24 ตุลาคม 2569 ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 สิ่งที่พระองค์ทำให้พุทธศาสนามีมากมาย รวมถึงเป็นพระอภิบาล ในหลวง รัชกาลที่ 9
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร องค์ที่ 19 ทรงเป็น สมเด็จพระสังฆราช ที่อายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งเป็น พระอภิบาล (พระอาจารย์) แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เมื่อครั้งเสด็จออกผนวช พ.ศ. 2499
3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 วาระครบรอบ 113 ปีชาตกาล (ประสูติ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2456) และวันสิ้นพระชนม์ วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ตอนนั้นอายุ 100 ปี และปีนี้เวียนมาครบรอบอีกครั้ง
พระองค์เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 19 ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2532 ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในรัชสมัยในหลวง รัชกาลที่ 9
หลังการสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระอัฐิเป็น “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร” เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
- แบบอย่างทางธรรม
ทรงยึดมั่นในพระธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นหลักนับตั้งแต่บวชเรียนเป็นภิกษุสงฆ์ พระเครื่องไม่ว่ารุ่นไหน ไม่ใช่สรณะที่พระองค์ต้องการให้ยึดเหนี่ยว
สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ไม่นิยมให้สร้างพระเครื่องใดๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ เพราะพระองค์อยากให้นำธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าสิ่งอื่นใด
พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ หรือ พระอนิลมาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เคยเล่าไว้ว่า เวลาญาติโยมมาถวายพระเครื่องให้พระองค์แจก สิ่งที่พระองค์ทำก็คือ แจกหนังสือธรรมะควบคู่ไปด้วย พระองค์บอกว่า เอาพระธรรมไปด้วย
และในช่วงพระอนิลมานเป็นเณร รับใช้งานสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร อย่างใกล้ชิด มักถูกสอนให้วิเคราะห์และเข้าถึงรากศัพท์พุทธศาสนา เพราะพุทธศาสนาไม่ใช่ระบบความเชื่อ และไม่ได้สอนให้เชื่อ แต่สอนให้สงสัยและตั้งคำถาม
พระอนิลมาน ต้องค้นพระสูตรในพระไตรปิฎกถวาย'สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ประจำทุกวัน
"เวลาพระองค์จะไปเทศน์ที่ไหน ก็จะบอกว่า เณร (อาตมา)ไปหยิบพระไตรปิฎกเล่มนั้นเล่มนี้มา หาพระสูตรบทนี้ สมัยนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ อาตมาเป็นเณร จึงต้องใช้ความจำ อ่านให้พระองค์ฟังและสรุป
จากนั้นพระองค์ถามอาตมาว่าเข้าใจไหม ตอนนั้นอาตมาเป็นแค่เณรจะอธิบายยังไง พระองค์จึงบอกว่าให้อธิบายเป็นภาษาของอาตมาเอง เมื่ออาตมาอธิบายไม่เป็น พระองค์ก็อธิบายสองสามวิธีให้ฟัง แล้วถามว่าควรจะเป็นแบบไหน
หลังจากนั้นอาตมาจับทางถูก เวลาพระองค์ถาม เราก็ตอบ แล้วพระองค์ก็ถามว่าใช่หรือ... ทำไมไม่คิดแบบนี้ละ ไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด แต่จะสอนวิธี
เวลาสมเด็จพระสังฆราชเทศน์ในโบสถ์ พระองค์จะพลิกกัณฑ์เทศน์ไปมา อาตมารู้ว่าในนั้นไม่ได้เขียนอะไรเลย คัมภีร์เป็นแค่พล็อต เพราะพระองค์เข้าใจธรรมะ ไม่ต้องจำ ไม่ต้องดูแล้ว"
- พระนิพนธ์มากมาย
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ทรงมีผลงานพระนิพนธ์กว่า 100 เรื่อง ครอบคลุมทั้งตำราทางพุทธศาสนา พระธรรมเทศนา ธรรมบรรยาย พุทธประวัติ สารคดีธรรม และความเรียงเชิงศาสนคดี อาทิ ชีวิตนี้น้อยนัก ,จิตตนคร, พระพุทธเจ้าของเรานั้นท่านเลิศล้ำ (ภาคต้น-ภาคปลาย) ฯลฯ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระนิพนธ์เกี่ยวกับพุทธศาสนาในรูปแบบต่างๆ กว่าร้อยเรื่องที่เพียรพยายามศึกษาค้นคว้า และบางเรื่องยังทำไม่เสร็จ เนื่องจากประชวร
“พระองค์เคยตรัสว่า อยากนำเสนอพระไตรปิฎกในรูปแบบใหม่ อาตมาก็งง พระองค์ต้องการจัดพระไตรปิฎกในรูปแบบที่เรียงตามลำดับ ตั้งแต่ปีพรรษาแรก เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น นำพระสูตรทั้งหมดมาเรียงร้อย เพื่อเขียนเรื่องพระพุทธเจ้า แต่พอทำมาถึงพรรษาที่ 12 พระองค์ก็ประชวร” พระอนิลมาน เล่าไว้
วิธีการพระนิพนธ์ที่พระองค์ใช้ พระอนิลมาน เล่าไว้ว่า คนที่จะทำต่อได้ ต้องมีความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากวิธีการของพระองค์จะมีการเทียบเคียงกับคัมภีร์หลายเล่มหลายภาษา และไม่ใช่แค่ความรู้ปริยัติอย่างเดียว ยังมีการเชื่อมโยงตีความหลายระดับ
“พระองค์สามารถเชื่อมโยงเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างเรื่องนรกและสวรรค์ พระองค์สรุปว่า ความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ไม่ใช่พุทธศาสนา ใครกล้าทำถึงขนาดนี้ ก็มีพระอาจารย์พุทธทาสที่กล่าวทำนองนี้"
แล้วทำไมพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช ที่มีอยู่มากมายไม่แพร่หลาย
พระอนิลมาน เล่าไว้ว่า พระองค์จะพิมพ์แจกในโอกาสสำคัญเท่านั้น โดยถอดความจากการเทศน์พระใหม่และการสอนธรรมะในที่ต่างๆ ดังนั้นคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ จึงมีอยู่น้อย ถ้าจะนึกถึงแฟนพันธุ์แท้งานของสมเด็จพระสังฆราช ก็ต้องนึกถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะในหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่โสตมาบันทึกเทปเวลาพระองค์สอนธรรมะในวัดหรือนอกวัด ซึ่งทำมานานแล้ว
- บุคคลสำคัญที่ต้องจารึกไว้
สมเด็จพระสังฆราช เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่มีผลงานเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในช่วงที่พระองค์มีชีวิตอยู่ ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์หรือวิเคราะห์สังคมในเชิงวิชาการในช่วงร้อยปี พระในยุคเดียวกับสมเด็จพระสังฆราชที่มีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงความคิดในสังคม ก็คือท่านอาจารย์พุทธทาส ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของสมเด็จพระสังฆราชไม่กี่ปี ส่วนสายวัดป่าคือ พระอาจารย์มหาบัว ซึ่งมีความคิดแหวกแนวไม่แพ้ท่านอาจารย์พุทธทาส
“ในแง่การปฏิบัติ สมเด็จพระสังฆราชก็ไม่แพ้สายกรรมฐานของพระอาจารย์มหาบัว สายกรรมฐานก็ถือสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระอริยะ ทางสายนักวิชาการพุทธศาสนาก็ถือว่า สมเด็จพระสังฆราชมีการตีความพุทธศาสนาไม่มีใครเหมือน เป็นการตีความที่มีการใช้คำบัญญัติไม่แพ้พระอาจารย์พุทธทาส” พระอนิลมานกล่าวไว้
“คนไม่ค่อยรู้ว่าในยุคสมัยของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทำในแง่กฎหมายและธรรมะที่เกี่ยวกับมหาเถรสมาคมมีมากมาย ดังนั้นพระนิพนธ์ของพระองค์ไม่ได้ออกมาในแง่สมเด็จพระสังฆราชทรงทำ พระองค์จะไม่ใช้คำว่า “ผม” แต่ใช้คำว่า “ที่นี่ “(สรรพนามแทนพระองค์) และใช้มานาน อย่างอาตมาเคยใช้คำพูดว่า สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอาจารย์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์กริ้ว แล้วตรัสว่า “ไม่ควรใช้คำนี้ไม่ถูกต้อง ที่นี่ (สรรพนามแทนพระองค์) ไม่ได้เป็นพระอาจารย์
ที่นี่เป็นคนไทยคนหนึ่ง พระสงฆ์องค์หนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นกษัตริย์ ทุกคนมีหน้าที่สนองงานถวาย ที่นี่ก็มีหน้าที่สนองงานถวายงานตามหน้าที่พระที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศ เป็นหน้าที่ของเราทุกคน และอีกคำหนึ่งที่พระองค์ใช้ คือ พวกเราเกิดมา เราเป็นหนี้แผ่นดิน หน้าที่ของเราที่ทำอยู่ไม่ใช่เพื่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำในฐานะที่เราได้รับประโยชน์จากแผ่นดินนี้ ไม่ใช่เพื่อจะรับสิ่งนั้นสิ่งนี้ตอบแทน แต่ต้องใช้หนี้แผ่นดิน”
- ธรรมะของพระพุทธเจ้า
แม้ว่า สมเด็จพระสังฆราช จะมีความแยบยลในการอธิบายธรรมะเพียงใด แต่ใช่ว่าญาติโยมจะเข้าใจและเข้าถึงได้เหมือนกันทุกคน บางครั้งก็มีการตีความต่างไปจากพระประสงค์ของพระองค์
พระอนิลมาน บอกไว้ว่า แม้จะรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่อายุ 15 ปี สิ่งที่เป็นตัวตนในทุกวันนี้ ก็แค่เศษเสี้ยวธุลีของ สมเด็จพระสังฆราช และธรรมะของพระองค์ก็เพื่อใช้ในชีวิต ไม่ใช่ธรรมะที่เอามาคิดหรือเอาไว้เขียน
ในส่วนของมรดก หนังสือธรรมเป็นอีกส่วนที่พระอนิลมาน เคยบอกว่า หนังสือของพระองค์ เวลาใครอยากพิมพ์ พระองค์ก็อนุญาตทุกราย แต่มีบางสำนักพิมพ์ตัดต่อพระนิพนธ์ออกมาผิดๆ มีการดัดแปลงเชื่อมประโยคเอง
“อย่างคำสอนเรื่อง วิธีการสร้างบุญบารมีที่พิมพ์กันมากมาย ทำตรงนั้นจะได้บุญตรงนี้ พระองค์ไม่เคยสอนที่ไหน อาตมาอ่านพระนิพนธ์มากมายที่พิมพ์ออกมา บางทีพระองค์ไม่ได้สอนแบบนั้น อาตมาพยายามบอก ก็ไม่มีใครเชื่อ นักเขียนบางคนแค่ขึ้นต้นคำก็ผิดแล้ว โดยการอ้างคำว่า บุญ จากพจนานุกรมพุทธศาสนาของพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ซึ่งพระนิพนธ์ของ สมเด็จพระสังฆราช ต้องอ้างพจนานุกรมลูกศิษย์ หรือ พระองค์เชี่ยวชาญภาษาบาลีตั้งแต่พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ยังเป็นเด็กๆ อยู่ที่ไหนไม่ทราบ
ทั้งๆ ที่อาตมาพยายามลบล้าง โดยนำเอาลายพระหัตถ์มาอธิบาย เพื่อบอกว่าสิ่งที่ถูกคืออะไร แต่กลายเป็นว่าสำนักพิมพ์เหล่านั้น สแกนลายพระหัตถ์พิมพ์ใส่ในหนังสือที่ผิดอีก ทุกอย่างเป็นการค้าเป็นเรื่องเงิน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของ สมเด็จพระสังฆราช ปัญหาคือมีการตัดต่อคำสอนอย่างไม่ถูกต้องในหนังสือหลายเล่ม"
ในแง่การเผยแพร่พระนิพนธ์ของพระองค์ พระอนิลมาน เคยเล่าไว้ว่า
“ธรรมะเป็นของพระพุทธเจ้า ใครจะพิมพ์ ก็ควรให้ถูกต้องตามคำสอน”





