"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดทั้ง "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี และอังเคล ดิ มาเรีย
ต้องใช้ เวย์น รูนีย์ เป็นตัวหลัก ในการทำศึกบิ๊กแมทช์พรีเมียร์ลีกกับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส แย่งโควตา แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ทีมเยือนยังมี แฮร์รี เคน หัวหอกตัวเก่งนำทัพ ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยังสมบูรณ์พร้อมเน้นเอาชนะ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน เพื่อคว้าแชมป์ให้ได้เร็วที่สุด
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี 53 แต้มจะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำศึกบิ๊กแมทช์กับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่มี 50 แต้มในเวลา 23.00 น. ซึ่งจะเป็นการแย่งแต้มกันเพื่อโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเกมนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมเจ้าถิ่นจำเป็นต้องมีการปรับทัพอีกทั้งเมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา โดนใบแดงในเกมที่แพ้ อาร์เซนอล 1-2 ในศึกเอฟเอ คัพ ทำให้ต้องติดโทษแบนในนัดนี้
นอกจากนี้แนวรุกยังไม่มีกองหน้าคนสำคัญอย่าง "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่ยังต้องพักจากอาการบาดเจ็บต่อไป ทำให้ เวย์น รูนีย์ กัปตันทีม ต้องเล่นเกมรุกร่วมกับ มารูยาน เฟลไลนี ต่อไป ส่วน ราดาเมล ฟัลกัล ต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรอง
แดนกลางเมื่อไม่มี ดิ มาเรีย อาจจะเป็นโอกาสของ ฆวน มาตา หรืออัดนัน ยานูซาย ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่มิดฟิลด์คู่กลาง ไมเคิล คาร์ริค จะเบียดตำแหน่งตัวจริงกับ อันเดร์ เอร์เรรา และมี ดาลีย์ บลินด์ เป็นตัวยืน ส่วนแนวรับยังคงไม่มี จอนนี อีแวนส์ ที่ติดโทษแบน มาร์กอส โรโฮ น่าจะยืนคู่กับ คริส สมอลลิง ต่อไป
ฝั่ง สเปอร์ส ไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน และจะนำทัพมาโดย แฮร์รี เคน กองหน้าฟอร์มแรงที่ยิงในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 26 ประตูในทุกรายการ โดย เคน จะประสานงานเกมรุกร่วมกับ คริสเตียน อีริคเซน และนาเซอร์ ชาดลี แดนกลาง ไรอัน เมสัน ยังคงปักหลักร่วมกับ นาบิล เบนทาเลบ และมี อันดรอส ทาวน์เซนด์ ช่วยเกมริมเส้นอีกคน ขณะที่แนวรับยังคงเป็นหน้าที่ของ แยน แฟร์ทองเกน กับ เอริค ไดเออร์ เป็นหลัก
ขณะที่ "สิงโตน้่ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงที่มี 63 แต้มจาก 27 นัด จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ที่มี 49 แต้ม ในเวลา 19.30 น. โดย ชูเซ มูรินโญ ยังคงส่งทีมชุดใหญ่เน้นกับเกมนี้อย่างเต็มที่ หลังจากที่เพิ่งตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ จึงหวังจะรีบทำแต้มให้ขาดจาก "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้เร็วที่สุด
สำหรับตัวผู้เล่น เจ้าถิ่นมีปัญหาเพียงแค่การบาดเจ็บของ จอห์น โอบี มิเกล และเนมันยา มาติช ที่ติดโทษแบน แต่ มูรินโญ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นในบางตำแหน่งไปบ้าง อย่างเช่นตำแหน่งแบ็กซ้าย เฟลิเป หลุยส์ อาจจะได้ลงมาเล่นเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ เคิร์ท ซูมา ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก แต่ในแดนกลางบรรดาตัวหลักอย่าง เชส ฟาเบรกาส และเอดอง อาซาร์ด จะยังลงเป็นตัวจริงเหมือนเดิม และแดนหน้า ดิเอโก คอสตา ยังน่าจะเป็นตัวเลือกแรก
ด้าน เซาแธมป์ตัน ที่ยังคงมีลุ้นทั้งโควตาถ้วยยูโรปา ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก น่าจะส่งทีมชุดที่เฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 ในเกมล่าสุดลงสนามได้ทั้งชุด โดยปัญหาของทีมเหลืออยู่ที่แนวรุกที่ยังไม่มีทั้ง เอมมานูเอล มายากา และเจย์ โรดริเกซ ที่เจ็บยาว
ขณะที่โปรแกรมอีกคู่ในเวลา 23.00 น. เอฟเวอร์ตัน พบ นิวคาสเซิล
"มู" โวไม่พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีก
ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ยังมั่นใจว่าทีมจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในฤดูกาลนี้ และยังเชื่อในตัวผู้เล่นที่มีอยู่ว่าไม่มีผลกระทบมากนักจากการที่เพิ่งตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาเมื่อกลางสัปดาห์
"ผมคิดว่าพวกเราจะตอบคำถามได้ด้วยดี ผมเชื่อจริงๆ ว่าเราจะเป็นแชมป์ ผมยังเชื่อมั่นใจตัวผู้เล่นเหล่านี้ ไม่ได้มีความกังขาแน่นอน พวกเขาตอบรับในการประชุมทีมในแนวทางที่ผมคาดหวังเอาไว้ ไม่มีใครกลัวที่จะพูด ไม่มีใครอาย มีความเห็นที่ดี มีความเห็นที่แตกต่าง หนึ่งความเห็นจากผู้รักษาประตู และอีกหนึ่งความเห็นจากกองหน้า ความเห็นของพวกเขามีพื้นฐานจากสิ่งที่พวกเขารู้สึกในสนาม ต่างคนก็ต่างมีความเห็นกันไป"
"สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ตอนนี้เพื่อตัวของพวกเราเองและสโมสรคือการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก มันเป็นการแข่งขันเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลืออยู่ สถานการณ์ของพวกเรากำลังเป็นไปด้วยดี ผมกับผู้เล่นได้ปิดบทของแชมเปี้ยนส์ลีกไปแล้ว แต่เรายังคงเขียนหนังสืออยู่ ยังมีเกมให้เราเขียน และดูว่าหน้าสุดท้ายของหนังสือคือการคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเอามาไว้ในมือ" มูรินโญกล่าว





