การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน Commu Journey Nakhon Si-Phat Lung ภายใต้โครงการ เที่ยวท่องล่องชุมชนใต้ ปี 2569 ทำให้เราได้ไปสัมผัสกับท้องถิ่นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม
จังหวัด พัทลุง มีธรรมชาติที่แตกต่างหลากหลาย จุดเด่นคือ ทะเลสาบ ในครั้งนี้เราได้ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวบ้าน นอนพักโฮมสเตย์ ออกไปทำประมงกับชาวประมงพื้นบ้านที่สืบทอดอาชีพนี้มาจากบรรพบุรุษเป็นเวลายาวนาน
ทะเลสาบสงขลา มีภูมิศาสตร์และระบบนิเวศหลายตอนที่มีลักษณะแตกต่างกัน เช่น
ทะเลน้อย : เป็นน้ำจืด
ทะเลหลวง : เป็นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี (โลมาหัวบาตร) เหลืออยู่ประมาณ 10 ตัว ในช่วงน้ำจืด
ทะเลสาบตอนล่าง : เป็นน้ำเค็ม ในช่วงกลางปีน้ำเค็มจากอ่าวไทยจะดันเข้ามาผสมกับน้ำจืด กลายเป็นน้ำกร่อย เป็นบริเวณที่มีความหลากหลายของสัตว์น้ำมากที่สุด
Cr. Kanok Shokjaratkul
หากน้ำในทะเลสาบตอนกลางเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็มล้วนจะถือว่าผิดปกติ
ชาวบ้านจะสังเกตได้จากสัตว์น้ำที่จับได้ เช่น หากจับ กั้ง ได้ แสดงว่าน้ำเค็มเริ่มเข้ามาแล้ว
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเกิดอุทกภัยใหญ่ น้ำท่วมสูงกว่าพื้นอาคารที่พักประมาณ 15 เซนติเมตร
แต่ในมุมมองของธรรมชาติ อุทกภัย คือการ รีเซ็ต (Reset) ให้ระบบนิเวศกลับเข้าสู่สภาวะสมดุล ส่งผลให้ปีนี้เริ่มมีสัตว์น้ำมากขึ้น โดยเฉพาะกุ้งก้ามกรามที่มีคนจับได้ถึงวันละ 80 กิโลกรัม
วิถีประมงธรรมชาติและผลผลิตจากท้องเล
เราเดินทางไปที่ ชุมชนเกาะหมาก ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบสงขลา อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง
เมื่อวางกระเป๋าสัมภาระแล้วก็ลงเรือไปเที่ยว เกาะกระ กัน ที่นั่นเป็นเกาะสายมู (มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเล่ามากมาย ขอรวบรวมเล่าพร้อมกันในหลายสิ่งในตอนต่อไป)
ขากลับเรือแล่นผ่านเกาะที่เกี่ยวข้องกับการทำรังนก ที่นั่นมีอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และตัวหนังสือ จปร บนก้อนหิน เป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) แสดงถึงการเสด็จประพาสต้นและตรวจท้องที่หัวเมืองต่าง ๆ ในอดีต
จากนั้นกลับมาที่พัก ทำเวิร์คชอป ไข่เค็มดินปลวก และ งานศิลป์จากหินทราย
Cr. Kanok Shokjaratkul
ไข่เค็มดินปลวก
กิจกรรมแรก มีส่วนประกอบหลักคือ ดินปลวก 3 ส่วน ต่อ เกลือ 1 ส่วน ผสมแล้วหมักทิ้งไว้ 2 คืน ให้เกลือเข้าเนื้อดินก่อน
จากนั้นนำไข่สดมาพอก ไม่ต้องหนามาก ถ้าหนาเกินไปจะส่งผลต่อความเค็ม ทำให้เค็มเร็วและเค็มจัดเกินไป ต้องพอกให้พอดี
ส่วนมากจะเห็นแต่แกลบเผาสีดำ ๆ แต่ที่นี่มีกรวดทรายล้างหรือหินทรายมาพอกด้วย ความพิเศษคือ ความเย็นของหินจะช่วยดึงความเค็มลงมา ทำให้รสชาติของไข่เค็มมีความ นัว ไม่เค็มโดดเหมือนการใช้แกลบเผา
พอกเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ 7 วัน นำมาทำไข่ดาวได้ หรือรอ 14 วัน นำมาต้มได้ เราสามารถกำหนดความเค็มได้ ถ้าทิ้งไว้นานเกินไปไข่ก็จะยิ่งเค็มมากขึ้น
Cr. Kanok Shokjaratkul
ศิลปะหินทราย
กิจกรรมที่สอง ทำงานศิลปะจากเศษหินและกรวดทรายล้าง โดยใช้วิธีวาดลวดลายหรือตัวเลขแล้วใช้กาวติดเม็ดกรวดลงไป เป็นการนำวัสดุในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์งานศิลปะ
ไปจับกุ้งก้ามกรามกัน
เสร็จสิ้นจากกิจกรรมเวิร์คชอป เรานั่งเรือออกไป เพื่อไปกู้ ไซ สามน้ำ จับ กุ้งก้ามกราม กลางทะเลสาบ ลงไปในน้ำกันจริง ๆ เลย สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน
ออกเรือไป 5 ลำ โดยชาวประมงในพื้นที่ 5 คน เป็นผู้นำทีม รับผิดชอบกิจกรรมพาชมวิถีชาวประมง กู้ ไซ เครื่องมือดักสัตว์น้ำที่ใช้ในทะเลสาบ
"ในบริเวณนี้ เราจะวางอวนตั้งไว้เป็นแนวกั้น เพื่อให้สัตว์น้ำเดินตามอวนแล้วเข้าไปติดในไซที่ดักไว้ปลายทาง
ถ้าเราสังเกต จะเห็นว่า บริเวณที่มีไซ จะมีไม้ปักคู่ ปักไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อยึดไซไว้
ไซ มีลักษณะยาวประมาณ 1 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมประมาณ 50 เซนติเมตร
น้ำตรงนี้ไม่ลึกมาก ประมาณระดับอก พื้นด้านล่างจะเป็นโคลนนิ่ม ๆ ที่ต้องระวังคือแนวอวนที่วางไว้ ให้ก้าวข้ามไป
Cr. Kanok Shokjaratkul
วิธีการกู้ไซ ขั้นแรกต้องแกะเชือกที่ผูกยึดไซไว้ออกก่อน จากนั้น เวลาจับยกไซ ต้องจับจากด้านหน้าเสมอ เพราะถ้าจับด้านหลัง อาจโดนเงี่ยงของสัตว์น้ำบางชนิดที่มีพิษแทงเอาได้ เช่น ปลามีหลัง หรือปลาดุกทะเล ซึ่งจะทำให้บาดเจ็บ" ชาวประมงเล่า แล้วก็บอกว่า
"การกู้ไซแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับ กล่องสุ่ม ที่เราต้องมาลุ้นกันว่าจะได้อะไรบ้าง เช่น ลูกนี้ได้ กุ้งตัวใหญ่ มีกุ้งไข่ท้องด้วย แล้วก็มี ปลาดุกทะเล
ขนาดของสัตว์น้ำที่เราจับได้วันนี้ สามารถนำไปขายได้และกินได้
ในแถบนี้จะมีไซวางอยู่ประมาณ 100 กว่าลูก วางแนวยาวไปตามทะเลสาบประมาณ 3 กิโลเมตร
ยิ่งออกไปด้านนอกปลาก็จะยิ่งเยอะเพราะน้ำไหลเวียนดีกว่าด้านใน
ส่วนไม้ไผ่ที่ใช้ปักนั้น ใช้งานได้นานประมาณ 2 ปี ก็เปลี่ยนครั้งหนึ่ง
เทคนิคการจับปลากับกุ้ง เพื่อถ่ายรูป ถ้าเป็นปลาให้จับที่กลางลำตัว กำไว้ให้แน่น ถ้าเป็นกุ้งให้จับบริเวณก้าม เพื่อป้องกันมันหนีหรือดีด"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ชมดาว ลานยอ
"ผลงานการกู้ไซทั้งหมด 12 ลูกของเราในวันนี้ เราได้ปลามีหลัง (ปลาดุกทะเล) ปลากะพงหิน ปลาหัวโม่ง หรือปลาหัวอ่อน แล้วก็กุ้งก้ามกราม รวม ๆ ทั้งปลาและกุ้งเกือบ 3 กิโลกรัม
เฉพาะกุ้งก้ามกรามได้มา 3-4 ตัว ซึ่ง 2 ตัวหลังน้ำหนักรวมกันก็ครึ่งกิโลแล้ว แต่ปริมาณกุ้งที่ได้ถือว่ายังน้อยอยู่ เพราะไม่ใช่ช่วงโตเต็มวัย
ช่วงพีคจริง ๆ จะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะก่อนวันที่ 10 สิงหาคม ช่วงนั้นกุ้งจะตัวใหญ่และได้ปริมาณเยอะขึ้น มีครอบครัวหนึ่งเคยจับได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อวันเลย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ไกด์คิม-คิมหันต์ สุวรรณเรืองสี ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลเกาะหมาก เจ้าของ ชมดาวลานยอ เกาะหมาก พัทลุง เล่าให้ฟัง
"พื้นที่ในการวางไซหรือจับกุ้งในทะเล มีการแบ่งเขตตามการสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มาถึงปัจจุบันจะเป็นการทำต่อ ๆ กันมาในครอบครัว
เรามีแนวคิดเรื่อง ธนาคารกุ้ง หากเราได้กุ้งก้ามกรามที่มีไข่มา เราจะนำไปปล่อยในตอนกลางคืน
กลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนและชมดาวลานยอ เกิดขึ้นในวันที่ 11 มกราคม 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผมจบการศึกษาพอดี แรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อที่เป็นครูและเป็นปราชญ์ในพื้นที่ ผมจึงนำความรู้ที่เรียนมามาปรับใช้ในการพัฒนาบ้านเกิด
เริ่มต้นเราส่งโครงการประกวดเส้นทางท่องเที่ยวจนได้รับรางวัลระดับประเทศ นำรางวัลนั้นมาเป็นแรงผลักดันในการสร้างฐานกิจกรรมการเรียนรู้ 10 ฐาน โดยดึง ของดี ในชุมชนมาสร้างรายได้
Cr. Kanok Shokjaratkul
กิจกรรมของเราเน้นการนำวัสดุเหลือใช้หรือวิถีชีวิตดั้งเดิมมาสร้างมูลค่า
กิจกรรมท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของที่นี่ นักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือไปชมหมู่เกาะสี่เกาะห้าเกาะกระ
กิจกรรมไข่ในหิน : การดองไข่เค็มแบบแห้งโดยใช้ดินจอมปลวกผสมเกลือ เป็นไข่จาก เป็ดไล่เล (เป็ดที่หากินในทะเล)
กิจกรรมประติมากรรมทราย : นำกรวดทรายล้างที่ไม่มีมูลค่ามาสร้างเป็นงานศิลปะภาพประกอบทราย
กิจกรรมยกไซจับกุ้ง : สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ไปยกไซกับชาวประมงแล้วนำกุ้งมาปรุงอาหาร
กิจกรรมทำบ้านปลาจากต้นลาโพ : พืชท้องถิ่นที่ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ
กิจกรรมกินร้อยปล่อยล้าน : เราใช้ไปเท่าไร เราต้องสร้างคืนเท่านั้น โดยปล่อยลูกกุ้งคืนสู่ทะเลสาบเพื่อความยั่งยืน
กิจกรรมปั่นจักรยาน : ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง ค่าเช่าจักรยานคันละ 100 บาท ไปดูวิถีชีวิต ควายปลัก ชมป่าพรุในตอนเช้า
Cr. Kanok Shokjaratkul
ที่นี่มีการจัดการเรื่องความยั่งยืน พื้นที่พักผ่อนและชมดาวใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์
และเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ นอกจากรอยเท้า เพื่อรักษาทรัพยากรให้ชุมชนดูแลต่อไป
การทำงานกับคนในชุมชนมีความท้าทายตรงที่การทำให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมและมีความเชื่อมั่น
เราใช้โมเดล แยกกันทำ รวมกันขาย ภายใต้มาตรฐานเดียว
เช่น กิจกรรมปิ่นโตชุมชน ราคา 320 บาทต่อเถา โดยให้ 1 ครัวเรือนรับผิดชอบ 1 เถา เพื่อให้รายได้กระจายสู่บ้านต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
เรื่องความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ ผมใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีสมาชิกทุกคนเพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางเงินได้ชัดเจน ลดปัญหาความขัดแย้งเรื่องเงินในกลุ่ม
Cr. Kanok Shokjaratkul
ผลตอบแทนที่ชุมชนได้รับ รายได้จะขึ้นอยู่กับแต่ละกิจกรรม เช่น กิจกรรมประติมากรรมทราย สร้างรายได้ประมาณ 5,000 - 10,000 บาทต่อเดือน
ส่วนชาวบ้านที่พานักท่องเที่ยวไปยกไซจับกุ้ง ในช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน
โดยเฉลี่ยแต่ละครัวเรือนจะมีรายได้เสริมประมาณ 3,000 - 10,000 บาท ตามแต่ความพร้อมและการเข้าร่วมกิจกรรมครับ
กลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว มีทั้งพ่อแม่ลูกและผู้สูงอายุ
เราจำกัดจำนวนคณะต่อวันเพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เหมือน พักผ่อนในอ้อมกอดของทะเล
ชาวต่างชาติที่มามากที่สุดคือ ชาวญี่ปุ่น แนวแบ็คแพ็ค มาสัมผัสวิถีชีวิตจริง ๆ
Cr. Kanok Shokjaratkul
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีส่วนสำคัญมากโดยเฉพาะเรื่องตลาด ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2560 ที่เราไปออกบูธ ทำให้เกาะหมากเป็นจุดหมายปลายทางของการ ชมแสงสุดท้าย ในพัทลุง
นอกจากนี้เรายังนำโมเดล Eat Green ของ ททท. มาปรับใช้ ทั้งการเดินทาง การกิน และการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
ความคาดหวังในอนาคต ผมมองว่าความยั่งยืนที่แท้จริงคือการที่ชุมชนสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้
เป้าหมายต่อไป คือ การสร้างความมั่นคงทางรายได้ควบคู่ไปกับความสุขที่มากกว่าเดิม เพื่อให้ชุมชนเกาะหมากเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ผู้สนใจติดต่อได้ทางโทร 061-491-9362 หรือ Facebook เพจ ชมดาวลานยอ และ ท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลเกาะหมาก
Cr. Kanok Shokjaratkul
นวัตกรรม 'บ้านปลา' จาก 'ต้นราโพ'
เช้าวันต่อมา ก่อนกลับ เราได้ทำกิจกรรมปล่อยลูกกุ้งก้ามกราม ไกด์คิม เล่าว่า
"ในพื้นที่ของเรา เราทำบ้านปลาจาก ต้นราโพ เพราะที่นี่ปลูกต้นลำพูหรือโกงกางได้ไม่ค่อยดี
เราปลูกต้นราโพมา 3 ปีแล้ว ต้นลาโพมีรากใหญ่ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และมีรากฝอยเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ รวมถึงเป็นที่หลบซ่อนจากศัตรูตามธรรมชาติด้วย
คอนเซปต์ของเราคือ สร้างก่อนใช้ เราสร้างบ้านปลาต่อเนื่องมา ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่จะสร้างเพิ่มอีก 100 กอง
Cr. Kanok Shokjaratkul
จากนั้นจะเริ่มนำมาใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เช่น การทำ หลอดดูดน้ำ จากต้นราโพ เป็นนวัตกรรมการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน
หลอดนี้ขายในตลาดออนไลน์ได้ถึงหลอดละ 2 บาท ในขณะที่หลอดพลาสติกทั่วไปราคาเพียง 0.25 บาท
กิจกรรมปล่อยกุ้งก้ามกราม กุ้งหนึ่งตัวออกไข่ได้ประมาณ 40,000 ถึง 60,000 ฟอง แต่อัตราการรอดตามธรรมชาติมีเพียงแค่ 1% หรือประมาณ 1-2 ตัวต่อร้อยตัวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีพื้นที่กว้างและมีที่หลบซ่อนให้เขา
ลูกกุ้งที่อายุไม่เกิน 7 วันจะยังไม่ คว่ำตัว (ว่ายน้ำแบบปกติ) ตอนนี้เขาจะว่ายแบบหงายหรือกรรเชียง แต่หลังจาก 7 วันไปแล้วเขาจะเริ่มคว่ำตัว
Cr. Kanok Shokjaratkul
เทคนิคหรือข้อควรระวังในการปล่อยลูกกุ้งก้ามกรามคือ ต้องปล่อยให้ถึงน้ำ และดูให้ละเอียด โดยเฉพาะกุ้งตัวเล็ก ๆ ที่เรามองเห็นเป็นเพียงจุดดำ ๆ ในถัง
เราต้องนำน้ำใส่ถังแล้วเทให้กุ้งลงถึงน้ำโดยตรง เพราะถ้าเทแบบช้า ๆ หรือปล่อยให้กุ้งติดค้างอยู่ในถัง กุ้งจะบอบช้ำและมีโอกาสรอดน้อยมาก หรืออาจจะเป็น 0% เลยก็ได้
เราต้องเช็คในถังให้ดีว่ามีลูกกุ้งหลงเหลืออยู่ไหม เพื่อไม่ให้เป็นการทำบาปโดยไม่ตั้งใจ
แนวคิด กินร้อยปล่อยล้าน เป็นสโลแกนที่พวกเราใช้สื่อสารร่วมกันในกลุ่ม ตั้งใจให้กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง พื้นที่ต้นแบบการจัดการ โดยใช้วัสดุเหลือใช้มาทำป้ายและปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงาม
สภาพแวดล้อมในบริเวณนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีทั้ง ต้นราโพ และ ป่าโกงกาง เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ
ในอนาคตเราอยากให้ตรงนี้เป็นจุดเรียนรู้ และมีการจัดการพื้นที่ที่เป็นระบบมากขึ้น"
Cr. Kanok Shokjaratkul
เรื่องเล่าในตำนาน
ที่นี่มีเกาะหลายเกาะ ตามตำนานเล่าว่า มีครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวชื่อนางเอื้อย พ่อแม่พานางเอื้อยไปหาสมบัติตามลายแทงในถ้ำ แต่นางเอื้อยเข้าไปคนเดียว เมื่อเจอสมบัติแล้วตะโกนเรียกให้ช่วย เสียงสะท้อนในถ้ำทำให้พ่อแม่เข้าใจผิดว่าเป็นเสียงปีศาจจึงพายเรือหนีกลับไป
นางเอื้อยน้อยใจต้องอยู่ที่เกาะ มีเรือสำเภาชาวจีนผ่านมาก็ได้แต่งงานกันไปค้าขายจนร่ำรวย กลับมาหาพ่อแม่ แต่นางเอื้อยเห็นพ่อแม่ที่แก่เฒ่าแล้วมาหา ก็กลัวสามีจะรับไม่ได้จึงปฏิเสธไม่มาพบ พ่อแม่เสียใจมากสาปแช่งจนเรือสำเภาอัปปาง ข้าวของในเรือที่กระจายออกไปกลายเป็นเกาะต่าง ๆ ได้แก่
เกาะตาโสและเกาะยายโส : เกิดจากพ่อแม่ที่พายเรือตามหาลูกจนกลายเป็นเกาะ
เกาะแก้ว : มาจากแก้วใส ๆ ในเรือ
เกาะร้านไก่ : มาจากเล้าไก่บนเรือสำเภา
เกาะมวย: มาจากมวยผมของนางเอื้อย
เกาะกระตัง : มาจากอุปกรณ์ตวงข้าวสารของจีน
Cr. Kanok Shokjaratkul
ของดีและอาหารเด่นประจำถิ่น
โซนทะเลน้อย : ปลาดุกร้า, ปลาลูกแบร่, ไข่ปลาทอด ขนมหวานจากสาคูต้น
อำเภอเมือง : มีเขาอกทะลุเป็นสัญลักษณ์ และมีกาละแม
อำเภอเขาชัยสน : มีวัดเขียนบางแก้ว, น้ำพุร้อน และปลาเม็งแดดเดียว
อำเภอบางแก้ว : โดดเด่นเรื่องข้าวสังข์หยด และแก่งหูแร่
อำเภอป่าบอน : มีสละและสับปะรดขายตลอดสองข้างทาง
อำเภอปากพะยูน : ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแก้วและกุ้งก้ามกรามตัวโต
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul



