เกิดเหตุรถเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 7 ราย ด้าน "พล.ต.ท.ศานิตย์" ยืนยันเป็นอุบัติเหตุ
เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 22 กรกฎาคมกรกฎาคม ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ลุมพินี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า โซลูน่า สีฟ้าอมเทา ทะเบียน พร 915 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรั้วกั้นจนพังเสียหาย ส่วนรถเกยขึ้นมาบริเวณลานพื้นที่ศาลพระพรหม มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องโอดโอยรอการช่วยเหลือจำนวน 6 ราย ประกอบด้วยผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุเป็นผู้หญิงไทยทราบชื่อ นางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 54 ปี มีอาการเกร็งและฟุบอยู่ตรงพวงมาลัยรถ โดยมีบุตรสาวอายุประมาณ 20 ปี นั่งมาด้วยซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีก 5 รายเป็นผู้ที่มาไหว้ขอพรที่ศาลพระพรหม ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ประกอบด้วยอิโดนีเซีย สิงคโปร์ และจีน แบ่งเป็นหญิง 5 ราย ชาย 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปฐมพยายามก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยนำส่ง รพ.ตำรวจ รพ.จุฬาฯ และ รพ.กรุงเทพคริสเตียน
ในเวลาต่อมาพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐาน
จากการพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาจากถนนพระราม 1 มุ่งหน้าแยกราชประสงค์ ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนเข้ากับศาลพระพรหมบริเวณประตูด้านหน้า โดยชนเข้ากับเสากั้นขอบถนนของ กทม.
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแล้วเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ โดยผู้ขับรถเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน ระหว่างขับรถมากับลูกสาววัย 20 ปี จึงไม่สามารถควบคุมรถได้ จนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยก่อนเกิดเหตุลูกสาวที่นั่งมาด้วยบอกว่า แม่มีอาการไม่ค่อยดี กระทั่งมาจอดรถติดไปแดงบริเวณสี่แยกราชประสงค์อาการก็กำเริบ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 5 คน ก็อาการไม่สาหัส นำส่งโรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง รพ.จุฬาฯ รพ.ตำรวจ มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย และศีรษะแตก อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนางคนึงนิจ ซึ่งเป็นคนขับรถนั้นได้รับการยืนยันจากทีมแพทย์ รพ.กรุงเทพคริสเตียน ว่าเส้นเลือดในสมองแตก อย่างไรก็ตามสำหรับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนก็ต้องแจ้งข้อหาขับรถโดยไม่มีสติ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินทางราชการเสียหาย
“ยืนยันแน่นอนว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุธรรมดา ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่าตื่นตระหนก ขณะเดียวกันรถก็ไม่ได้ชนกระแทกกับตัวศาลพระพรหมแต่อย่างใด มีความเสียหายแค่รั้วกั้นตรงทางเท้าเท่านั้น ซึ่งหลังจากเคลียร์พื้นที่ ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ประชาชนและนักท่องเที่ยวก็สามารถมากราบไหว้ขอพรได้ตามปกติ การดำเนินคดีตำรวจก็ต้องแจ้งข้อหาไว้ก่อน แม้ผู้ก่อเหตุจะอาการป่วยกำเริบ ก็ต้องพสูจน์ทราบตามขั้นตอนทางกฎหมาย” รรท.ผบช.น. กล่าว
ทั้งนี้สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 6 รายจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ประกอบด้วย 1.นายแจนโต้ เคอร์เนียวาน (Mr.Janto Kurniawan) อายุ 73 ปี ชาวอินโดนีเซีย นำส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ 2นางโรซิต้า เคอร์เนียวาน (Mrs.Rosita Kurniawan) อายุ 56 ปี ชาวอินโดนีเซีย นำส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ 3.นางอ๋อง เคย โถ (Mrs.Ong Cney Toe) อายุ 70 ปี ชาวสิงคโปร์ นำส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ 4.น.ส.อึ้ง เอียน เล็ง (Miss.Ng Ican Leng) อายุ 35 ปี ชาวสิงคโปร์ นำส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ 5.นางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 54 ปี คนขับรถคันเกิดเหตุ นำส่ง รพ.กรุงเทพคริสเตียน และ 6.น.ส.ลีน่า บอง (Miss.Leena Bong) อายุ 81 ปี ชาวจีน นำส่ง รพ.ตำรวจ





