบบฟรีไดฟ์วิ่ง (Freediving) ซึ่งเป็นการดำน้ำโดยไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยหายใจมาหลายปีแล้ว ปีที่แล้วพลอยได้ประกาศนียบัตรเป็นครูสอนดำน้ำสกูบ้า มาปีนี้เธอเพิ่งได้ใบรับรองเป็นครูสอนดำน้ำฟรีไดฟ์วิ่งมาหมาดๆ ในวันที่เราไปสัมภาษณ์เธอนั่นเอง “คุณพ่อเป็นครูสอนดำน้ำคนแรกของพลอย แล้วพรุ่งนี้คุณพ่อจะเป็นนักเรียนฟรีไดฟ์วิ่งคนแรกของพลอยค่ะ”
Freediving ดำตัวเปล่าเข้าถึงอิสระ
สกูบ้าและฟรีไดฟ์วิ่งเป็น 2 ศาสตร์ที่มีเทคนิคต่างกัน พลอยรักการดำน้ำทั้ง 2 แบบ การดำน้ำแบบมีอุปกรณ์ช่วยหายใจเป็นการดำแบบผ่อนคลายเพื่อท่องโลกอันสวยงามใต้ทะเล คนรักธรรมชาติและสัตว์ทะเลอย่างพลอยจึงชื่นชอบการดำน้ำลึกเสมอ แต่การดำน้ำแบบตัวเปล่านั้นทำให้พลอยรู้สึกเข้าถึงธรรมชาติยิ่งขึ้น
“เวลาดำน้ำก็รู้สึกเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งอยู่แล้ว แต่เรายังได้ยินเสียงหายใจของตัวเองผ่านอุปกรณ์ พอฟรีไดฟ์วิ่ง ก็ยิ่งรู้สึกถึงความอิสระที่แท้จริง ทุกอย่างเงียบ มีแต่เสียงของมหาสมุทร รอบตัวก็มีแต่น้ำสีฟ้า รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของท้องทะเลจริงๆ”
การฝึกฟรีไดฟ์วิ่งมีอยู่หลายแบบตามจุดประสงค์ แต่คร่าวๆ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือฝึกกลั้นหายใจเพื่อดำน้ำดูปะการัง และการฝึกกลั้นหายใจ ฝึกดำลงไปให้ลึก “ซึ่งจะยากกว่า เราต้องผ่อนคลายมากๆ เพราะฟรีไดฟ์วิ่งทุกอย่างต้องขึ้นกับจิตใจ ใจต้องนิ่ง ต้องมีสมาธิสูง”
โดยรายละเอียดก็ยังมีแยกย่อยลงไปอีก เช่น การฝึกกลั้นหายใจกับการลงไปที่ความลึกจะฝึกแยกกัน การฝึกทำเวลาในการกลั้นหายใจจะเรียกว่า Static Apnea เป็นการฝึกในสระ โดยกลั้นหายใจตั้งสมาธิอยู่นิ่งๆ และหากเป็นการฝึกความลึกก็จะไม่นับเวลา แต่ฝึกไต่ไปกับเชือกตามความลึกที่ตั้งเอาไว้
“ในคอร์สเรียน ขั้นแรกก็ลงไปที่ 10 เมตร จะค่อยๆ ฝึกไปทีละน้อย ไม่กดดันร่างกายมากเกินไป ให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว ถ้าคราวนี้ลงไป 20 เมตร คราวหน้า 25 แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ และต้องฝึกในแต่ละระยะให้ดีก่อน ส่วน Static Apnea ก็จะค่อยๆ เพิ่มขีดจำกัดเช่นกัน ถ้าเวลาที่ดีที่สุดของเราคือ 3 นาที ก็จะค่อยๆ เพิ่มทีละ 10 วิ ไปเรื่อยๆ การดำน้ำเพื่อผ่อนคลายกับดำเพื่อแข่งคนละเรื่องกัน แต่หลักการดูแลความปลอดภัยทุกอย่างเหมือนกัน”
จะกลั้นหายใจได้นานแค่ไหน หรือดำลงไปที่ความลึกเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและร่างกายของแต่ละคน ปัจจุบันสถิติโลกไปไกลหลายสิบนาที และยังคงมีผู้มาพิชิตอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้พลอยกลั้นหายใจได้ 4 นาที 30 วินาทีแล้ว ก็ต้องฝึกต่อไป เพราะเธอมีเป้าหมายที่จะลงแข่งเช่นกัน
สู้กับความคิด ควบคุมจิตใจ
ฟรีไดฟ์วิ่งเป็นกีฬาค่อนข้างใหม่ กว่าจะค้นพบหลักการที่เหมาะสมก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ การหายใจบางอย่างที่เคยใช้กันก็ถูกพบว่าทำให้เกิดอันตรายได้ นักกีฬาจึงต้องรู้จักและฝึกร่างกายตัวเองอย่างดี แต่แค่นั้นยังไม่พอครูชาวฝรั่งเศสของพลอยเคยบอกไว้ว่าร่างกายแข็งแรงแล้ว ใจต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่า “90% ของฟรีไดฟ์วิ่งอยู่ที่ใจของเรา เราต้องควบคุมความคิดของเราเองให้ได้”นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พลอยชอบฟรีไดฟ์วิ่ง การฝึกสมาธิควบคุมความคิดของตัวเอง ทำให้พลอยกลายเป็นคนใจเย็น และมองโลกอย่างเข้าใจธรรมชาติ
ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีความสนุกของการฝึกฝนเพื่อขยายขีดจำกัดของร่างกาย เพราะการเมื่อกลั้นหายใจนานๆ จะถึงจุดที่ร่างกาย “ต้องการหายใจ” เมื่อออกซิเจนลดต่ำ และคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น กระบังลมจะกระตุกเป็นสัญญาณเตือนให้หายใจ จุดนี้เองคือจุดที่ต้องฝึกให้ผ่าน แต่ต้องไม่เกินขีดจำกัดของร่างกาย มิฉะนั้นอาจหมดสติได้
“เราจะเอาชนะกับความกลัว เอาชนะสัญชาตญาณได้ไหม สู้กับความคิดของตัวเองได้หรือเปล่า การฝึกทำให้เรารู้จักร่างกายดีขึ้นว่าร่างกายเราทำอะไรได้บ้าง แล้วเราจะผลักดันให้ไปได้อีกแค่ไหน”
แรงขับเคลื่อนของชีวิต
นอกจากดำน้ำแล้วพลอยเล่นกีฬาหลายอย่าง ทั้งวิ่งเทรล ปีนเขา และมวยไทย มีหลายสิ่งที่เธอคิดว่าชอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ เมื่อมาพบกับฟรีไดฟ์วิ่ง ก็ทำให้พลอยรู้เลยว่านี่คือแพชชั่นที่เธออยากค้นหาอยากลงลึกไปกับกีฬานี้
“พอมาฝึกฟรีไดฟ์วิ่ง พลอยรู้สึกว่าเราเกิดแรงกระตุ้นมาก อยากฝึกอีก อยากรู้อีก ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่ใช่ความรู้สึกประเดี๋ยวประด๋าว เราชอบจริงๆ เป็นอะไรที่ไดรฟ์เราจริงๆ”
สักวันหนึ่ง พลอยอยากไปแข่งฟรีไดฟ์วิ่งที่ดีนส์ บลู โฮล (Dean’s Blue Hole) ประเทศบาฮามาส ระหว่างนี้เธอกำลังมองหาสนามแข่งเพื่อสะสมประสบการณ์ การดำดิ่งลงไปตัวเปล่าในทะเลลึกเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับพลอยผู้รักทะเลยิ่งกว่าอะไร เธอไม่เคยกลัว “เวลาดำน้ำ พลอยชอบมองไปที่ลึกๆ อยากรู้ว่ามันมีอะไรอีก เพราะใต้ทะเลยังมีเป็นอีกล้านสปีชี่ส์ที่มนุษย์ยังค้นไม่พบ”







