"มิวเซียมสยาม" พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแนวใหม่ผ่านอินเตอร์แอ็คทีฟ ดูสนุกไม่น่าเบื่อ ชวนผู้ชมเรียนรู้ จับต้องได้ และมีส่วนร่วม
เมืองไทยมีพิพิธภัณฑ์ไม่น้อย ยุคใหม่จัดรูปแบบน่าสนใจ เพิ่มองค์ประกอบน่าตื่นตาตื่นใจ สร้างประสบการณ์ใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ ที่ "มิวเซียมสยาม" รวมเรื่องไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เรียนรู้เพื่อนบ้าน รู้จักโลก รู้จักตัวเอง
ประติมากรรมโลหะรูปสายรุ้งและเมฆหน้ามิวเซียมสยาม
สร้างการรับรู้ใหม่ ลบภาพจำเดิมที่เคยคิดว่า เข้าพิพิธภัณฑ์เหมือนไปดูสิ่งที่ตายแล้ว หรืออะไรที่ฝังอยู่ใต้ดิน
ตอนนี้เที่ยวพิพิธภัณฑ์หรือมิวเซียมคือ “เท่” และดูฉลาดกว่าท่องโลกโซเชียล หรือมีอะไรก็ถาม AI ไปท่องโลกกว้างกันดีกว่า สัมผัสของจริงที่ มิวเซียมสยาม
ขอมดำดินในห้องไทยแปลไทย มีลิ้นชักให้เปิดดูรูปภาพและเอกสารต่าง ๆ
เรียนรู้เรื่องใหม่ในตึกเก่า 100 ปี
ข้อมูลจาก: 100yearsbuilding.museumsiam.org บันทึกไว้ว่า อาคารมิวเซียมสยาม เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักงานของกระทรวงพาณิชย์ เป็น “ออฟฟิศบิลดิ้ง” หาใช่ “พาเลซ” อย่างที่หลายคนเข้าใจ และสร้างขึ้นอย่างรีบเร่ง เขียนแบบเมื่อปี 2464 ก่อสร้างเสร็จปี 2465 ด้วยเป็นอาคารที่ทำการของรัฐ การออกแบบก่อสร้างเป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการ มีนายมารีโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) เป็นชิพอาคิเด็ก หรือหัวหน้ากองสถาปัตย์ และนายเอมีลีโอ โจวันนี กอลโล (Emilio Giovanni Gollo) เป็นชิพอินเนีย หรือหัวหน้าวิศวกร นายช่างคู่บุญทั้งสองจะเป็นผู้รับผิดชอบโปรเจกต์ร้อนแห่งนี้ ในเวลานั้นเป็นช่วงปลาย ร.5 แถมยังเป็นปลายอายุราชการของนายช่างชาวอิตาลีวัยกลางคนทั้งคู่ ด้วยประสบการณ์การทำงานในเมืองสยามร่วม 20 กว่าปี ทำให้ทั้งสองสุกงอมในด้านการออกแบบและพร้อมที่จะผลิตผลงานสร้างชื่อ ให้เราได้มาเฉลิมฉลองครบ 1 ศตวรรษ กันในปีนี้ (ปี 2565)
โครงสร้างสวยด้วยส่วนโค้ง (arch) และเสากรีกโรมัน
วิศวกรกอลโล จากตูริน เข้ามารับราชการในปี พ.ศ.2442 ผลงานสร้างชื่อคือ พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่คิดค้นการออกแบบให้เป็น “กล่องเหมือนอับเฉาเรือ” แก้ปัญหาอาคารขนาดมหึมาหนาหนักให้ตั้งอยู่บนพื้นโคลนได้โดยไม่จม ด้วยกรุงเทพเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมบ่อย เช่นเดียวกับอาคารมิวเซียมสยาม จากในบันทึกตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า...สถาปัตยกรรมตามไวยกรณ์คลาสสิกจะไร้ซึ่ง “กันสาด” แต่ในเมืองร้อนชื้นเช่นสยาม ที่แดดก็จ้า ฝนก็จัด ตึกชายคากุดอย่างของฝรั่งก็ไม่อาจ “เอาอยู่” กันสาดคอนกรีต ซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารจึงเป็นทางออกสำหรับปัญหาข้อนี้
โถงทางเดินสวยสถาปัตยกรรมคลาสสิก
ในยุคเศรษฐกิจไทยรุ่งเรือง ราวปี 2537 ความสวยคลาสสิกของอาคารเคยใช้เป็นตึกรับรองแขกต่างประเทศ อาคารกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่อยู่กว่า 82 ปี เนื่องจากภารกิจที่มากขึ้นจึงต้องย้ายไปก่อตั้งในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าในจังหวัดนนทบุรี ในปี พ.ศ.2547 ทำให้ตึกแห่งนี้ร้างลงเพื่อรอภารกิจใหม่
บริการถ่ายรูปฟรีพร้อมเสื้อผ้าเครื่องประดับและฉากหลังสวย ๆ
แฟชั่นคนไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกของไทย
มติคณะรัฐมนตรี (พ.ศ.2546) อนุมัติงบประมาณในการวางแผนงาน และรับมอบอาคารเก่าของกระทรวงพาณิชย์ ซ่อมแซมและปรับภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบ เมื่อแล้วเสร็จจึงเปิด มิวเซียมสยาม (Museum Siam: Discovery Museum) เมื่อปี 2551 วางเป้าหมายให้เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกของไทย
ความเชื่อของคนไทย
เรียกว่าห้องสายมูก็ได้
ปี 2553 มิวเซียมสยาม ได้ทดลองสร้างนิทรรศการมีชีวิตเรื่อง Know How ชาวนา นักค้นคว้าแห่งท้องทุ่ง โดยทำนาจริงบนสนามหญ้าหน้าพิพิธภัณฑ์ สร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงทุกขั้นตอนของการเป็นชาวนา 5 เดือนเต็ม
ปีถัดมา จัดนิทรรศการกึ่งละครเรื่อง Olá Siao 500 ปี ความสัมพันธ์ไทย-โปรตุเกส ปฏิบัติการสุดขอบฟ้าเพื่ออำนาจ เงินตรา หรือศรัทธาแห่งพระเจ้า? เป็นครั้งแรกที่นำรูปแบบการแสดงละครมาใช้เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเนื้อหา
ห้องไทยสถาบัน
ปี 2563 เปิด มิวเซียมใต้ดิน เล่าประวัติความเป็นมาในอดีตของพื้นที่ตั้งสถานีสนามไชย ผ่านการขุดค้นทางโบราณคดี
อีกทั้งจัดนิทรรศการหมุนเวียน และจัดเวทีเสวนาฟังได้คุยได้ ช่วงปลายปีจัดงานแสดงแสงสี Night At The Museum ครั้งแรกจัดเมื่อปี 2553 ชื่อตอน “หิมพานต์” เข้าชมเวลา 16.00 – 22.00 น. ครั้งนั้นคนไทยตื่นเต้นกันมาก
ห้องไทยเชื่อ
หลายสิ่งหลายอย่างที่ มิวเซียมสยาม เกิดขึ้นเป็น “ครั้งแรก” และก้าวไปข้างหน้าต่อด้วยธีมนิทรรศการสร้างสรรค์ เช่น ทำ มิวเซียมสยามมินิ, ป๊อปอัพมิวเซียม ย้ายพื้นที่จัดแสดงไปยังพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า รวมถึงร่วมมือกับมิวเซียมอื่น ๆ จัดเรื่องราวน่ารู้ให้เรียนรู้ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ ฯลฯ
สนทนาสยามร่วมสมัย คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
นิทรรศการหมุนเวียน สนทนาสยามร่วมสมัย ตอน คนแปลกหน้า (Thai Dialogue: Foreign Quote) จัดแสดงถึง 4 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณชั้น 1 ชวนผู้ชมออกเดินทางสำรวจเรื่องราวของสยาม ผ่านสายตาของผู้คนจากต่างแดน เช่น นักเดินทาง พ่อค้า มิชชันนารี นักการทูต หรือนักวิชาการ
และจัดเวที Talk กับวิทยากรด้านประวัติศาสตร์ และร่วมมือกับ มิวเซียมภูเก็ต จัด ภูเก็ต: เมืองท่าที่ไม่รอกรุงเทพฯ (ถึง 4 ตุลาคม 2569)
พินิจดูตัวเองพร้อมคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย แล้วไปชมนิทรรศการถาวรชื่อ ถอดรหัสไทย นำเสนอพัฒนาการความเป็นไทย ตั้งแต่ชั้น 1-3 รวม 14 ห้อง จะชมตามหมายเลขเรียงลำดับ หรือเดินชมตามใจชอบก็ไม่ผิด
คนแปลกหน้ามองไทย
ไฮไลท์ได้แก่ ห้องไทยตั้งแต่เกิด ลำดับเหตุบ้านการเมืองในสังคมไทย ใช้เทคนิคโมดูลไฮโดรลิคยกกล่องสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่ขึ้นลง ประกอบคำบรรยายแสงสีเสียง
ห้องไทยชิม สนุกกับมัลติมีเดีย
ห้องอื่น ๆ เช่น 1.ห้องไทยรึเปล่า? 2.ห้องไทย inter 3.ห้องไทยแปลไทย 4.ห้องไทยตั้งแต่เกิด 5.ห้องไทยสถาบัน 6.ห้องไทยอลังการ 7.ห้องไทยแค่ไหน 8.ห้องไทย Only 9.ห้องไทยวิทยา 10.ห้องไทยชิม 11.ห้องไทยดีโคตร 12.ห้องไทยเชื่อ 13.ห้องไทยประเพณี 14.ห้องไทยแชะ
ห้องไทยประเพณี
ดูสนุกทุกห้อง ผ่านโมเดลจำลอง สิ่งของ รูปภาพ รูปปั้น สัญลักษณ์ ประกอบเทคโนโลยี และให้ผู้ชมร่วมสนุก ตอบคำถาม เล่นเกมส์ มิวเซียมยุคใหม่ไม่ให้เดินดูเฉย ๆ ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับข้าวของที่จัดแสดงด้วย
ห้องไทยอลังการ
ก๋วยเตี๋ยวแกงมลายู หรือลักซา
Siam Origins พาสำรวจคนแปลกหน้าด้วย “อาหาร”
ห้องอาหารไทยออเทนทิค Siam Origins อยู่ภายในมิวเซียมสยาม จัดเมนูพิเศษ ลักซา (Laksa) หรือ ก๋วยเตี๋ยวแกงมลายู แรงบันดาลใจจากนิทรรศการ สนทนาสยาม ตอน คนแปลกหน้า ที่กำลังจัดอยู่ ณ มิวเซียมสยาม
เชฟไก่ กับ แพทย์หญิงปิยะนุช รักพาณิชย์
Siam Origins โดย พญ.ปิยะนุช รักพาณิชย์ มอบหมายให้ เชฟไก่ - ธนัญญา ไข่แก้ว ปรุงเมนูที่บอกเล่าถึงวัฒนธรรมการกินเส้นของผู้คนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็น “คนแปลกหน้าทว่าคุ้นเคย” ด้วยลักซาหรือที่คนไทยเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวแกง” หนึ่งในอาหารเพอรานากันที่คนไทยคุ้นลิ้น
สูตรของเชฟไก่ เข้มข้นด้วยกะทิและเครื่องแกงจากสมุนไพร หอมเครื่องเทศอ่อน ๆ กินคู่กับเส้นข้าวเจ้า เต้าหู้ทอด ลูกชิ้นปลา กุ้งสด ไข่ต้มยางมะตูมและผักสด เพิ่มรสชาติเผ็ดขึ้นด้วย “ซัมบัล” (Sambal) อร่อยลงตัวชวนให้นึกถึงคนแปลกหน้าที่อยู่ไม่ไกลจากเรา แค่ปลายแหลมมลายู
ขนมจีนซาวน้ำ
อีกเมนูยอดนิยม ขนมจีนซาวน้ำ แรกเริ่มเสิร์ฟเฉพาะฤดูร้อน แต่ตอนนี้เหมือนเราร้อนกันไม่เลิก เชฟไก่จึงจัดเต็มครบเครื่องให้ชิมตลอดทั้งปี
ของหวาน Jasmine Tea Pudding พุดดิ้งเด้งดึ๋งในน้ำอัญชันกลิ่นดอกมะลิ โรยลูกตาลคำเล็ก ๆ หวานหอมกำลังดี จัดในเทศกาลวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม
Siam Origins อยู่ในบริเวณมิวเซียมสยาม
เดินทั่วมิวเซียมสยามแล้ว แวะพักขาเติมอิ่มด้วยอาหารที่เต็มไปด้วยความหมาย หรือจะลองเมนูที่ พญ.ปิยะนุช ตั้งใจทำอาหารที่มีพรีไบโอติกส์และโพรไบโอติกส์ จากเมนูอร่อยของไทยทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ข้าวแรมฟืน (ทอด, ร้อน, เย็น) ไส้กรอกอีสาน หลนเต้าเจี้ยวปลากุเราทอด ขนมจีนแป้งหมักน้ำยา, น้ำพริก ถั่วและผักดองเอง ยำใบชาหมักกับถั่วพม่า ข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมและเค้กต่าง ๆ ฯลฯ
Jasmine Tea Pudding
มิวเซียมสยาม ถนนสนามไชย
- เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น.
- ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียน-นักศึกษา 50 บาท
- เดินทางด้วย MRT สถานีสนามไชย ทางออก 1
- โทร.02 225 2777, FB: Museum Siam
Siam Origins อยู่ในบริเวณมิวเซียมสยาม เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 9.00 – 19.00 น. โทร.065 939 7336





