ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ภาพที่คุ้นตาของนักลงทุนคือการ "วิ่งตามกระแส" ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทคโนโลยี หรือสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ แต่เมื่อเกิดวิกฤติที่ไม่คาดคิด ทั้งสงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ พอร์ตที่เคยคิดว่าจะทำกำไรสูงกลับ "ติดดอย" หรือการตัดสินใจเทขายขาดทุน
เอนีส ตียาสิริ Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management มองว่า ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกองทุนในไทยเติบโตขึ้นมาก มีผลิตภัณฑ์ กองทุนและทางเลือกใหม่ๆ ให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างครบถ้วน แต่ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่นักลงทุนขาดตัวเลือก แต่ขาดทิศทางที่ชัดเจน และเป็นการสะสมเพียงคอลเลกชันของผลิตภัณฑ์มากกว่าการมีพอร์ตการลงทุนที่มีโครงสร้างชัดเจน
ดังนั้น การจะก้าวข้ามปัญหานี้ โจทย์สำคัญของเราจึงเป็นการเปลี่ยนวิถีการลงทุนเป็นชิ้นๆ มาสู่การสร้าง Core Portfolio ที่พร้อมอยู่เคียงข้างและปรับตัวไปกับนักลงทุนได้ตลอดชีวิต นำมาสู่การจับมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ KAsset เพื่อเปลี่ยนกรอบความคิดและยกระดับพอร์ตการลงทุนของคนไทย
เอนีส ตียาสิริ Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management
วิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เผยว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือต้องมีพอร์ตการลงทุนหลัก แบบ Multi-Asset ทั่วโลก ซึ่งการจับมือกับ JPMAM ทำให้เราผสาน Global Perspective เข้ากับความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมคนไทย เพื่อส่งมอบพอร์ตที่ช่วยลดความผันผวนและพาผู้ลงทุนก้าวข้ามทุกวิกฤติได้อย่างมั่นคง
พอร์ตแนวคิดระดับโลกเพื่อ "นักลงทุนไทย"
จุดเด่นของความร่วมมือระหว่าง KAsset และ JPMAM คือ การ "Built from the Ground Up" หรือการร่วมออกแบบโซลูชันขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและข้อจำกัดของนักลงทุนไทยโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงการนำกองทุนสำเร็จรูปจากต่างประเทศมาเปลี่ยนชื่อแล้วนำเสนอขาย
เอนีส เล่าว่า ทีมผู้จัดการกองทุนของทั้งสองฝ่ายมีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ 6 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามสถานการณ์ และตัดสินใจปรับพอร์ตลงทุนได้อย่างทันท่วงที
รวมทั้งผนวกทีมงานของ KAsset ที่เชี่ยวชาญสินทรัพย์ไทย เข้ากับแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกของ JPMAM ที่ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก และใช้ระบบวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอเชิงลึกเพื่อประเมินความเสี่ยงรอบด้าน ช่วยให้สามารถบริหารจัดการและปรับสัดส่วนสินทรัพย์ล่วงหน้าก่อนที่แรงกระแทกจากตลาดจะเกิดขึ้น
ปลดล็อกอารมณ์ สร้างความสมดุลด้วย Core & Satellite
ในการบริหารเงินลงทุน หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืนคือการ "ตัดอารมณ์ความรู้สึกออกจากการตัดสินใจ"
วิน ได้แนะนำการจัดพอร์ตที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือการให้น้ำหนัก Core Portfolio ประมาณ 70-80% ของเงินลงทุน เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนหลักของชีวิต กระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก แม้จะมีความหนืด หรือปรับขึ้นช้าลงช้าในระยะสั้น แต่เมื่อเกิดวิกฤติจะช่วยลดทอนการติดลบ และพร้อมฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งเมื่อตลาดฟื้น
ส่วนอีกไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน คือ Satellite Portfolio สำหรับผู้ที่ต้องการคว้าโอกาสจากการเติบโตตามธีมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือความตื่นเต้นในระยะสั้น โดยจำกัดความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่ควบคุมได้
วิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย (KAsset)
นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรยังร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ผ่าน "Know the Markets" คู่มือและบทวิเคราะห์เศรษฐกิจที่ย่อยข้อมูลมหภาคทั่วโลกให้เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองเห็นทิศทางที่แท้จริงและมีวินัยในการลงทุนระยะยาว
วางแผนเกษียณผ่าน "พอร์ตการลงทุน" อยู่รอดตลอดช่วงชีวิต
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือนี้ คือการยกระดับกองทุนจากความสำเร็จของ K-WealthPLUS Series ซึ่งเติบโตจนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ทะลุ 100,000 ล้านบาท ต่อยอดไปสู่การแก้ไขปัญหา "Longevity Risk" หรือความเสี่ยงที่เงินออมจะหมดลงก่อนหมดอายุขัย
ในปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเผชิญกับภาวะ "อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น" สวนทางกับยุคดอกเบี้ยต่ำ การนำเงินก้อนหลังเกษียณไปฝากธนาคารแบบเดิมจึงอาจไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่เพียงพอสำหรับระยะเวลา 30-40 ปีหลังหยุดทำงานได้อีกต่อไป
เรื่องนี้จึงเป็นที่มาของ "โซลูชันเพื่อวัยเกษียณ" นำไปสู่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพรูปแบบ Life Path Model ช่วยปรับสัดส่วนความเสี่ยงให้ลดลงอย่างอัตโนมัติตามช่วงอายุของผู้ลงทุน จากงานวิจัยพบว่า สามารถช่วยยืดระยะเวลาการมีเงินใช้หลังเกษียณเพิ่มขึ้นได้ถึง 7-9 ปี เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบเดิม (ที่มา : Know the Markets for Retirement, KAsset, ม.ค. 2569)
วิน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า หากนักลงทุนมีเงินหลังเกษียณ 5 ล้านบาท แล้วถอนใช้เดือนละ 20,000 บาทโดยฝากแค่ออมทรัพย์ธรรมดา เงินก้อนนี้จะหมดเกลี้ยงภายใน 20 ปีที่อายุประมาณ 80 ปี แต่ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการใช้กลยุทธ์ระดับโลกอย่าง Smart Retirement มาปรับใช้เพื่อออกแบบพอร์ต ตามแนวคิด Lifetime Retirement Solutions ที่ยังคงสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอประมาณ 4-5% ต่อปี ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่อง ช่วยให้เงินต้น 5 ล้านบาท สามารถทยอยถอนใช้เดือนละ 20,000 บาท หลังเกษียณได้ยาวนานขึ้นจากเดิม 20 ปี ขยายเป็น 30 ปี หรือครอบคลุมจนถึงอายุ 90 ปี
วิน ทิ้งท้ายว่า หากเรารอให้เหตุการณ์ความผันผวนทุกอย่างสงบแล้วค่อยลงทุน วันนั้นอาจไม่มีอยู่จริง การมีรากฐานพอร์ตหลักที่แข็งแกร่ง และยกภาระการติดตามบริหารพอร์ตให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก คือหัวใจที่จะช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถก้าวผ่านทุกมรสุม และสร้างความมั่นคงทางการเงินไปได้ตลอดชีวิต
คำเตือน : โฆษณาของบลจ.กสิกรไทยนี้อาจอ้างอิงข้อมูลที่ J.P. Morgan Asset Management เผยแพร่โดยทั่วไป มิได้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือเป็นการให้คำแนะนำการลงทุน / ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / ข้อมูลเพิ่มเติม kasikornasset
สนับสนุนโดย : บลจ.กสิกรไทย





