สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ชวนไปท่องทะเลชมท้องฟ้าใน "พะงันพำนัก" l Low Season, High Energy 6 คืน 7 วัน โดยผสมผสานระหว่างการใช้ชีวิตส่วนตัวและทำความรู้จัก "เกาะพะงัน"
พะงันพำนัก l Low Season, High Energy จัดไป 6 คืน 7 วัน เชิญคนเมือง 5 คน ต่างสาขาอาชีพ เข้าพักที่ เกาะพะงัน จะใช้ชีวิตส่วนตัว จะทำงานไปด้วยหรือท่องเที่ยวไปตามเกาะแก่ง เล่นกิจกรรมทางน้ำ ฯลฯ เพื่อรู้จัก เกาะพะงัน มากยิ่งขึ้น
โดยสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับมือกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน, พะงัน เบย์ชอร์ รีสอร์ท, วันเดอร์แลนด์ ฮีลลิ่ง เซ็นเตอร์, อมากิ ฮิดเด้น วัลเลย์, ปานวิมาน รีสอร์ท พะงัน, วารีวาน่า รีสอร์ท เกาะพะงัน เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน, บางกอก แอร์เวย์ส, ลมพระยา ไฮสปีด เฟอร์รี่ส์ และ Footage Found
คุณนฤมล ใหม่โสภา นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ให้ข้อมูลว่า
“เดือนสิงหาคมเป็นต้นมาเริ่มเข้าโลว์ซีซันของการท่องเที่ยว คนเมืองทั้ง 5 ได้ก้าวออกจากอาการหมดไฟมาสัมผัสไอแดดอุ่น ๆ ท้องฟ้าใส ทะเลสวย ฝนที่เพิ่งหยุดตกไปเมื่อเช้า เหมือนเกาะพะงันกำลังบอกว่า..ยินดีต้อนรับสู่เกาะพะงัน
สำรวจผาสวรรค์
พะงันพำนัก อยากเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยคุณภาพ โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับ Wellbeing, ธรรมชาติ และการใช้ชีวิตแบบ Work from Anywhere รวมถึงกลุ่มที่มองหาการท่องเที่ยวแบบพักระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเดินทางระยะสั้น
อีกหนึ่งแนวทางที่มองไว้คือการนำโมเดลหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการไปต่อยอดให้โรงแรมแต่ละแห่ง สามารถนำไปปรับใช้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาแพ็กเกจ หรือประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทย และช่วยเปิดตลาดคนไทยให้มากขึ้นในอนาคต และเรายังมีความตั้งใจจะต่อยอดกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป”
เที่ยวได้ทำงานได้ที่เกาะพะงัน
เกาะพะงัน วัฒนธรรมฟิวชั่น
ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ร่วมสมัยริมทะเลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ที่ตั้งเรียงรายท่ามกลางอาคารไม้สองชั้นที่เป็นสัญลักษณ์ย่านการค้าของเกาะพะงัน ดวงจันทร์ที่ หาดริ้น สวยทุกคืนไม่ใช่แค่ช่วงฟูลมูน ความจริงชื่อเสียงและรากเหง้าของฟูลมูนปาร์ตี้บนหาดริ้นมีที่มาจากปาร์ตี้เล็ก ๆ ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงส่งเพื่อนชาวต่างชาติที่จะกลับภูมิลำเนา
สำรวจบ้านไม้แบบดั้งเดิม
ตลอดเวลาบนเกาะทำให้ทุกคนไม่อยู่ว่าง ตั้งแต่กิจกรรมสนุก ๆ และเป็นแบบ “บ้าน ๆ” คือได้กินอาหารพื้นบ้านและอาหารทะเล จากนั้นไป “บวชต้นไม้” ที่น้ำตกธารเสด็จ ชมพับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 แล้วเดินเที่ยวน้ำตก โดยมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานมาดูแลให้ความสะดวก
กิจกรรมบวชป่าที่ธารเสด็จ
ฟังเพลงกาพย์เห่เรือจากผู้ใหญ่ตัวแทนชุมชนโฉลกหลำ ชมเรือไม้เก่าลำใหญ่ที่ท่านเจ้าอาวาสวัดโฉลกหลำได้นำมาจากเกาะสมุย ลงเรือหางยาวไปดำน้ำที่หน้าอ่าวทองหลาง น้ำสีฟ้าใสและปลาเยอะจนคนที่ไม่ชอบดำน้ำยังอดไม่ได้ที่จะกระโดดลงไปแหวกว่าย
ร้องเพลงเห่เรือ
รวมถึงพาชม-ชิมสวนผลไม้ออร์แกนิค ทุเรียนอร่อยมากในฤดูกาล ผืนดินบนเกาะพะงันอุดมสมบูรณ์ปลูกอะไรก็งาม
การกินห่อของชาวใต้ (Maehaad Bay Resort และร้าน Angkana)
พิธีลอยเคราะห์แบบชาวเรือเกาะพะงัน
ปิดท้ายในงาน Feel All the Feelings @Phangan: ชาร์จพลังชีวิต ณ บริเวณลานเรือรบหลวง 713 อ่าวท้องศาลา เป็นงานยามเย็นริมทะเลที่สุดแสนโรแมนติก ผสมผสานระหว่างใหม่และเก่าได้อย่างน่ารัก
ชมพิธีลอยเคราะห์แบบชาวเรือเกาะพะงันที่สมจริง และได้ร่วมวัฒนธรรมกินห่อ ถือว่าจบสวยประทับใจกันไปทุกคน
พะงันพำนัก เลือกสรรกิจกรรมอย่างหลากหลายแต่ดูเหมือนยังไม่พอ เพราะพะงันยังมีอีกหลายสิ่งที่รออยู่ เช่น จุดชมวิว น้ำตกที่ยังไม่ได้ไป อาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อ ชมวิถีชาวบ้านในบ้านไม้แบบดั้งเดิม เที่ยววัดเก่า ฯลฯ
ชมโบราณสถานวัดท้องนายปาน
เพราะ เกาะพะงัน คือสวรรค์กลางอ่าวไทย ที่มีพลังแห่งจันทราและปาฏิหาริย์ของผู้คน ที่จะช่วยเยียวยาความอ่อนล้าหมดแรงของคนเมืองได้อย่างน่าอัศจรรย์
ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเกาะพะงันได้ที่เพจสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน Koh Phangan Hotel &Tourism Association
งาน Feel Phangan จัดโดย Art ติดเกาะ Market
Sleep Tourism (Cr.bcbsm.mibluedaily.com)
เที่ยวตามเทรนด์...นอนหรือวิ่ง
ราวสิบกว่าปีก่อน บรรดาโรงแรม รีสอร์ท สรรหาวิธี “ปรนนิบัติ” นักท่องเที่ยวในสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่อาหาร สปา กิจกรรมปรนเปรอที่ให้อยู่ในโรงแรมไม่ต้องไปออกไปไหน
ยุคนี้เกิด “พูลวิลล่า” ทุกห้องพักต้องมีสระว่ายน้ำเล็ก ๆ มีสปาบำบัด พร้อมแพคเกจสุดเข้มข้น เอาใจนักท่องเที่ยวที่อยากอยู่เฉย ๆ อยากอยู่เงียบ ๆ
เทรนด์เที่ยวเพื่อดูแลตัวเอง ควบคู่ไปกับเที่ยวโลคัล ไปดูวิถีชาวบ้าน กินแบบชาวบ้าน ไปดูคุณป้างมหอย ดูชาวสวนปีนต้นตาล ไปจับปลากลางทะเล ฯลฯ
อาบป่า (Cr.albernivalleytourism.com)
ต่อจากนี้คือเทรนด์โหยหาอดีต เดินมิวเซียม ชิมไวน์ท้องถิ่น ชวนไปอาบป่า หรือพักในรีสอร์ทสไตล์ขี้เกียจ (Lazy Resort) หรือนอนในบูทีคโฮเทลสไตล์โลคัล
ในทางตรงกันข้าม เทรนด์เดินทางโดยรถไฟขบวนหรูเหมือนย้อนอดีตเข้าไปในหนังสือของอกาธา คริสตี้ (เรื่อง Murder on the Orient Express) หรือล่องเรือสำราญแบบส่วนตัวไปทุกสิ่ง ทั้งเรือ กัปตัน บัทเลอร์
เทรนด์ดูแลสุขภาพยังไม่ตก จนเกิด Dry Tourism ไปเที่ยวแบบไร้แอล (แอลกอฮอล์) มีผู้ทำสำรวจพบว่าชาวเจน Z 77% บอกว่าจะไม่ดื่มขณะท่องเที่ยว กลุ่มคนอายุ 25-35 ปี 49-66% บอกว่าต้องการพักผ่อนแบบไร้แอล
เดินทางด้วยรถไฟสุดหรู (Cr.luxurytrainclub.com)
เที่ยวแล้วสุขภาพต้องดีขึ้น ส่งให้ Sleep Tourism กลายเป็นเทรนด์เที่ยวเปลี่ยนที่นอน คือ พานักท่องเที่ยวไปนอน หลับให้สบายในที่พักที่หรูหรา มีแพทย์ให้คำปรึกษาและออกแบบการนอนให้ หรือนอนแบบอายุรเวท โดยมีปรัชญาว่า “การนอนหลับเป็นสินค้าหายากและมีค่า”
อีกขั้วตรงกันข้าม นักท่องเที่ยวสายลุยต้องเที่ยวไปวิ่งไป เช่น มาราธอน วิ่งเทรล ฟรีไดฟ์ สกีทางไกล ไตรกีฬา จนถึงไฮร็อกซ์ ใครจะนอนก็นอนไปแต่เที่ยวนี้ขอวิ่ง
เที่ยวไปวิ่งไป (Cr.marathontours.com)
เทรนด์ท่องเที่ยวปีนี้และปีต่อไป จึงเป็น Travel and Hospitality ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลแล้วว่า...อยู่สายไหน





