บพท. และ มรภ.นครปฐม ร่วมกันนำทุนวัฒนธรรม ‘ทวารวดี’ ผ่านการวิจัยและโครงการ มายกระดับเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เสกขยะเป็นอัญมณีเทียม
KEY POINTS
- บพท. ร่วมกับ ม.ราชภัฏนครปฐม ทำโครงการวิจัยฟื้นฟูวัฒนธรรมทวารวดี มีเป้าหมายเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ
- โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยนำศิลปะสมัยทวารวดีมาใช้ เช่น เครื่องสูง เครื่องประดับ เครื่องจักสาน ของตกแต่ง อาหาร
- มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น การจัดตลาดวัฒนธรรมบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ และการฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่น
ย้อนกลับไปในอดีต เดินทางไปจังหวัด นครปฐม ในยุคสมัย ทวารวดี สถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปกรรมล้ำค่าอีกมากมาย
หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ร่วมกับภาคีเครือข่าย นำกระบวนการวิจัยมาฟื้นคืนชีพลมหายใจ ทวารวดี เมืองโบราณสู่ตลาดมีชีวิตด้วยทุนวัฒนธรรม ในโครงการพัฒนาระบบนิเวศ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม บนฐานทุนวัฒนธรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนของตลาดวัฒนธรรม จังหวัดนครปฐม
ฟื้นคืนชีวิต ทุนวัฒนธรรม ทวารวดี
"นครปฐมเป็นพื้นที่ทวารวดีที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง แต่ทุนวัฒนธรรมเริ่มถูกลืมเลือน จึงใช้เป็นโจทย์ขอทุนวิจัย พื้นที่ศึกษาหลักอยู่ในเขตอำเภอเมือง การดำเนินงานเฟส 1 ประกอบด้วย 5 กิจกรรม ได้แก่ จัดทำ Cultural Map, เส้นทางท่องเที่ยว, มัคคุเทศก์น้อย, สื่อการเรียนรู้, ชุดการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ประยุกต์จากประติมากรรมทวารวดี, แอปพลิเคชัน, ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม และการฟื้นฟูประเพณีตักบาตรข้าวหลาม"
ผศ.ดร.ปิยะวรรณ ปิ่นแก้ว คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม รองหัวหน้าโครงการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจวัฒนธรรมบนฐานทุนวัฒนธรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนของตลาดวัฒนธรรม จังหวัดนครปฐม พูดถึงงานวิจัยและโครงการที่กำลังทำอยู่ให้ฟัง
ผศ.ดร.ปิยะวรรณ ปิ่นแก้ว Cr. Kanok Shokjaratkul
เฟส 2 ดำเนินการ 7 กิจกรรม วิจัย 7 เรื่อง จัดตลาดวัฒนธรรมทุก 14 วัน รวม 7 ครั้ง บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์และพิพิธภัณฑ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ 21 รายการ การจัดตลาดวัฒนธรรมช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าวัดและผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ สร้างเครือข่ายปราชญ์ชุมชน เยาวชน และอินฟลูเอนเซอร์ในท้องถิ่น
ปัจจุบันเป็นเฟส 3 มุ่งเน้นสร้างความยั่งยืน ร่วมมือกับวัฒนธรรมจังหวัด หอการค้า เทศบาล อบจ. จัดตลาดวัฒนธรรม 12 ครั้ง โดยนักวิจัยเป็นผู้ประสานงานและที่ปรึกษา เพื่อให้กลไกท้องถิ่นขับเคลื่อนได้เองในระยะยาว
เป้าหมายของโครงการคือ การต่อยอดทุนวัฒนธรรม ทวารวดี ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เปลี่ยนองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยว กิจกรรมเรียนรู้ สู่ตลาดวัฒนธรรมมีชีวิต ที่สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม"
พระปฐมเจดีย์ Cr. Kanok Shokjaratkul
ยกระดับเศรษฐกิจ ผ่านกลไกมหาวิทยาลัย
"งานที่ บพท. สนับสนุน มรภ.นครปฐม มี 2 งานหลัก ได้แก่ งานฐานวัฒนธรรม ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและศิลปวัฒนธรรม ในปี 66 เริ่มต้นจากการค้นหา local wisdom ในพื้นที่ทวารวดี อาณาจักรที่รุ่งเรืองกว่า 1,000 ปี เป็นพื้นที่ buffer zone รองรับการค้าและวัฒนธรรมระหว่างจีนกับอินเดีย
มีองค์พระปฐมเจดีย์เป็นปฐมเจดีย์แห่งแรกในพื้นที่ แนวทางการทำงาน เริ่มจากการรักษาและต่อยอด เปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่า ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ตลาดวัฒนธรรม ย่านวัฒนธรรม และมุ่งสู่การเป็นเมืองวัฒนธรรม"
รศ.ดร.อุเทน คำน่าน รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) พูดถึงความร่วมมือ
รศ.ดร.อุเทน คำน่าน Cr. Kanok Shokjaratkul
"นอกจากนี้ยังมีงานฐานทุนทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยี (Appropriate Technology) นำเทคโนโลยีด้านวัสดุของมหาวิทยาลัยมาจับคู่กับทุนวัฒนธรรมและขยะ/เศษวัสดุทางการเกษตร นำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่
ในปี 69 มีการดำเนินงาน 3 ลักษณะ คือ การแจกเทคโนโลยีพร้อมใช้, ศูนย์บริการวิชาการ และ Furniture up scale เพื่อขยายผลเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง นำมาขุดค้นและแปลงคุณค่าให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมหาศาล"
แปลงขยะ เป็นอัญมณี
"งานวิจัยจะต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จากผลกระทบที่กลุ่มเกษตรกรเผาใบอ้อยก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ, PM 2.5 และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้มีการวิจัยแปลงขยะใบอ้อยเป็นสินทรัพย์ในเชิงนวัตกรรม พัฒนาสูตรแก้ว ออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนในระดับภูมิภาค
ที่กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ปลูกอ้อยเยอะ เรามองว่า ขี้เถ้าเหล่านี้จะเอาไปทำอะไรได้ จึงได้วิจัยเรื่องการใช้ขี้เถ้าจากใบอ้อยมาทำเป็นแก้ว เราพบว่าขี้เถ้าจากใบอ้อยมีซิลิกาถึงร้อยละ 68.87 มีแคลเซียมออกไซด์ 18.98 นำมาซึ่งการออกแบบสูตรแก้วที่หลอมได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 1,200 องศาเซลเซียส"
รศ.ดร.ณัฐพล ศรีสิทธิโภคกุล สาขาวิชาวัสดุและอุปกรณ์การแพทย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่าถึงงานวิจัยให้ฟัง
รศ.ดร.ณัฐพล ศรีสิทธิโภคกุล Cr. Kanok Shokjaratkul
"มีการเติมสารออกไซด์ของทองแดง โคบอลต์ โครเมียม เพื่อสร้างเฉดสีแก้วให้หลากหลาย นำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครปฐมในยุคทวารวดี มาออกแบบ เพื่อให้ใช้งานได้จริง ทั้งกำไล สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู
การลงทุนนี้สามารถคืนทุนได้ใน 2 ปี การดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่หลัก 2 แห่ง ได้แก่ กลุ่มตุ๊กตาแก้วถัก ตำบลบางกระเบา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และเครือข่ายวิสาหกิจในตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
มีการเชื่อมโยงกับบริษัทไทยรุ่งเรืองคอร์ปอเรชั่น จำกัด โรงงานน้ำตาล ที่มีใบอ้อยเหลือทิ้งจำนวนมาก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านงานวิจัยกับบริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด เป็นฐานการผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในนามแบรนด์ Pandora ตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน ที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนาหลักสูตร"
การแสดงระบำนครทวารวดี Cr. Kanok Shokjaratkul
นครปฐม เมืองทวารวดี
วัฒนธรรม ทวารวดี จังหวัดนครปฐม มีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากเมืองทวารวดีแห่งอื่น มีบทบาทมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน กว้าง 2 x 3.6 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบเมือง มีคลองพระประโทนเป็นแกนกลางเมือง เชื่อมทิศเหนือ-ใต้ ไม่มีคันดินล้อมเมือง ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำแม่กลอง-ท่าจีน มีลำน้ำ คลองบางแก้ว คลองบางแขม คลองพระประโทน คลองพญากง คลองพญาพานที่เชื่อมออกสู่ทะเล เป็นเมืองท่าชายฝั่ง ระหว่าง อินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในสมัยทวารวดี มีโบราณสถานทางพุทธศาสนามากกว่าแห่งอื่น ๆ มีอายุเก่าแก่ ที่ได้ต้นแบบมาจากอินเดีย คือ พระปฐมเจดีย์ พระประโทนเจดีย์ เจดีย์จุลประโทน เจดีย์ทุ่งพระเมรุ เนินวัดพระงาม เนินยายหอม มีศิลาธรรมจักรมากที่สุดในประเทศ กว่า 30 วง เสาธรรมจักร กวางหมอบ พระพิมพ์ดินเผาจำนวนมาก พระพุทธรูปศิลาขาว พระพุทธรูปศิลาเขียว พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี ศิลาจารึกหลักธรรมทางพุทธศาสนาในสมัยทวารวดีถึง 16 หลัก ปูนปั้นดินเผารูปยักษ์ ภาพปูนปั้นชาดก จากเจดีย์จุลประโทน
Cr. Kanok Shokjaratkul
นครปฐมยังเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจและการปกครองตามระบอบกษัตริย์แห่งทวารวดี ค้นพบเหรียญเงิน 3 เหรียญ จารึกตัวอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ว่า ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ แปลว่า บุญกุศลของพระราชาแห่งศรีทวารวดี หรือ พระเจ้าศรีทวารวดีผู้มีบุญอันประเสริฐ นครปฐมเป็นศูนย์กลางทางศาสนา จนถึงยุคสุโขทัย อยุธยารัตนโกสินทร์ มีองค์พระปฐมเจดีย์เป็นศูนย์กลางศรัทธาจวบจนถึงปัจจุบัน
มีตำนานเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์เมืองโบราณ เช่น ตำนานพระยากง-พระยาพาน คลองพญากง คลองพญาพาน คลองถนนขาด ตำนานยายหอม
การวิจัยครอบคลุมใน 4 พื้นที่ ได้แก่
1. ชุมชนรอบพระปฐมเจดีย์และวัดพระงาม พระปฐมเจดีย์องค์เดิมสร้างในยุคสมัยทวารวดี ส่วนองค์ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทรงสร้างครอบทับองค์เดิมไว้ ภายในวัดมีพระศิลาขาว โบราณวัตถุสมัยทวารวดีจำนวนมาก โบราณสถานวัดพระงาม มีชั้นอิฐโบราณสมัยทวารวดี ธรรมจักร กวางหมอบ พระพิมพ์ดินเผา ปูนปั้นดินเผารูปยักษ์ (ทวารบาล) พระพุทธรูปดินเผาที่งดงาม เป็นที่มาของชื่อวัดว่า วัดพระงาม ในปี 62 พบหลักศิลาจารึกวัดพระงาม เขียนด้วยอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤตที่มีความงดงามที่สุดในประเทศไทย
ศิลาจารึกวัดพระงามที่งามที่สุดในประเทศไทย Cr. Kanok Shokjaratkul
2. ชุมชนดอนยายหอม พบโบราณสถาน เนินพระ เป็นเนินดินกว้าง ปกคลุมด้วยซากเจดีย์ขนาดใหญ่ก่อด้วยอิฐ ธรรมจักร เสาธรรมจักร กวางหมอบ ตำนานเล่าว่าเนินพระเป็นที่ตั้งของบ้านยายหอม ผู้เลี้ยงดูพระยาพาน
3. ชุมชนธรรมศาลา พบลายปูนปั้นประดับ โบราณวัตถุดินเผาจำนวนมาก ชิ้นส่วนสถูปจำลองหรือยอดเจดีย์ ปูนปั้นรูปเคารพทางศาสนา เศียรพระพุทธรูป มีวรรณกรรมพื้นบ้านพระยากง พระยาพาน
4. ชุมชนพระประโทนและไร่เกาะต้นสำโรง เป็นเนินดินขนาดใหญ่สูง 50 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เมตร บนยอดเนินมีพระปรางค์ศิลปะสมัยอยุธยา พบเจดีย์จุลประโทน ฐานประดับแผ่นภาพปูนปั้นเล่าเรื่องชาดก ประติมากรรมปูนปั้น ประติมากรรมดินเผา แผ่นอิฐมีรอยประทับของคนและสัตว์ เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา พระพักตร์พระพุทธรูปปูนปั้น ประติมากรรมรูปบุคคล ตำนานพระประโทนเจดีย์เล่าว่าเป็นที่อยู่ของพวกโทณพราหมณ์ที่มาค้าขายจากอินเดีย ได้นำทะนานทองที่ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุมาและได้สร้างเรือนหินเพื่อเก็บรักษา
ประเพณีโบราณ 'ม้าหามนาค' Cr. Kanok Shokjaratkul
'ม้าหามนาค' ประเพณีโบราณที่กลับคืนมา
งานวิจัยได้ค้นพบ ประเพณีม้าหามนาค มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนตำบลดอนยายหอม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นส่วนหนึ่งในพิธีอุปสมบท มีเอกลักษณ์ แห่นาคบน ม้าหามนาค ประดิษฐ์จากโครงสร้างไม้ไผ่ ใช้ชายฉกรรจ์เป็นผู้หาม ด้วยความเชื่อในพุทธประวัติที่เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อครั้งทรงม้ากัณฐกะเสด็จออกผนวช
ม้าเป็นสัตว์หายาก ชาวบ้านจึงประดิษฐ์ ม้าหามนาค ขึ้นมาเป็นสมบัติส่วนกลาง ให้ผู้จัดงานอุปสมบทยืมไปใช้ได้ เพียงแต่จัดเครื่องบูชาครู ปัจจุบันชุมชนหมู่ที่ 3 ตำบลดอนยายหอม ยังคงรักษาม้าหามนาคไว้จำนวน 3 ตัว ใช้งานได้ 2 ตัว มีอายุ 40-60 ปี อีกตัวมีอายุกว่า 70 ปี ชำรุดจากการใช้งานตามกาลเวลา
และ ประเพณีแห่นางแมว พิธีกรรมขอฝนที่สืบทอดกันมายาวนาน จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีก่อนวันพระใหญ่ช่วงเดือนหกหรือเดือนเจ็ดของทุกปี การปั้นหุ่นตาเถร ยายชีเป็นงานช่างฝีมือของชาวดอนยายหอม สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และกระตุ้นให้เทวดาบันดาลฝน หากประกอบพิธีแล้วฝนไม่ตกภายใน 3 วัน ตาเถรและยายชีจะถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี
ประเพณีโบราณ 'ม้าหามนาค' Cr. Kanok Shokjaratkul
ผลิตภัณฑ์จากทุนวัฒนธรรมทวารวดี
จากการลงพื้นที่ เราพบว่างานวิจัยฯ และโครงการฯ ได้รับผลดีมีผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากมาย ซึ่งมีเงื่อนไขว่าทุกคนที่เข้าร่วมโครงการ ต้องขายจริง ต้องทำได้จริง ไม่ใช่แค่ต้นแบบ
พุทธศิลป์ทวารวดีร่วมสมัย
1. บ้านผอบไทยอาร์ท
เป็นผู้ประกอบการด้านหัตถศิลป์และพุทธศิลป์ ตำบลบางกระเบา อำเภอนครชัยศรี มีความเชี่ยวชาญสร้างสรรค์ผอบพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์จำลอง ฉัตร พานพุ่ม เครื่องทองน้อย ครอบพระ และงานพุทธศิลป์ตามสั่ง เน้นความประณีตของงานช่างไทย มีการใช้ลวดลายและรูปแบบทางศาสนา สืบทอดคุณค่าศิลปกรรมไทยสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย
"จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงตกงาน ได้ไปเข้าวัดฟังธรรมแล้วได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากครูบาอาจารย์มา แต่ผอบที่จะนำมาใส่ในท้องตลาดมีราคาสูง จึงเริ่มศึกษาวิธีทำเอง จนได้พบกับอาจารย์ผู้ทำวิจัยทวารวดีในจังหวัดนครปฐม"
แม็ก- อภิชัย ทองบ้านกวย ผู้ประกอบการ เล่าถึงความร่วมมือกับโครงการให้ฟัง
อภิชัย ทองบ้านกวย Cr. Kanok Shokjaratkul
"ปี 66 ได้ฟังบรรยาย ลวดลายทวารวดี ประกอบด้วย ลายขอบธรรมจักร ลายหม้อบัวคตา (หม้อดอกไม้) รูปปั้นต่าง ๆ ยักษ์แบก ที่หนุนและส่งเสริมพุทธศาสนา เกิดไอเดียสร้างสรรค์ เข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในเฟส 1 ทำกระบะเครื่องห้า ใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมรูปยักษ์แบกผสมผสานลวดลายทวารวดี ขายให้กับผู้ที่ซื้อไปถวายวัด มีการสร้างงานจ้างนักเรียนและเยาวชนมาทำงานช่วงเสาร์-อาทิตย์ ก็ไปสอนเด็กตามโรงเรียน
ผอบใส่พระบรมสารีริกธาตุ ถ้าลูกค้าอยากได้ทรงกลีบบัว เราก็ทำ อยากได้เป็นทรงโถ ผมก็ทำ เจตนาผมอยากให้คนที่มีกำลังทรัพย์น้อยเข้าถึงงานพวกนี้ได้ งานของผมทุกคนสามารถซื้อได้ เริ่มต้นที่ 299 บาท
เราซื้อเครื่องเลเซอร์ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ นำ AI มาผสมผสานกับงานมือ ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 3D เพื่ออนุรักษ์งานศิลปะโบราณให้ก้าวทันยุคสมัย
กะบะเครื่องห้า Cr. Kanok Shokjaratkul
ทำงานด้านนี้มาเกือบ 10 ปี มีเอกลักษณ์เป็นลายแกะหินทวารวดี นำมาลงยาให้เกิดมิติ ซึ่งต้องใช้ทักษะและความประณีตสูง ลายทวารวดีถือเป็นต้นทางหรือแม่แบบของลายไทย มีการคิดค้นเทียนไฟฟ้าลายทวารวดีสีขาว เพื่อตอบโจทย์วัดที่รณรงค์ลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
ในเฟสที่ 2 มีการปรับกลยุทธ์ ให้น้องแนท-ขวัญฤดี อินมณี ช่างและทายาท มาช่วยทำสินค้าชิ้นเล็ก ๆ พวกเครื่องประดับ เช่น กิ๊บ ต่างหู สร้อยข้อมือ พวงกุญแจ ของห้อยกระเป๋า เพื่อให้เข้าถึงตลาดกลุ่มแมสได้มากขึ้น ผลิตด้วยเทคนิคที่คงทนสวยงาม ไลฟ์สดขายสินค้าเองด้วย ราคา59-99 บาท
ปัจจุบันกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เคสโทรศัพท์แบบ DIY ให้ลูกค้าเลือกชิ้นส่วนมาติดเองหน้างาน เราได้นำทักษะนี้ไปสอนเด็กตามโรงเรียน เพื่อพัฒนาทายาทรุ่นใหม่ นำงานลวดลายไทยและลายทวารวดีมาถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ช่วยสร้างรายได้"
Cr. Kanok Shokjaratkul
หัตถกรรมลาวครั่ง
2. จักสาน จากหวายเทียม
ข้าราชการบำนาญจำนวน 10 กว่าคน ต.ดอนรวก อ.ดอนตูม รวมตัวกันตั้งเป็น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมลาวครั่ง เพราะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่ง ทำหัตถกรรมจากหวายเทียม
"มีลายทวารวดี ลายก้านขด ลายพระราชวังสนามจันทร์ ลายองค์พระปฐมเจดีย์ (ลายประจำกลุ่ม) ลายธงชาติ ลายพุดตาน ลายดอกไม้ 5 ลาย พอได้รับการสนับสนุน ก็มีลายเพิ่มขึ้น แล้วก็ไปรับลายพระราชทาน ปีนี้คือลายขอหันหลังชนกันเป็นคู่ ๆ พอรวมกันแล้วจะเป็นลายหัวใจ เราเรียกว่าลายขอพระราชทาน" ประธานกลุ่มฯ เล่าถึงการทำงานกับโครงการให้ฟัง
Cr. Kanok Shokjaratkul
"เมื่อได้รับการสนับสนุนและเข้าโครงการวิจัยทวารวดี ทำให้มีการพัฒนาลวดลายเพิ่มมาก ราชภัฏมาช่วยเรื่องการพัฒนารูปแบบ ออกแบบลวดลาย ขยายตลาด ได้ไปเข้าร่วมโครงการตลาดวัฒนธรรม ไปเชื่อมต่อพันธมิตร พาณิชย์จังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด พัฒนาชุมชน
เราเป็นสินค้า OTOP ที่แบ่งรายได้ให้ผู้ผลิต 70% อีก 30% ไว้เป็นทุน ด้านการทำงานจัดสรรงานตามความถนัดของแต่ละคน ใน 1 ใบ ไม่ได้ทำคนเดียว คนหนึ่งขึ้นรูปลาย คนหนึ่งเก็บพันขอบ เก็บรายละเอียด ทำจูงนาง ทำบุผ้า 1 ใบ ใช้เวลาทำ 2 วัน
มีบริการหลังการขาย อยากได้อะไร พัฒนาเป็นแบบที่เข้าถึงตลาดคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทำเชิงแฟชั่นก็มี ลายที่ได้จากงานวิจัย ทำให้ขายได้เพิ่มขึ้น จาก 500 บาท มาต่อยอดมีผ้าบุมีอะไรให้มันสวยงาม กลายเป็น 790 บาท ราคากระเป๋า มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ตะกร้าใส่ของไปทำบุญ 590, 690, 790 บาท"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ศิลปะปูนปั้นทวารวดี
3. กระถางแฮนด์เมดจากปูนซิเมนต์ Lady Farm
จอร์จ และ ไอซ์ เป็นผู้ประกอบการ ที่ทำแม่พิมพ์เอง หล่อเอง ขายกระเบื้อง กระถางปูน ประติมากรรมจากปูนซีเมนต์
"ปกติผมอยู่บ้าน ทำงานรับจ้างเป็นฟรีแลนซ์เกี่ยวกับงานศิลปะ เขียนป้าย เพ้นท์ผนัง พอมีเวลาว่างก็ลองทำกระถางปูน ปลูกบอนไซ แคคตัส เอาปูนก่อสร้างมาลองทำ ลองผิดลองถูก แล้วเอาไปขายครั้งแรกที่ถนนคนเดิน ขายได้ 7 ใบ เห็นว่ามันขายได้ ก็พัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ ลองหาแม่พิมพ์ซิลิโคน พวกตุ๊กตามา"
Cr. Kanok Shokjaratkul
"วันหนึ่งมีอาจารย์ศิลปกรรมที่ราชภัฏมาสอบถามดู ก็เลยเข้าร่วมพัฒนาสินค้าที่เป็นศิลปะทวารวดี พอได้ทุนจากอาจารย์มา ก็ทำแม่พิมพ์เองทุกอย่าง พัฒนาทักษะเพิ่มเติม ผมจบศิลปะภาพพิมพ์ เพาะช่าง แต่น้องแฟนจบเซรามิกมา ทุนทำเซรามิกมันไม่ค่อยมี ก็เลยเป็นแบบนี้ เป็นความดิบของปูน มีแจกัน มีตุ๊กตา มีน้องหมา บางคนเอาไปตกแต่งตู้ปลา
ลวดลายส่วนใหญ่มาจากศิลปะสมัยทวารวดี นำมาพัฒนารังสรรค์เป็นของใช้ ของตกแต่งบ้าน เช่น สิงห์ ยักษ์ทวารบาล ยักษ์แบก ใบหน้าบุคคล กวางหมอบ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเรื่องเล่า สร้างเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
ส่วนใหญ่คนซื้อไปปลูกพวกต้นไม้เล็ก ๆ แคคตัส ไม้อวบน้ำ ที่จำกัดพื้นที่ เพราะคนอยู่หอปลูกต้นไม้ใหญ่ไม่ได้ ผลตอบรับดี บางคนมาเห็นก็เกิดไอเดียอยากจะเอาไปใช้งานอย่างอื่นต่อ"
สี่สี่มังกร ถุงทอง Cr. Kanok Shokjaratkul
สี่สีมังกรถุงทอง - ไอศกรีมข้าวหลาม
นครปฐมขึ้นชื่อเรื่องโต๊ะจีน ด้วยความที่มีโต๊ะจีนเยอะ ทำให้วัตถุดิบหมุนเวียนสดใหม่อยู่ตลอด
โต๊ะจีนนครปฐมแคทอริ่ง ผู้ประกอบการในงานวิจัยเพื่อสืบทอดทุนวัฒนธรรมของชาวจีน มีการพัฒนาเมนู สี่สีมังกร จากเดิมห่อเป็นแท่งแล้วนำไปนึ่ง นำไปหั่นเป็นชิ้นก่อนทอด มาประยุกต์ใหม่เป็น สี่สีมังกรถุงทอง ใช้แผ่นเต้าหู้ห่อไส้ทั้ง 4 อย่าง แต่ทำให้มีขนาดเล็กลง ทานได้ง่ายขึ้น
เมนูโต๊ะจีนวันนี้ที่ได้รับประทาน เริ่มจาก แปะก๊วยคั่วเกลือ อาหารเรียกน้ำย่อย ไม่มีความขม, หอยจ๊อ ถุงทอง สี่สีมังกรถุงทอง ข้างในเป็นไข่แดงของไข่เค็ม หมูยอ กุนเชียง ขิงดอง ทานกับน้ำจิ้มบ๊วย, เป็ดยัดไส้ เกาลัก หมู 3 ชั้น, ยำทะเล ไว้แก้เลี่ยน, หูฉลามเนื้อปู, หมี่ผัด, ปลานึ่งมะนาว, ซุปเยื่อไผ่
ไอศกรีมข้าวหลาม Cr. Kanok Shokjaratkul
ส่วนของหวาน ขนมบัวหิมะลายทวารวดี จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกับงานวิจัย มีการปรับไส้และแป้งให้มีความนุ่มมากยิ่งขึ้น ต่อด้วย ไอศกรีมข้าวหลาม จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกับงานวิจัยอีกรายหนึ่ง
น้ำดื่ม โมจิโตะส้มโอ ก็พัฒนามาจากงานวิจัยเช่นกัน ส่วนผสมมีส้มโอ ใบสระแหน่ เลมอนดองน้ำผึ้ง มาปรับรสชาติให้มีทั้งกลิ่นและรสเพื่อความสดชื่นเวลารับประทานอาหาร สามารถต่อยอดไปเป็นกาแฟมัทฉะได้
ตำนานหมูแผ่น ตั้งฮะเฮง
ที่ชุมชนริมคลองวัดพระงาม เราได้พบกับ ร้านทำหมูแผ่นเก่าแก่ที่อยู่คู่กับนครปฐมมานาน กว่า 40 ปี ร้านตั้งฮะเฮง มี ไซ่ฮุ้น แซ่อื๊อ อายุ 79 เล่าว่า เดิมทำงานในโรงงานทำหมูแผ่นของเพื่อน จากนั้นก็ออกมาทำเอง
"ขั้นตอนการทำหมูแผ่น เริ่มจากทำเนื้อหมูให้เรียบสนิทเป็นแผ่นเดียวกัน นำไปตัดเป็นสี่เหลี่ยม เอาไปตากแห้ง แล้วนำมาปิ้ง ในอดีตปิ้งด้วยเตาถ่านบนรถเข็นที่เข็นไปขาย ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้เตาไฟฟ้า เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และถูกสุขอนามัย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
การชั่งน้ำหนัก ก็เปลี่ยนจากเครื่องชั่งโบราณ มาเป็นเครื่องชั่งรุ่นใหม่ เพื่อให้ได้น้ำหนักที่ชัดเจนและแม่นยำ ส่วนการบรรจุก็เปลี่ยนจากถุงร้อน มาเป็นกรรมวิธีแพ็กเกจจิ้งแบบใหม่ที่เน้นความสะอาดและช่วยยืดอายุการเก็บรักษาหมูแผ่นให้ได้นานยิ่งขึ้น
ร้านหมูแผ่นแห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเรียนรู้กรรมวิธีการทำหมูแผ่น เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมอาหารต่อไปได้อีกด้วย
ชมร่องรอยอดีต ศิลปะทวารวดี ที่ วัดพระงาม
นับว่าโชคดีมาก ที่ครั้งนี้ได้มาชม โบสถ์มหาอุตม์ อุโบสถเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ในวัดพระงาม ปกติจะเปิดให้เข้าสักการะเฉพาะในวันสำคัญทางศาสนาหรือในงานประเพณีเท่านั้น
"โบสถ์นี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2450 เป็นโบสถ์มหาอุตม์ มีทางเข้าออกประตูด้านหน้าเพียงด้านเดียว คำว่า มหาอุตม์ หมายถึงประตูเดียว อุตม์ คือ อุดม แปลว่ายิ่งใหญ่และดีที่สุด คนโบราณเชื่อว่าโบสถ์แห่งนี้มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก"
พระมหาชุติพัฒน์ โชติวฑฺฒโน อาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดพระงาม เล่าให้ฟัง
ภายในโบสถ์มหาอุตม์ Cr. Kanok Shokjaratkul
"ในอดีตมีการก่อสร้างทางรถไฟแถวนี้ ทำให้ค้นพบโบราณวัตถุมากมาย โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์ที่งามที่สุด กรมพระยาดำรงราชานุภาพบอกว่า เป็นพระที่งาม จึงเป็นที่มาของชื่อวัดพระงาม (สามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร) ที่นี่ยังพบศิลาจารึกที่สวยที่สุดสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และธรรมจักร ร่วมสมัยเดียวกันกับองค์พระปฐมเจดีย์ อีกด้วย
ออกจากโบสถ์ ขึ้นไปบนเนินเขา มีโบราณสถาน มีพระพุทธรูปโบราณสมัยอยุธยาตอนปลายเป็นประธาน ช่วงวิจัยเฟสแรก ปี 66 มีการฟื้นฟู ประเพณีตักบาตรข้าวหลาม ในวันสำคัญทางศาสนา ณ ที่นี่จะมีพระเดินลงบันไดมา ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรแล้ว เขาเอาเหล็กมาค้ำเนินเขาไว้ อยู่ในช่วงการขุดค้น เป็นพื้นที่ห้าม ห้ามวัด ห้ามใครไปบูรณะ"
วัดพระงาม Cr. Kanok Shokjaratkul
วัดพระงาม Cr. Kanok Shokjaratkul
วัดพระประโทณ Cr. Kanok Shokjaratkul
พระปฐมเจดีย์ Cr. Kanok Shokjaratkul
สิงห์ ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม Cr. Kanok Shokjaratkul
ลายกนกสยายไปตามธรรมชาติ ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม Cr. Kanok Shokjaratkul
พระปฐมเจดีย์ Cr. Kanok Shokjaratkul





