คุมเข้มแข้งเลสเตอร์มาไทย ซิโก้นำสไตล์ปรับใช้ช้างศึก

“จิ้งจอก” เลสเตอร์ เตรียมฉลองแชมป์ที่ไทย
“อัยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” รองประธานสโมสรแชมป์พรีเมียร์ลีก สั่งคุมเข้ม พฤติกรรมลูกทีมในการทัวร์เมืองไทย เพื่อจะเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้สัมผัส “ฮีโร่” ของพวกเขาได้อย่างใกล้ชิด เชื่อลูกทีมจะต้องประทับใจในการต้อนรับของคนไทยแน่ ด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ชูความสำเร็จมาจาก “คน” ที่ไม่ได้ใช้เงินทุ่มมหาศาล พร้อมนำต้นแบบไปปรับใช้กับ “ช้างศึก” ในเกมบอลโลกรอบคัดเลือก ด้วยสไตล์เป็นรองแต่เล่นได้ชัยชนะ
อัยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี ให้สัมภาษณ์กับ “อินดิเพนเด้นท์” และ “เดอะ การ์เดียน” หนังสือพิมพ์ชื่่อดังในอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องการนำทีม “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียรลีก มาเยือนประเทศไทยในช่วงกลางเดือนนี้ว่า คณะนักเตะเลสเตอร์สจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากพวกเขาถือเป็นหนึ่งในฮีโร่ของคนไทยทั้งประเทศ และอยากจะให้นักเตะเลสเตอร์ได้รู้จักคนไทยให้มากขึ้น โดยจะต้องละทิ้งความเป็นซูเปอร์สตาร์ ความเป็นคนโลกส่วนตัวสูงและต้องเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้เข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิดซึ่งในส่วนตัวเชื่อมั่นว่า นักเตะเลสเตอร์สจะต้องรู้สึกประทับใจกับการต้อนรับของคนไทย เหมือนที่พวกเขาได้รับจากชาวเมืองเลสเตอร์แน่นอน
ส่วนเรื่องที่เคยมีเรื่องฉาวเกี่ยวกับการทัวร์เมืองไทยของนักเตะเลสเตอร์เมื่อปีก่อนนั้น รองประธานทีมเลสเตอร์ชาวไทย ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อน มันเป็นเรื่องลำบากใจมากในการตัดสินใจ ที่ต้องไล่นักเตะออก 3 คน ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นลูกชายของโค้ช ไนเจล เพียร์สัน ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดและเกิดขึ้นได้
“ตอนนั้น ผมคิดถึงแต่สโมสร ผมต้องการหาสิ่งที่ลงตัวที่สุดให้กับสโมสร ผมจึงต้องตัดสินใจเปลี่ยนตัวโค้ช จาก ไนเจล เพียร์สัน มาเป็นเคลาดิโอ รานิเอรี พวกเราเชื่อมั่นในตัว เคลาดิโอ เราต่างต้องการประสบความสำเร็จเหมือนกัน ผมรู้ ทุกคนก็ต้องการความสำเร็จ แต่เคลาดิโอเขามีความคิดที่ดีมาก เขาวางคนได้ถูกกับงาน ถูกกับแผนที่เขาวาง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ ต้องยอมรับด้วยว่า ไนเจล เพียร์สัน อดีตกุนซือก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ทำให้พวกเรามีวันนี้ได้ ผมต้องขอขอบคุณเพียร์สันด้วย”
สำหรับบรรยากาศในเมืองเลสเตอร์ในวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่เลสเตอร์จะเปิดคิงเพาเวอร์สเตเดี้ยมลงเตะนัดรองสุดท้ายของฤดูกาลพบกับเอฟเวอร์ตัน และจะมีการมอบถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังจบเกมด้วยนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในเมืองเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า ชาวเมืองส่วนใหญ่จะสวมเสื้อทีมบ้านเกิดเดินตามท้องถนน ออกมาช็อปปิ้งซื้อข้าวของ บ้างก็ขนอุปกรณ์การเชียร์ออกมาเล่นกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสุขสนุกสนาน หลังจากที่พวกเขาเคยทำมาแล้วเมื่อปี 2014 ซึ่งครั้งนั้น เลสเตอร์ เพิ่งเลืื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพมาอยู่พรีเมียร์ลีก
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า มีแฟนบอลจำนวนมากไปเข้าแถวยืนรอซื้อเสื้อแข่งชุดใหม่ของเลสเตอร์ ที่ร้านค้าภายในสนามคิงเพาเวอร์แน่นขนัด โดยชุดแข่งใหม่นี้ เลสเตอร์ จะไว้ใช้ในฤดูกาลหน้า และการวางขายล็อตแรกได้ขายหมดไปแล้วในบางขนาด ถือว่าเป็นการขายเสื้อที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรหลังจากที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาและสถิติการขายนั้นขายในช่วง 24 ชั่วโมงแรกนั้น ดีกว่าช่วงเดือนแรกของฤดูกาลก่อนถึง 10 เท่า ขณะที่ “พูม่า” ผู้ผลิตเสื้อยืนยันว่าจะเร่งผลิตล็อตใหม่ออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของแฟนบอล และจะเปิดขายทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไปด้วย สนนราคาอยู่ที่ตัวละ50 ปอนด์ (ประมาณ 2,550 บาท) สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเสื้อเด็กตัวละ35 ปอนด์ (ประมาณ 1,785 บาท)
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในส่วนของการเฉลิมฉลองของทีมอย่างเป็นทางการนั้น ทางเมืองเลสเตอร์จะจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันหลังจากพวกเขาลงเตะนัดสุดท้ายในการออกไปเยือนเชลซีวันที่ 15 พฤษภาคม ที่กรุงลอนดอน โดยจะมีการนำนักเตะและคณะพร้อมถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ขึ้นรถบัสเปิดประทุนแห่ไปรอบเมือง พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมด้วย
ขณะที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีม “ช้างศึก” ทีมชาติไทย และ แบรดน์แอมบาสเดอร์ อะคาเดมี สโมสรเลสเตอร์ประจำประเทศไทย ซึ่งเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในเกมฉลองแชมป์ของ เลสเตอร์ ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่เปิดคิงพาวเวอร์สเตเดียม พบกับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ได้เปิดเผยว่า ความสำเร็จของเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลมหัศจรรย์นี้ เกิดจากคนเป็นสำคัญ ไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไร ประกอบกับการจัดการที่ดี ตั้งแต่ประธานสโมสร , รองประธาน มาจนถึงโค้ช ที่นำโดย เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือชาวอิตาเลียน ที่สร้างทีมได้อย่างยอดเยี่ยม
เฮดโค้ช “ช้างศึก” กล่าวอีกว่า เลสเตอร์นั้น เป็นรองทีมคู่แข่งแทบทุกทีม แต่นักเตะ “จิ้งจอก” ก็ทำให้เห็นแล้วว่า จะเล่นอย่างไรเพื่อให้ได้ชัยชนะ ซึ่งตนจะได้นำข้อดีตรงนี้ เอามาปรับใช้กับทีมไทยในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย 12 ทีมสุดท้าย โดยทีมไทยอยู่ร่วมกลุ่ม บี กับ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, ซาอุดิอาระเบีย, ยูเออี และอิรัก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทีมไทยนั้นเป็นรองทุกทีม แต่จะต้องมีแผนเล่นเพื่อคว้าชัยชนะให้ได้เช่นกัน
“สำหรับนักเตะเลสเตอร์ชุดนี้ ผมชอบ เอนโกโล กองเต มิดฟิลด์ไดนาโมของทีมมากที่สุด เพราะตัวเล็กคล้ายคนไทย แต่เล่นฟุตบอลในระดับสูงได้ ด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตและรู้หน้าที่ว่าต้องเล่นอย่างไร” ซิโก้ กล่าวในตอนท้าย







