วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ATTA × Grab แค่เรียกรถไม่พอ… เมื่อการเดินทางทั้งทริป ตัดสินว่า ‘น่ากลับมาเที่ยวไทยอีกหรือไม่’

ATTA จับมือ Grab พลิกมุมคิดธุรกิจท่องเที่ยว จากการขายบริการ สู่การสร้างประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอยากบอกต่อว่า ‘น่ากลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกหรือไม่‘

ในอดีต การแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวอาจวัดกันที่ว่าใครมีโรงแรมสวยกว่า มีรถรับส่งมากกว่า หรือขายแพ็กเกจทัวร์ได้ถูกกว่า แต่วันนี้กติกาของเกมเปลี่ยนไปแล้ว

สิ่งที่นักท่องเที่ยวจดจำ ไม่ใช่แค่โรงแรมที่พัก หรือร้านอาหารที่แวะ แต่คือ “ความรู้สึก” ตลอดทั้งการเดินทาง ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวลงจากเครื่องบิน ไปจนถึงวันที่เดินทางกลับบ้าน

หากมีเพียงจุดเดียวที่ทำให้การเดินทางสะดุด ไม่ว่าจะเป็นการหารถไม่ได้ การสื่อสารไม่เข้าใจ หรือบริการไม่ต่อเนื่อง ภาพจำที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้กระทบผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่สะท้อนกลับมายังภาพลักษณ์ของประเทศไทยทั้งประเทศ

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และ Grab เลือกเดินเข้าหากัน ไม่ใช่ในฐานะผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่ในฐานะ “พันธมิตร” ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น

ATTA × Grab แค่เรียกรถไม่พอ… เมื่อการเดินทางทั้งทริป ตัดสินว่า ‘น่ากลับมาเที่ยวไทยอีกหรือไม่’

หลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในแวดวงท่องเที่ยวต่างเห็นภาพเดียวกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติแทบทุกคนใช้สมาร์ตโฟนเป็นผู้ช่วยประจำตัว

ตั้งแต่ค้นหาข้อมูล วางแผนท่องเที่ยว จองที่พัก เรียกรถ ชำระเงิน ไปจนถึงรีวิวหลังจบทริป ทุกอย่างเกิดขึ้นบนหน้าจอเพียงเครื่องเดียว

บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานของนักท่องเที่ยว หากเดินทางมาถึงแล้วไม่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้ทันที ความประทับใจแรกก็อาจหายไปตั้งแต่นาทีแรก

ขณะเดียวกัน สมาชิกของ ATTA ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและเทคโนโลยี การพัฒนาระบบดิจิทัลขนาดใหญ่ด้วยตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ใครจะทำทุกอย่างได้เอง” แต่คือ “ใครคือพันธมิตรที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ยังขาด”

นักท่องเที่ยวไม่ได้แยกคะแนนเป็นรายธุรกิจ

ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่ได้ประเมินคุณภาพบริการแยกเป็นโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ หรือคนขับรถ

แต่พวกเขาประเมินทุกอย่างรวมกันในชื่อเดียว คือ “ประเทศไทย”

หากเดินทางสะดวก โรงแรมดี ร้านอาหารประทับใจ และได้รับบริการที่ต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวก็จะรู้สึกว่าประเทศไทยน่าเที่ยว

แต่ถ้าการเดินทางติดขัดเพียงช่วงเดียว ความประทับใจทั้งหมดก็อาจลดลงทันที

จึงเห็นได้ชัดว่า ธุรกิจท่องเที่ยวไม่ใช่การแข่งขันแบบต่างคนต่างทำอีกต่อไป หากแต่เป็นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์เดียวกันให้กับผู้มาเยือน

ATTA × Grab แค่เรียกรถไม่พอ… เมื่อการเดินทางทั้งทริป ตัดสินว่า ‘น่ากลับมาเที่ยวไทยอีกหรือไม่’

 

พันธมิตร สำคัญกว่าการทำทุกอย่างเอง

จากแนวคิดดังกล่าว ATTA จึงเลือกสร้างความร่วมมือกับ Grab

บทบาทของ Grab ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเรียกรถ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบการท่องเที่ยว ที่ช่วยเชื่อมต่อผู้คน สถานที่ และบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

เป้าหมายไม่ใช่แค่พานักท่องเที่ยวจากสนามบินเข้าสู่โรงแรม แต่ต้องทำให้ทุกช่วงของการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น สะดวก และปลอดภัย

เพราะทุกช่วงเวลาล้วนมีผลต่อความทรงจำของนักท่องเที่ยว

4 ก้าวสู่การสร้างความประทับใจ

ความร่วมมือระหว่าง ATTA กับ Grab ถูกออกแบบให้ครอบคลุมเส้นทางของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ

เริ่มจาก ก้าวแรกเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อบริการรถได้ทันทีผ่านเคาน์เตอร์ของ ATTA โดยคนขับได้รับการอบรมเรื่องการบริการนักท่องเที่ยว ทำให้การเดินทางจากสนามบินเป็นไปอย่างสะดวกและสร้างความมั่นใจตั้งแต่นาทีแรก

เมื่อเข้าสู่ช่วงการท่องเที่ยว Grab จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และธุรกิจของสมาชิก ATTA ได้ง่ายขึ้น ทำให้การเดินทางไม่ใช่เพียงการย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดี

หลังจากนั้น ข้อมูลภาพรวมของการเดินทาง ซึ่งดำเนินการภายใต้กฎหมายและหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาบริการและออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์ผู้มาเยือนได้ดียิ่งขึ้น

และเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ นักท่องเที่ยวจะกลายเป็นผู้บอกต่อประเทศไทยด้วยตัวเอง ผ่านการรีวิว การแชร์ประสบการณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่การกลับมาเที่ยวซ้ำ

การบอกต่อจากความประทับใจจริง ยังคงเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ทรงพลังที่สุด

ไม่ใช่แค่สององค์กรที่ได้ประโยชน์

ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้สมาชิกของ ATTA สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการด้านการเดินทางได้ โดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง

ขณะที่ Grab ก็ขยายบทบาทจากผู้ให้บริการเดินทาง ไปสู่การเป็นพันธมิตรสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด คือประเทศไทย เพราะระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวจะเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งการเดินทาง การบริการ การตลาด และการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนานโยบายในอนาคต

เป้าหมายสุดท้าย… ไม่ใช่แค่ให้นักท่องเที่ยวมา แต่ต้องทำให้อยากกลับมาอีก

โลกของการท่องเที่ยวกำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนรถ จำนวนโรงแรม หรือจำนวนบริษัททัวร์อีกต่อไป

ประเทศที่ได้เปรียบ คือประเทศที่สามารถสร้าง “ประสบการณ์ที่ดี” ได้ตลอดทั้งการเดินทาง

ATTA จึงไม่ได้มองหาเพียงผู้ให้บริการ แต่กำลังสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่จะช่วยออกแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงประเทศไทย จนถึงวันที่เดินทางกลับพร้อมความทรงจำที่น่าประทับใจ

เมื่อทุกฝ่ายทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ความสะดวกในการเดินทางจะกลายเป็นมากกว่าการบริการ แต่เป็นความประทับใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง และกลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่ช่วยบอกโลกว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจเสมอ