วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

4 สถานที่ท่องเที่ยวและพักใจทางธรรม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่

ถ้าอยากไปวัดที่มีต้นไม้ใหญ่ๆ ร่มรื่น หรือป่าในเมือง ขอแนะนำเสถียรธรรมสถาน วัดปทุมฯ วัดญาณเวศกวัน และเขามอ วัดประยุรวงศาวาส สวนหย่อมและสระน้ำสไตล์จีนโบราณ

ก่อนหน้านี้เคยแนะนำแหล่งพักใจในกรุงเทพฯ ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ไม่ว่าศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท.ย่านประเวศ,สวนลอยฟ้า เซ็นทรัล พาร์ค,สวนโมกข์กรุงเทพ ซึ่งเป็นสถานที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มรื่น  

และเมื่อไม่นานมีกิจกรรมนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย ไม่เล่นมือถือ ไม่คุย ไม่ฟังเพลง ไม่อ่านหนังสือ ที่สวนเบญจกิติ กลับมาจัดอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เหมาะสำหรับคนต้องการความสงบไม่กี่ชั่วโมงและต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งกิจกรรมฮีลใจแบบนี้เริ่มมีเห็นมากขึ้น

ส่วนเรื่องราวครั้งนี้ขอแนะนำ 4 สถานที่ทางธรรมที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ฮีลใจ ในกรุงเทพฯ เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงไม่อยากเห็นตึกอาคารขนาดใหญ่เต็มวัด ถ้ามีต้นไม้น้อยใหญ่เป็นองค์ประกอบ ย่อมดีต่อใจ

4 สถานที่ท่องเที่ยวและพักใจทางธรรม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่

  • 1.เสถียรธรรมสถาน ป่าในเมือง

เสถียรธรรมสถาน ตั้งอยู่ถนนวัชรพล ซอยรามอินทรา 55 ก่อตั้งโดยแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ตัั้งแต่ปี 2539 และเมื่อแม่ชีศันสนีย์ คืนสู่ธรรมชาติ 7 ธันวาคม ปี2564 ปัจจุบันป้าตุ๋ม-สายสัมพันธ์ ปัญญศิริ (พี่สาวแม่ชี) รับผิดชอบดูแลกิจกรรมต่อ โดยดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิเสถียรธรรมสถาน 

ที่นี่เป็นอีกสถานที่ร่มรืน มีต้นไม้น้อยใหญ่หลากชนิด โดยเฉพาะต้นลีลาวดีสวยงามมาก จึงเป็นอีกสถานที่พักใจที่อยากแนะนำ คนทั่วไปสามารถเข้าไปปฎิบัติธรรมหรือเที่ยวชมสถานที่ได้ 

ที่นี่ให้ความใส่ใจในการดูแลต้นไม้ทั้งหมด และจัดวางองค์ประกอบได้สวยงาม มีการตัดต้นไม้ถูกหลักตามแบบรุกขกร สถานที่แบบนี้หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ ร่มรื่น สะอาด สงบ แม้จะนั่งอยู่ช่วงกลางวันแดดเปรี้ยงๆ เพราะต้นไม้เยอะ ทำให้ไม่รู้สึกร้อนเหมือนสถานที่ทั่วไปในกรุงเทพฯ

กว่าจะเป็นเสถียรธรรมสถาน สถานที่สวยงามแบบนี้ บริเวณนั้นเคยเป็นทุ่งนา ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีต้นไม้ แม่ชีศันสนีย์ เริ่มให้สร้างศาลาจาก มีพระธุดงค์เริ่มมาปักกลด และคนเริ่มมาปฏิบัติธรรม จึงทยอยสร้างกุฎิ โรงครัว และชุมชนเล็กๆ โดยท่านปักธงธรรมไว้ว่า เสถียรธรรมสถาน นอกจากเป็นสถานที่ทางธรรม จะต้องเป็นป่าในเมือง 

"เมื่อไม่มีธรรมชาติ ก็ต้องสร้างธรรมชาติ เราปลูกต้นไม้ไม่เป็น ก็พยายามปลูกให้เป็น ธรรมะทำให้รู้จักการถ่อมตัว เสถียรฯต้องเป็นป่าในเมือง เรามีต้นไม้เป็นครู แม้จะสร้างอาคารอะไร จะทำลายป่าไม่ได้เลย

ตอนนั้นมีต้นไกร ต้นสาละ บางต้นมีอายุกว่า 24 ปี เพราะเราความพยายามที่จะสร้างผืนดินแห่งธรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางธรรมที่แวดล้อมด้วยต้นไม้และกลิ่นอายแห่งความรักของเพื่อนมนุษย์ ”แม่ชีศันสนีย์ กล่าวไว้

 

4 สถานที่ท่องเที่ยวและพักใจทางธรรม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ (พื้นที่สีเขียวในวัดปทุมฯ ข้างสยามพารากอน) 

  • 2.วัดปทุมฯ ข้างสยามพารากอน

เป็นวัดที่รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า ทั้งสยาม พารากอน และเซ็นทรัลเวิลด์ ตอนที่แวะเวียนไป ไม่นึกว่าจะมีวัดสงบเงียบ มีสวนป่าร่มรื่นให้พักเหนื่อย และมีห้องน้ำสะอาดๆ 

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มีการแบ่งเป็นโซนๆ ถ้าเดินเข้าไปด้านในสุดจะเจอสวนป่าที่ร่มรื่น

โซนด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์จากลาว พระแสง พระเสริมป ระดิษฐานอยู่ในพระวิหาร ส่วนพระสายน์ ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ

นอกจากนี้ยังมีโซนพระเจดีย์ ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองทำด้วยหินอ่อน และพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนซึ่งได้มาจากลังกาอีกด้วย ส่วนด้านหลังพระเจดีย์ตรงข้ามกับพระวิหารมีพระมณฑปของรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ทรงสร้างวัดนี้ขึ้นมา

เหมือนเช่นที่กล่าว ถ้าต้องการความสงบให้ไปที่ "สวนป่าพระราชศรัทธา” ด้านหลังของวัด มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น และมีศาลาพระราชศรัทธาสามารถเข้าไปนั่งสมาธิ และฟังธรรม 

สวนป่ากลางกรุงในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร แม้จะรายล้อมด้วยตึกสูงและห้างสรรพสินค้าใจกลางสยาม  แต่มีความสงบเงียบเป็นที่แหล่งพักใจกลางเมืองที่ร่มรื่น จะมานั่งสมาธิ หรือนั่งเงียบๆ เพื่อเติมพลังในวันนั้นก็ย่อมได้

4 สถานที่ท่องเที่ยวและพักใจทางธรรม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่

4 สถานที่ท่องเที่ยวและพักใจทางธรรม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ (ความร่มรื่นในวัดญาณเวศกวัน)

  • 3.วัดญาณเวศกวัน พุทธมณฑลสาย 4  

วัดแห่งนี้แม้จะตั้งอยู่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม แต่สามารถเข้าเส้นพุทธมณฑลสาย 4 เนื้อที่ประมาณ 11 ไร่ ตลอดเส้นทางเพื่อไปวัด สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่สวยงามมาก 

เพราะตั้งใจสร้างวัด โดยมีต้นไม้ใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก ชื่อของวัดจึงมีความหมายว่า ป่าที่มีเรือนแห่งความรู้ หรือวัดที่มีป่า โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดมุ่งเน้นให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า เพื่อเสริมสร้างความรู้ในพระธรรมวินัย และปฏิบัติธรรม

จากที่ดินรกร้างมีต้นไม้ 3 อย่างคือ มะขามเทศ แค และกระถิน มีคลองสาธารณะที่ชื่อว่าคลองใหม่เจริญสุข  จึงปรับพื้นที่เพื่อสร้างวัด จนพระเริ่มมาจำพรรษาปี 2532 แรกๆ ปลูกต้นไม้ยากลำบากมาก จึงใช้วิธีล้อมไม้ใหญ่ต้นประดู่สูง 10 เมตรมาปลูกเรียงตลอดริมคลอง ขอบสระน้ำ และวนรอบขอบที่ดินวัด 

สิบปีผ่านไปวัดญาณเวศกวันเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น และเจ้าอาวาสก็ไม่อยากเน้นตึกหรืออาคารแน่นวัด โดยเป็นวัดสายมหานิกาย มีเพียงพระพุทธรูปในโบสถ์ และศาลาให้ญาติโยมมาทำบุญ ฟังธรรม และมีศูนย์หนังสือสื่อธรรมสำหรับผู้สนใจธรรมะ

4 สถานที่ท่องเที่ยวและพักใจทางธรรม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ (เขามอ วัดประยุรวงศาวาส) 

  • 4. เขามอ วัดประยุรวงศาวาส 

หากใครยังไม่เคยไป ขอแนะนำแวะไปวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร หรือวัดรั้วเหล็ก ใกล้เชิงสะพานพุทธ ฝั่งธนบุรี แม้ด้านหน้าจะดูเหมือนมีสิ่งก่อสร้างมากมาย 

เมื่อมีโอกาสได้เห็นด้านในพระบรมธาตุมหาเจดีย์ทรงกลมที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก สร้างเป็นเจดีย์สีขาวองค์ใหญ่ทรงลังกา สูง 60.525 เมตร สถาปัตยกรรมที่นั่นดูแปลกตา สามารถเข้าไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในองค์เจดีย์ได้ด้วย และอีกความโดดเด่นด้านหลังวัด เขามอ (ภูเขาจำลอง) สวนหย่อมและสระน้ำสไตล์จีนโบราณที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์และฝูงเต่าน้อยใหญ่ 

วัดประยุรวงศาวาส นับเป็นพระอารามเพียงแห่งเดียวที่ถือเป็นพุทธสถานประจำสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ

บุนนาค)  เมื่อสร้างแล้วเสร็จปี 2393 ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “วัดประยุรวงศาวาส” ชื่อของวัดนั้นมีความหมายว่า อารามแห่งวงศ์พระประยูรญาติ ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างสูงแก่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์และเหล่าราชินิกุลบุนนาค

ในงานฉลองวัดประยุรวงศาวาส ปี 2379 หมอบรัดเลย์ บันทึกไว้ว่า ตอนที่ทำไฟพะเนียงด้วยปืนใหญ่ โดยฝังโคนกระบอกปืนใหญ่ลงในแผ่นดิน เมื่อจุดชนวนขึ้น ปืนใหญ่เกิดระเบิดแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายหลายคน หมอบรัดเลย์ในขณะนั้นได้ร่วมกับคณะมิชชันนารีเปิดที่พักของตนเองให้เป็นโอสถศาลา โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่เจ้าพระยาพระคลัง(ดิศ)ปลูกให้ชาวต่างชาติเช่า บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดประยุรวงศาวาส อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 250 เมตร เจ้าพระยาพระคลัง(ดิศ)จึงให้คนตามตัวหมอบรัดเลย์ไปรักษาผู้บาดเจ็บ 

ว่ากันว่า มีพระรูปหนึ่งกระดูกแขนแตก หมอบรัดเลย์จำเป็นต้องตัดแขนของพระรูปนั้นจนประสบผลสำเร็จ บาดแผลหายสนิทในเวลาไม่นาน จึงนับได้ว่าเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย และเกิดขึ้นที่วัดประยุรวงศาวาสในวันฉลองวัด 

ภายหลังจากอุบัติเหตุการระเบิดครั้งนั้น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ให้สร้างอนุสาวรีย์ปืนใหญ่ 3 กระบอกไว้ในบริเวณอุทยานเขามอ(เขาเต่า)เพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต

อีกความโดดเด่นที่มีโอกาสเยี่ยมชม ก็คือ พิพิธภัณฑ์พระ ประยูรภัณฑาคาร ศาลาต่อมุขพระบรมธาตุมหาเจดีย์ เคยเป็นที่ศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณร โดยจารึกนามศาลานั้นว่า “พรินทรปริยัติธรรมศาลา ห้องสมุดประชาชนแห่งแรกในประเทศไทย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารหลังนี้เป็นศิลปโบราณสถานวัตถุของชาติ ปี 2492

วัดประยุรวาศาวาส มีทั้งเขามอ (ภูเขาจำลอง) สวนหย่อมและสระน้ำสไตล์จีนโบราณ และต้นไม้นานาพันธุ์ ,พระบรมธาตุมหาเจดีย์ทรงกลม ด้านในมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และพิพิธภัณฑ์พระ