ซีอีโอ LinkedIn ชี้ คำแนะนำเรื่อง ‘แผนอาชีพ 5 ปี’ ล้าสมัยและไร้สาระ

ซีอีโอ LinkedIn ชี้ คำแนะนำทางอาชีพที่ว่า ควรวางแผนอาชีพระยะยาว 5 ปี เป็นแนวคิดที่ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
KEY
POINTS
- ไรอัน โรลานสกี้ ซีอีโอของ LinkedIn มองว่าการวางแผนอาชีพระยะยาว 5 ปี เป็นแนวคิดที่ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- เขาแนะนำให้คนทำงานเปลี่ยนจากการตั้งเป้าหมายระยะยาว มาเป็นการมุ่งเน้นที่การเรียนรู้ทักษะและสะสมประสบการณ์ในระยะสั้นแทน ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ได้เอง
- ในยุค AI เขาแนะนำให้พัฒนา 2 ด้านสำคัญ คือ การฝึกใช้เครื่องมือ AI ให้เชี่ยวชาญ และการยกระดับทักษะความเป็นมนุษย์ (Human Skills) เช่น การสื่อสารและการตัดสินใจ เพื่อสร้างความโดดเด่น
ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนไปเร็วกว่าเข็มนาฬิกา การตั้งเป้าหมายระยะยาวอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป ไรอัน โรลานสกี้ (Ryan Roslansky) ซีอีโอของ LinkedIn ออกมาสะกิดวัยทำงานให้โยนตำราเก่าทิ้ง แล้วหันมาโฟกัสที่ ‘ทักษะ’ และ ‘ประสบการณ์’ แทน ไม่เช่นนั้นอาจตามไม่ทันหรืออยู่รอดยากในโลกการทำงานยุค AI
ไรอัน โรลานสกี้ ในฐานะผู้นำองค์กรของแพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง LinkedIn พบเห็นคำแนะนำด้านอาชีพมากมายบนหน้าฟีดทุกวัน แต่มีหนึ่งคำแนะนำยอดฮิตที่เขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และมองว่ามัน “ล้าสมัยไปนิด” นั่นคือความเชื่อที่ว่า “คุณต้องมีแผนอาชีพ 5 ปี”
โรลานสกี้ได้เปิดเผยความเห็นนี้ผ่านบทสัมภาษณ์กับ เอริน แมคกอฟฟ์ (Erin McGoff) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังบนช่อง YouTube ว่า ในมุมมองของเขา การมีแผน 5 ปีนั้นเป็นเรื่องที่ “ค่อนข้างเขลาหรือไร้สาระไปหน่อย (A little bit foolish)” เมื่อพิจารณาจากความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมในการทำงานปัจจุบัน
“มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเลยที่คุณจะมานั่งขีดเส้นสายพานชีวิตตัวเองว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร” โรลานสกี้กล่าว
เปลี่ยนจาก ‘เส้นชัย’ มาเป็น ‘การเรียนรู้’ ไปทุกปี
แทนที่จะยึดติดกับเป้าหมายระยะยาวที่จับต้องไม่ได้ โรลานสกี้ แนะนำให้คนวัยทำงานหันมาโฟกัสที่ “สิ่งที่อยากเรียนรู้” และ “ประสบการณ์ที่อยากได้รับ” แทน
“ผมคิดว่านี่คือโมเดลทางความคิด (Mental Model) ที่ถูกต้องในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ถ้าคุณโฟกัสไปที่ก้าวสั้นๆ การตักตวงความรู้ และการสะสมประสบการณ์ เส้นทางอาชีพมากมายจะเปิดออกให้คุณเองโดยอัตโนมัติ”
เขายังย้ำด้วยว่า เส้นทางอาชีพที่เป็นเส้นตรง (Linear Career Path) นั้นไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป หลายคนมักติดภาพจำว่า “ต้องเรียนจบมัธยม เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ทำงานเป็นที่ปรึกษา แล้วไปต่อ MBA”
แต่โรลานสกี้ชี้ว่า “สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เพราะเมื่อคุณละทิ้งกรอบความคิดเดิมๆ ได้ คุณจะสามารถกุมบังเหียนอาชีพของตัวเองได้อย่างแท้จริง เพราะไม่มีใครมานั่งวางแผนเรื่องนี้ให้คุณหรอก คุณต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง”
ซีอีโอดังแนะคนรุ่นใหม่ ใช้ AI ให้เป็น แต่ห้ามทิ้ง ‘ความเป็นมนุษย์’
สำหรับวัยทำงานมืออาชีพยุคใหม่ที่อาจจะกำลังหลงทางในโลกการทำงานยุค AI ไม่รู้จะเริ่มปรับตัวหรือพัฒนาตนเองไปทางไหนดี โรลานสกี้ ได้ทิ้งคำแนะนำสำคัญไว้ 2 ด้าน เพื่อนำไปปรับใช้ได้ นั่นคือ
1. ฝึกใช้เครื่องมือ AI ให้เชี่ยวชาญ
เขาเน้นย้ำเรื่องการทดลองใช้ AI ในการทำงาน “ลองหาวิธีดูว่าคุณจะสร้าง PowerPoint จากแชทบอทได้อย่างไร หรือจะใช้มันช่วยเขียนข้อความการตลาดให้ดีขึ้นได้ยังไง” โดยเขาเสริมว่า “ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ หรือมันจะเข้ากับสิ่งที่คุณทำอยู่ไหม แต่ทัศนคติที่ว่า ‘ผมจะลองใช้เครื่องมือนี้เรียนรู้เพื่อช่วยทำบางอย่าง’ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด”
2. อัปเกรดทักษะมนุษย์ (Human Skills)
แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำเพียงใด แต่โรลานสกี้ยืนยันว่า ทักษะอย่าง ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy), การตัดสินใจ (Judgment) และการสื่อสาร (Communication) ยังคงเป็นสิ่ง “วิกฤติ” ที่อาจหายไป และต่อไปจะจำเป็นอย่างยิ่งในออฟฟิศสมัยใหม่ โดยเขาย้ำว่า “ในโลกที่ทุกคนพุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยี หากคุณฝึกฝนทักษะความเป็นมนุษย์ให้ยอดเยี่ยม สิ่งนี้จะเป็นจุดต่างที่ทำให้คุณโดดเด่นกว่าใคร (Great Differentiator)”
คำแนะนำของซีอีโอ LinkedIn ครั้งนี้สะท้อนความจริงที่เจ็บปวดว่า "แผนที่" ที่เราเคยวาดไว้อย่างสวยงามสำหรับ 5 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็นเศษกระดาษได้ทันทีเมื่อมีเทคโนโลยีอย่าง Generative AI หรือวิกฤตการณ์โลกใหม่ๆ เข้ามาแทรกแซง
เมื่อมองให้ลึกลงไปจะพบว่า ในอดีตเราอาจถูกสอนให้เป็น "นักวางแผน" แต่ในยุคนี้เราต้องเปลี่ยนตัวเองเป็น "นักสำรวจ" ที่พร้อมจะปรับทิศทางตามลมของโอกาสใหม่ๆ การสะสมทักษะ (Skill Set) จึงมีความมั่นคงกว่าการสะสมตำแหน่ง (Job Title) เพราะตำแหน่งอาจถูกยุบหรือเปลี่ยนชื่อไป แต่ทักษะที่คุณเรียนรู้จะติดตัวคุณไปในทุกเส้นทาง
สุดท้ายนี้ลองคิดบริบทใหม่ดูว่า ก้าวต่อไปของคุณในฐานะคนทำงาน "ในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีทักษะอะไรบ้างที่ฉันต้องรู้เพื่อให้เก่งขึ้น?" แทนการถามว่า "อีก 5 ปีฉันจะนั่งอยู่ตำแหน่งไหน?" เพราะความสำเร็จในยุค AI อาจไม่ได้วัดกันที่ว่าคุณมองเห็นอนาคตไกลแค่ไหน แต่วัดที่ว่าคุณพร้อมจะเรียนรู้และปรับตัวกับปัจจุบันได้เร็วแค่ไหนต่างหาก
อ้างอิง: CNBC, AdvisewithErin







